หน้าแรก อิสลาม พิธีฮัจญ์ของอิมามฮุเซน (อ) ณ แผ่นดินกัรบาลา

พิธีฮัจญ์ของอิมามฮุเซน (อ) ณ แผ่นดินกัรบาลา

343

ดังนั้น ‘ฮัจญ์แห่งกัรบาลา’ จึงเริ่มขึ้นในวันที่แปดของเดือนซุลฮิจญะฮ และจบลงในวันที่สิบของเดือนมุฮัรรอม ซึ่งแน่นอนว่า การตัดสินใจของอิมามฮุเซน (อ.) นั้น ยิ่งใหญ่กว่าการตัดสินใจของนบีอิบรอฮีม (อ.) เพราะศาสดาอิบรอฮีม (อ.) นำท่านหญิงฮาญัร (อ.) และอิสมาอีล (อ.) ไปทิ้งไว้ในหุบเขา ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ก็ยังมีความหวังว่าพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) จะอนุญาตให้ท่านกลับไปเยี่ยมได้ปีละครั้ง

ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ต้องการจะเชือดอิสมาอีล (อ.) และการเชือดนั้นก็ไม่เกิดขึ้น ถึงแม้ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) อาจจะเสียใจแต่ก็ภูมิใจ และดีใจที่ได้อิสมาอีล (อ.) กลับมา แต่ที่ “กัรบาลา” มิได้เป็นเช่นนั้น พี่น้อง……. !!เมื่ออิมามฮุเซน (อ.) ได้ส่ง ‘อาลีอักบัร’ ของท่าน ซึ่งเป็นอิสมาอีล ‘คนที่หนึ่ง’ ออกไป ทว่าอัลลอฮ์ (ซบ.) ไม่ได้หยุดการเชือดนั้น เหมือนกับที่เคยหยุดการเชือดอิสมาอีล (อ.) ของศาสดาอิบรอฮีม (อ.)

อิมามฮุเซน (อ.) ยืนดูการเชือดเฉือน ‘อาลีอักบัร’ อิสมาอีลคนแรกของท่าน ต่อหน้าต่อตาท่าน “อาลีอักบัร” ได้ออกไปสู่สนามรบอย่างห้าวหาญ สมกับที่เป็นลูกหลานของอิมามอะลี (อ.) ผู้เป็นราชสีห์แห่งอัลลอฮ์ (ซบ.) และอิมามฮุเซน (อ.) ก็ยืนดูการต่อสู้ของลูกชาย สักระยะหนึ่งก็เห็นกำลังของลูกอ่อนลงเรื่อยๆ จนกระทั่งสักพักหนึ่ง “อาลีอักบัร” ก็ได้ตัดสินใจควบม้ากลับมาหาท่านอิมามฮุเซน (อ.) ทำให้อิมามฮุเซน (อ.) แปลกใจยิ่งนัก จึงได้ถามลูกว่า

“โอ้…. อาลีอักบัร เจ้ากลับมาทำไม?” เหมือนกับจะถามว่า เจ้ากลัวสงครามหรือ? “อาลีอักบัร” ได้ตอบกับอิมามฮุเซน (อ.) บิดาของตนว่า “พ่อจ๋า! ลูกไม่ได้กลัวสงคราม ลูกไม่ได้กลัวความความตาย ลูกจะออกไปปกป้อง ‘เมาลา’ ของลูก แต่พ่อจ๋า ! ลูกขอดื่มน้ำสักนิดหนึ่งได้ไหม เพราะตอนนี้ความกระหายน้ำนั้น มันทำให้ลูกไม่สามารถที่จะยกมือของลูกไหวได้อีกแล้ว

อิสมาอีล (อ.) ของนบีอิบรอฮีม (อ.) กระหายน้ำ และอยู่กับท่านหญิงฮาญัร (อ.) แต่สุดท้ายอิสมาอีล (อ.) ก็ได้ดื่มน้ำ พี่น้อง…. !! ทว่าอิมามฮุเซน (อ.) นั้น ไม่ได้มีน้ำซัมซัมให้ “อาลีอักบัร” ลูกของท่านได้ดื่มกิน อิมามฮุเซน (อ.) จึงได้สวมกอด “อาลีอักบัร”

ในรีวายัตบทหนึ่งได้กล่าวว่า อิมามฮุเซน (อ.) ได้เอาลิ้นของท่านใส่ไปในปากของ “อาลีอักบัร” แต่เมื่ออาลี อักบัร ได้สัมผัสลิ้นของอิมามฮุเซน (อ.) ผู้เป็นบิดา “อาลีอักบัร” ได้รีบกระชากตัวเองออกมา และร้องไห้อย่างหนักหน่วงที่สุด อาเล็มอุลามาอ์ ได้อธิบายว่า “อาลีอักบัร” รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ได้ขอสิ่งหนึ่ง ซึ่งพ่อไม่สามารถจะให้ได้เราลองคิดดูว่า จะเป็นเรื่องเจ็บปวดสักเพียงใด ที่ลูกคนหนึ่งหิวน้ำ และมาขอน้ำกับพ่อ… ลูกไม่ได้ขออะไรเลย…นอกจากน้ำเพียงอึกเดียวเท่านั้น…

แต่…พ่อไม่สามารถที่จะหาให้น้ำกับลูกได้ !!”อาลีอักบัร” เสียใจเป็นอย่างมาก ร้องไห้อย่างหนักหน่วง เมื่อรู้ว่าลิ้นของพ่อนั้นแห้งเสียยิ่งกว่าลิ้นของตน อีก แสดงว่าอิมามฮุเซน (อ.) อดน้ำและกระหายน้ำมากกว่า “อาลีอักบัร” ด้วยความเสียใจ “อาลีอักบัร” จึงควบม้าลับสู่สนามรบ และอิมามฮุเซน (อ.) ไม่ได้ยินเสียงใดๆ จากอาลี อักบัร อีกเลย จนกระทั่ง “อาลีอักบัร” กำลังจะตกจากหลังม้า จึงได้ยินเสียงลูกเรียกหาว่า “สลาม….. โอ้พ่อจ๋า….. ลูกขอลาก่อน” นั่นคือ “อิสมาอีล” คนที่หนึ่งของอิมามฮุเซน (อ.) !!

และอิสมาอีลคนที่สองก็คือ ‘อาลี อัซกัร’ อีกเช่นกันพี่น้อง เหตุการณ์ไม่ได้เกิดเหมือนกับอิบรอฮีมแห่งมักกะฮ์ ลูกธนูสามแฉก ปักไปที่คอหอยของลูกชายของท่านต่อหน้าต่อตา
อิมามฮุเซน (อ.) ได้กุรบานอิสมาอีลของท่านไปแล้วถึงสองคน จนกระทั่งมาถึงอีกบทพิสูจน์หนึ่ง ซึ่งไม่มีใครเคยแสดงบทพิสูจน์อันนี้ !!

ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ได้เอาผู้หญิงเข้ามาสู่ขบวนการ ผู้หญิงที่ยอมรับการถูกทอดทิ้งในแผ่นดินที่เปล่าเปลี่ยว ในหุบเขาแห่งมักกะฮ์ และศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ก็กลับมาเยี่ยมทุกปี และเพื่อรำลึกถึงการเสียสละของท่านหญิงฮาญัร (อ.) พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) จึงได้กำหนด การเดิน ‘แซแอร’ ในพิธีฮัจญ์ขึ้นมา แต่ที่ “กัรบาลา” มี “ฮาญัร” มากเสียเหลือเกินพี่น้อง……!!

“ฮาญัร” ต่างๆ ที่เดินตามอิมามฮุเซน (อ.) มุ่งสู่กัรบาลา !!และนี่คือ เหตุผลที่ฮัจญ์ ที่กัรบาลา ยิ่งใหญ่กว่าฮัจญ์ใดๆ !!วันนี้ เราจะพูดถึงฮาญัร คนหนึ่งที่กัรบาลาพี่น้อง…… !!
ตอนนี้ก็มาถึงเวลาที่ “อิบรอฮีมแห่งกัรบาลา” จะต้องอำลา “ฮาญัรทั้งหลายแห่งกัรบาลา” ที่เป็นลูกหลานของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) และมันคือการสั่งลา ที่ไม่มีวันหวนกลับพี่น้อง…… !!.. ไม่เหมือนการลาของอิบรอฮีมแห่งมักกะฮ์ กับฮาญัรแห่งมักกะฮ์…. !!

ซึ่งในการอำลาของอิมามฮุเซน (อ.) ได้มีมุษีบัตอย่างมากมายของแต่ละคน แต่วันนี้จะขอพูดถึงมุษีบัต ของฮาญัรตัวน้อยของอิมามฮุเซน (อ.) เมื่ออิมามฮุเซน (อ.) ได้สั่งลาทุกๆ คนแล้ว ก็ได้ขึ้นไปบนหลังม้า ‘ซุลญานา’ เพื่อที่จะออกไปยังสนามรบ แต่เมื่ออิมามฮุเซน (อ.) กระตุกเชือกม้า ม้าที่ซื่อสัตย์ “ซุลญานา” กลับไม่ยอมขยับ พี่น้อง…… !! อิมามฮุเซน (อ.) ก็ได้กระตุกอีกครั้ง ทว่า “ซุลญานา” ก็ไม่ยอมขยับอีกพี่น้อง….. !!

อิมามฮุเซน (อ.) ก็ได้กระตุกอีกเป็นครั้งที่สาม “ซุลญานา” ก็ยังไม่ยอมขยับอีก พี่น้อง….. !!อิมามฮุเซน (อ.) ได้เกิดความสงสัย เพราะปรกติม้าตัวนี้ไม่เคยดื้อเลย พี่น้อง…. !!
แต่ทำไมวันนี้ “ซุลญานา” จึงดื้อนัก โอ้ม้าที่ซื่อสัตย์ของอบาอับดิลละฮ์ !!อิมามฮุเซน (อ.) จึงรู้ว่าต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดา อาจจะมีใครบางคนสั่งให้หยุด ในขณะที่อิมามฮุเซน (อ.) สั่งให้ไป “ซุลญานา” จึงได้ก้มหัวลงต่ำเหมือนส่งสัญญาณให้รู้

เมื่ออิมามฮุเซน (อ.) ก้มลงดู ก็พบว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกอดอยู่ที่ขาของซุลญานา กำลังกระตุกเชือกให้ “ซุลญานา” ก้มหัวลง เด็กน้อยผู้นั้น คือ ‘ท่านหญิงสุกัยนา’ ลูกสาวสุดที่รักของอิมามฮุเซน (อ.) ซึ่งเป็นหนึ่งใน “ฮาญัรแห่งกัรบาลา” เมื่ออิมามฮุเซน (อ.) เห็นเช่นนั้น ท่านก็ได้ลงมาจากหลังม้า และ ‘ท่านหญิงสุกัยนา’ ได้ถามว่า ท่านพ่อจะไปไหนหรือ?
ท่านพ่อจะจากไปแบบนี้หรือ?ท่านพ่อจะยอมให้กับความตายแล้วหรือ?

ท่านพ่อจะทิ้งเราไปแล้วหรือ? ทำไม ไม่ส่งเรากลับไปมะดีนะฮ์ บ้านเกิดเมืองนอนของปู่ของเราก่อน? ท่านพ่อจะทิ้งเราไว้กลางทางแห่งทุ่งทะแลทรายแบบนี้หรือ? เราไม่มีใครแล้ว… พี่ชายก็ไม่มีแล้ว…. อาอับบาสก็ไม่มีแล้ว…. แล้วนี่พ่อจะมาทิ้งฉันอีกหรือ?อิมามฮุเซน (อ.) พยายามที่จะบอกท่านหญิงสุกัยนาให้หยุดถาม อิมามฮุเซน (อ.) จึงได้ตอบว่า
“โอ้ลูกรัก ! มันเป็นหน้าที่ และพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ปรารถนาสิ่งนี้ “

เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านหญิงสุกัยนา จึงได้ถามกับอิมามฮุเซน (อ.) ว่า “แสดงว่า ท่านพ่อกำลังจะออกไปเป็นชะฮีดใช่ไหม?” อิมามฮุเซน (อ.) จึงตอบว่า “ใช่แล้ว… โอ้ลูกรัก….”
ท่านหญิงสุกัยนา จึงได้ถามอีกว่า “ทำไม ท่านพ่อไม่ทำกับฉันเหมือนกับที่ทำกับลูกๆ ชะฮีดทั่วไปล่ะพ่อจ๋า?…..””ฉันเห็นท่านพ่อจะลูบศรีษะของบรรดาลูกชะฮีดทุกๆ คน และเมื่อท่านพ่อเป็นชะฮีดแล้ว ใครจะลูบศรีษะฉันล่ะ โอ้พ่อจ๋า….?”

แล้วท่านอิมามฮุเซน (อ.) ก็ได้ก้มลงไปลูบศรีษะของท่านหญิงสุกัยนา แต่ท่านหญิงสุกัยนา บอกว่า “ไม่ใช่…. ! ไม่ใช่ลูบแบบนี้… ! ท่านพ่อนั่งลงก่อน….. เพราะฉันเห็นทุกคนที่ท่านพ่อลูบศรีษะนั้น เขาจะได้นั่งบนตักของท่านพ่อ”

เมื่ออิมามฮุเซน (อ.) จึงได้ให้ท่านหญิงสุกัยนานั่งบนตัก เพราะหลายครั้งที่ท่านหญิงสุกัยนาสังเกตเห็นว่า ลูกของชะฮีดทุกๆ คน อิมามฮุเซน (อ.) จะนำขึ้นมานั่งบนตัก และกล่าวว่า “ต่อไปนี้ ฉันเป็นพ่อของเธอ และลูกสาวของฉันทุกคนคือพี่น้องของเจ้า”

หลังจากนั้น ท่านหญิงสุกัยนา จึงบอกกับท่านอิมามฮุเซน (อ.) ว่า “โอ้พ่อจ๋า ลูบซิพ่อจ๋า… ลูบศรีษะของสุกัยนาสิ… !!” “ลูบศรีษะของเด็กที่กำลังจะเป็นลูกของชะฮีดก่อน เพราะฉันจะเป็นลูกชะฮีดคนเดียวซึ่งหลังจากที่พ่อเป็นชะฮีด จะไม่มีใครลูบศรีษะของฉันอีกต่อไปแล้ว”

ท่านหญิงสุกัยนา ได้รำพึงรำพันมากมาย จนท่านอิมามฮุเซน (อ.) ทนไม่ไหว จึงได้เรียกท่านหญิงซัยนับ (อ.) ให้พาท่านหญิงสุกัยนากลับไปยังกระโจม เมื่อท่านหญิงซัยนับ (อ.) พาท่านหญิงสุกัยนาไปแล้ว ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ก็กระโดดขึ้นไปบนหลังม้า เพื่อจะไปสู่สนามรบทว่าอิมามฮุเซน (อ.) ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นอีกครั้ง แต่เป็นเสียงของท่านหญิงซัยนับ (อ.) ที่กล่าวว่า “มะฮ์ลัน มะฮ์ลอ ยับนาซะฮ์รอ !! ” (ช้าๆ หน่อย โอ้… ลูกของซะฮ์รอ)

เมื่อตะกี้นี้ อิมามฮุเซน (อ.) หลุดพ้นจากฮาญัรแห่งกัรบาลาตัวน้อยๆ แต่ตอนนี้ อิมามฮุเซน (อ.) กำลังเผชิญกับหัวหน้าของฮาญัรแห่งกัรบาลา เมื่ออิมามฮุเซน (อ.) รู้ว่านั้นคือ ท่านหญิงซัยนับ (อ.) มีรีวายัตบทหนึ่งรายงานว่า หลังจากส่งท่านหญิงสุกัยนาแล้ว อิมามฮุเซน (อ.) ตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะไม่หันกลับไปที่กระโจมอีกแล้ว เหมือนกับที่นบีอิบรอฮีม (อ.) ทำกับท่านหญิงฮาญัร (อ.) ทว่าท่านหญิงซัยนับ (อ.) ก็รู้ดีว่า จะทำอย่างไรให้ท่านอิมามฮุเซน (อ.) หันกลับมาได้ และในทันทีด้วย

พี่น้อง…… !!! ท่านหญิงซัยนับ (อ.) จึงเรียกว่า “ยับนา ซะฮ์รอ!!” (โอ้ลูกของซะฮ์รอ) เพระท่านหญิงซัยนับ (อ.) รู้ดีว่าชื่อ ‘ซะฮ์รอ’ นั้น สามารถบังคับอิมามฮุเซน (อ.) ให้หันกลับมาได้ “โอ้บุตรของซะฮ์รอ !! ช้าๆ ลงหน่อย…ไม่ต้องรีบหรอก..

อิมามฮุเซน (อ.) ที่แต่แรกตั้งใจว่าจะไม่หันกลับมาอีกแล้วแม้มีเสียงเรียกใด ก็ยังต้องหันกลับมาอีกครั้ง เพื่อให้เกียรติกับชื่อของมารดาสุดที่รัก “ฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ (อ)” อาเล็มอุลามาอ์ ในยุคนี้ จึงมีคำสั่งเสียว่า ‘ถ้าใครจะเรียกท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ก็ให้เรียกว่า …….‘ยับนาซะฮ์รอ’ !!! โอ้ลูกของซะฮ์รอ…. !!

จากหนังสือ “ปรมัตถ์แห่งการพลี สดุดีอาชูรอ” โดยฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัยนี