จันทร์ 18 ตุลาคม 2021, 02:36 น.

Featured

หน้าแรก Featured
Featured posts

เปชวาร์ราตรี : บทนำ

“เปชวาร์ราตรี” เป็นหนังสือมีค่ายิ่งเล่มหนึ่ง เรียบเรียงโดย ท่านซัยยิด มุฮัมมัด อัล-มุเซาวีย์ ผู้มีฉายานามว่า “ราชาแห่งนักแสดงธรรม”(ซุลฏอน วาอิซีน) ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนทัศนะและการเสวนาเกี่ยวกับปัญหาขัดแย้งหลายประเด็น ที่สำคัญคือ เรื่องตำแหน่งอิมาม เรื่องอำนาจการปกครองของอะมีรุลมุมินีน อะลี บิน อะบี ฏอลิบ และการเป็นคอลีฟะฮ์ที่ถูกต้องตามหลักศาสนาของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์(ศ)โดยไม่มีช่องว่าง ซึ่งมีการแสดงหลักฐานจากโองการอัล-กุรอาน ฮะดีษของท่านนบีผู้ทรงเกียรติสนับสนุนเรื่องนั้นๆ รวมทั้งหลักความเชื่อ(อะกีดะฮ์) ตามแนวทางอิมามียะฮ์ พร้อมหลักฐานที่พิสูจน์ได้โดยสติปัญญาและตำราอ้างอิง

การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อ่อนแอกว่า

การแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้ด้อยโอกาสกว่านั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นมาตรการของสังคมทั่วไป ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของคนที่มีความสามารถที่ต้องช่วยเหลือพวกเขา สิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิอันชอบธรรม อิสลามได้กำชับถึงหน้าที่และสิทธิตรงนี้ อีกทั้งเตือนสำทับตลอดเวลาให้คนที่มีความสามารถดูแลคนที่ด้อยโอกาสกว่า อัลลอฮฺ (ซบ.) ได้สัญญากับผู้ที่ประกอบคุณงามความดีและผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีไว้ว่า “พระองค์จะอยู่เคียงข้างและพิทักษ์ผู้ที่บำเพ็ญประโยชน์” “สิ่งที่เจ้าได้บริจาคไปเป็นผลประโยชน์ที่แท้จริงของเจ้า” “สิ่งที่สูเจ้าบริจาคไป จะย้อนกลับมาหาสูเจ้าซึ่งเจ้าจะไม่ขาดทุนใด ๆ เลย” เป็นธรรมดาของสังคมที่ภายในสังคมหนึ่งนั้น ย่อมมีชนกลุ่มหนึ่งที่มีความสามารถในการทำงานและอีกกลุ่มไร้ซึ่งความสามารถ ซึ่งกลุ่มที่ไร้ความสามารถนั้นหากไม่ได้รับการดูแล พวกเขาก็จะกลายเป็นตัวถ่วงของสังคมและทำให้สังคมเกิดความล้าหลัง แต่ถ้าพวกเขาได้รับการดูแลช่วยเหลือจากกลุ่มที่มีความสามารถ แน่นอน สังคมย่อมได้รับบทสรุปที่ดีกว่าโดยอาจกล่าวได้ว่า การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น เป็นการสร้างสายใยแห่งความรัก และความสัมพันธ์ให้แก่จิตใจของผู้ด้อยโอกาส เป็นการปิดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน เป็นการลงทุนที่น้อยนิด แต่ได้รับผลกำไรจากการให้เกียรติและเคารพยกย่องมากมาย...

ประวัติของ “บะห์ลูล”

แต่สำหรับวาฮับ เขาตีความว่ายีม หมายถึง “ยูนูน” ที่แปลว่า “คนบ้าเนื่องจากถูกญินเข้าสิง” วันรุ่งขึ้น วะฮับทิ้งชีวิตที่ร่ำรวยสุขสบาย เขาสวมใส่เสื้อผ้าขาดวิ่นเดินไปตามถนน ไม่นานนักชาวแบกแดดก็ได้ขนานนามเขาว่า “บะห์ลูล”

บทกวีของ อิมามชาฟีอีย์ รำพันความรักต่อลูกหลานศาสดา

“มาตรแม้น การรักวงศ์วานของมูฮัมมัด จะทำให้ข้า เป็นรอฟิเฎอะฮ์ แล้วไซ้ร ขอให้ ญิน และ มนุษย์ ทั้งสองจงเป็นพยานเถิด ว่า แท้จริง ข้าคือ รอฟีฎีย์”

วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง “ฮิญาบ”

การสวมฮิญาบ เป็นหน้าที่ทางด้านศีลธรรมในอิสลามที่ถูกนำมาอภิปรายอยู่บ่อยครั้งท่ามกลาง บรรดาสตรีมุสลิม แต่มีน้อยคนนักที่จะกล่าวถึงเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องการคลุมฮิญาบ การสวมฮิญาบมีผลประโยชน์มากมายทั้งต่อด้านสุขภาพร่างกาย ศีลธรรม และสังคม นอกจากนี้ จากการศึกษาค้นคว้าวิทยาศาสตร์ด้านบุคลิกภาพ ยังได้ค้นพบผลประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย ที่แสดงให้เห็นว่า การสวมฮิญาบเป็นเครื่องแต่งกายที่ดีที่สุดสำหรับสตรี นักวิจัยค้นคว้า วิทยาศาสตร์ด้านการแพทย์ได้ให้ทัศนวิสัยด้านสุขภาพว่า การปกป้องศรีษะเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับมนุษย์ เพราะจากการทดสอบทางการแพทย์ค้นพบว่า 40-60 % ของความร้อนในร่างกาย จะสูญเสียออกไปผ่านทางศรีษะ ดังนั้นผู้ที่สวมผ้าคลุมหรือฮิญาบในช่วงฤดูหนาว จะได้รับการปกป้องจากความหนาวย็นมากกว่าคนที่ไม่ได้ใส่ถึง 50% แต่ในตำราด้านการแพทย์ ของชาวจีนและมุสลิม ได้ให้ข้อมูลที่มีรายละเอียดมากขึ้น...

เรื่องล่าสุด