การปฏิวัติที่สมบูรณ์ และอมตะ ต้องมีผู้นำที่เป็นบุคลากรของพระเจ้า

166

بسم الله الرحمن الرحيم

الحمد لله الذى هدانا لهذا و ما كنا لنهتدى لولا ان هدانا لولا ان هدانا الله ثم الصلاة والسلام علی حبیبنا وشفیعنا ومولانا و سيدنا محمد و علی آله الطيبين الطاهرین المعصومین والمظلومین و لعنة الله على أعدائهم أجمعين من الآن إلى قيام يوم الدين

وَمَن يَرْغَبُ عَن مِّلَّةِ إِبْرَاهِيمَ إِلاَّ مَن سَفِهَ نَفْسَهُ وَلَقَدِ اصْطَفَيْنَاهُ فِي الدُّنْيَا وَإِنَّهُ فِي الآخِرَةِ لَمِنَ الصَّالِحِينَ

“และใครเล่าที่จะไม่พึงปรารถนาในแนวทางของอิบรอฮีม นอกจากผู้ที่ทำให้ตัวเองโฉดเขลาเท่านั้น และแท้จริงนั้น เราได้คัดเลือกเขา (ให้เป็นนบี และรอซูล) ในโลกนี้ และแท้จริงในปรโลกนั้น เขาจะอยู่ในบ่าวผู้ซอและห์ อย่างแน่นอน” (ซูเราะฮ์อัลบากอเราะฮ์ โองการ 130)

มวลการสรรเสริญทั้งมวลแด่องค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ขอสดุดีและสำนึกในความเมตตาและในเตาฟิกแห่งเดือนมุฮัรรอม เดือนแห่งการร่วมกัน ไว้อาลัย ร่วมกันไว้ทุกข์ ร่วมกันรำลึกเพื่อแสวงหาความพึงพอใจจากอัลลอฮ์ (ซบ.)

แน่นอนอย่างยิ่งว่า ทุกรูปแบบ ทุกการกระทำ ที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อการไว้ทุกข์นั้น ย่อมมีรางวัลที่ยิ่งใหญ่ ณ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) อันที่จริงการไว้ทุกข์ไว้อาลัยนั้นไม่มีรูปแบบตายตัว ภาพรวมเบื้องต้นคือทำอย่างไรก็ได้ให้เราไว้อาลัยกับโศกนาฏกรรมนี้ หลังจากนั้น อุลามาอ์ระดับสูง และ ‘เอาลียาอ์’ ก็จะเป็นผู้มาอธิบายในรายละเอียดต่างๆ ด้วยการชี้ชัดโดยตรง เพื่อที่จะให้เรานั้นได้เข้าใจกระจ่างแจ้ง

ตัวอย่างเช่น การใส่เสื้อผ้าสีดำ การละเว้นความสนุกสนาน การสำรวมตนในรูปแบบของผู้ไว้อาลัย อุลามาอ์บางท่านก็บอกว่า แม้แต่เครื่องหอมก็ควรละเว้น เมื่อตะกี้ ระหว่างที่ข้าพเจ้าจะขึ้นมายังมัสยิด ข้าพเจ้าได้กลิ่นหอมจากเครื่องหอมต่างๆ สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องผิด และก็ไม่ได้บาป เพียงแต่ขัดแย้งกับการไว้ทุกข์เท่านั้นเอง ดังนั้น หากเรากระทำได้ ในสิบวันนี้ก็ควรหลีกเลี่ยง กล่าวคือในช่วงสิบวันนี้ ทำอย่างไรก็แล้วแต่ ที่ให้จิตใจสดชื่นน้อยที่สุด เหตุเพราะรางวัลแด่ผู้รำลึกถึง ‘อะบาอับดิลละฮ์’ นั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์จะคาดคิด

มีฮาดิษบทหนึ่งจากท่านอิมามญะฟัร ซอดิก (อ.) กล่าวว่า “ในค่ำคืนแห่ง ‘อัลกอดร์’ มีคนทำอิบาดัตมากมาย โดยไม่หลับไม่นอน ทว่ามีชายผู้หนึ่งที่ได้หลับในคืนอัลกอดร์ กระนั้นเขาก็ได้รับความดีทั้งหมดของค่ำคืนอัลกอดร์ นั่นเหตุเพียงเพราะช่วงกลางดึกเขาตื่นขึ้นมาด้วยความกระหายน้ำ และเมื่อดื่มน้ำเขาได้ให้สลามท่านอิมามฮุเซน (อ.) ด้วยความบริสุทธิ์ใจ มรรคผลแห่งอัลกอดร์จึงได้กับเขาทั้งหมด”

ดังนั้น เราจงอย่าได้ลืม และแน่นอนว่าพวกเราทำได้มากกว่าการให้สลามหลังการดื่มน้ำ ทั้งการเตรียมตัว ฟังมัจญลิส มะตั่ม สวมเสื้อดำ จนดึกดื่น และแน่นอนว่า หากพวกเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และไม่ทำการใดให้สิ่งนี้เสื่อม ผลบุญก็จะมีมากกว่า ชายผู้ที่ให้สลามยังท่านอิมามฮุเซน (อ.) หลังการดื่มน้ำในคืนอัลกอดร์ ดังนั้น การระมัดระวังเป็นสิ่งหนึ่งที่จะรักษาความดี และผลบุญในช่วงสิบวันแรกนี้ จึงต้องพยายามเตือนตัวเองตลอดเวลา

ความหวังของมนุษย์ที่คิดว่าจะ ‘ไม่ผิดหวัง’ อย่างแน่นอน ก็คือการหวังใน ‘ชะฟาอัต’ ของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) และสุดยอดของชะฟาอัตก็คือ ชะฟาอัตจากท่านอิมามฮุเซน (อ.) ใน ‘อะลัมบัรซัค’ (โลกหลังความตาย) ไม่มีอะอิมมะฮ์ (อ.) ท่านใดให้ชะฟาอัต จะมีก็เพียงแต่อิมามฮุเซน (อ.) เท่านั้น ให้แม้กระทั่ง ‘บัรซัค’ ของมนุษย์ ดังนั้นบุคคลที่หวังในชะฟาอัตอันยิ่งใหญ่ของอิมามฮุเซน (อ.) จะต้องทำตัวเองให้ใกล้ชิดกับอิมามฮุเซน (อ.) มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้

และนี่คือก้าวแรกในการใกล้ชิด จากนั้นจึงเข้าสู่ก้าวต่อไปที่สูงส่งกว่า คือการทำความเข้าใจในเนื้อหาวีรกรรมที่ท่านอิมามฮุเซน (อ.) พยายามนำเสนอกับมนุษยชาติ ก้าวต่อไปจากนั้น คือการนำความเข้าใจนั้นเข้าสู่ในชีวิต จิตวิญญาณของเรา และก้าวสุดท้าย ก็คือให้ได้มีโอกาสแสดงวีรกรรมดั่งเช่นอิมามฮุเซน (อ.) และเหล่าบรรดาสาวกได้แสดง ซึ่งแน่นอนว่า ประการนี้ไม่มีใครทำได้โดยง่ายดาย เขาจะต้องเลือกอย่ามั่นคงเท่านั้นว่า ‘เขาจะเป็นชะฮีด’ !!

ในคืนที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้นำเสนอข้อมูลที่บรรดานักวิชาการพยายามค้นหาค้นคว้าเพื่อหาคำตอบที่สมบูรณ์ เกี่ยวกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของขบวนการปฏิวัติของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จ ที่ทำให้ขบวนการปฏิวัตินี้ยังคงดำรงอยู่ ยังเข้มข้น และใหม่อยู่เสมอ หนึ่งในสาเหตุก็คือ ‘ผู้นำ’ ที่จะต้องเป็นผู้นำแห่งพระเจ้า อีกทั้งต้องเป็นบุคลากรของอัลลอฮ์ (ซบ.) อย่างแท้จริง นี่คือหนึ่งในองค์ประกอบหลักที่สำคัญของขบวนการต่อสู้ !!

บุคลากรที่แท้จริงของอัลลอฮ์ (ซบ.) อย่างสมบูรณ์ในที่นี้ หมายถึงจะต้องเป็นบุคคลที่อยู่ในตำแหน่ง ‘เอาลียาอ์’ ของอัลลอฮ์ (ซบ.) บุคคลที่เรื่องราวของศาสนาเป็นเรื่องชัดแจ้งสำหรับเขาอย่างสมบูรณ์ บุคคลที่จะต้องอยู่บน ‘ซีรอฏ็อลมุสตากีม’ กล่าวคือ ไม่ได้หมายถึงว่าต้องเป็นมุสลิมเพียงเท่านั้น แต่…จะต้องเป็นมุสลิมที่ ‘สมบูรณ์’ตลอดหน้าประวัตศาสตร์ เรามีขบวนการต่อสู้ตลอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้ แต่เราจะพบว่า ส่วนมากนั้นได้ล่มสลาย และส่วนมากอยู่ได้ช่วงระยะหนึ่ง ทั้งๆ ที่หัวหน้าขบวนการเหล่านั้นอาจจะเป็นอุลามาอ์ แต่ก็ยังไม่ใช่อยู่ในฐานะผู้นำของพระเจ้าอย่างแท้จริง นั่นคือเหตุผลที่ว่าขบวนการเหล่านั้นต้องล่มสลาย

บางขบวนการ เสียเลือดเนื้อมุสลิมนับเป็นแสนๆ บางขบวนการเป็นล้านตัวอย่างเช่น แอลจีเรีย ที่ต้องสูญเสียชีวิตนับล้านคน แต่หลังจากนั้นไม่นานก็กลับไปสู่การปกครองแบบฟาซิก และมุนาฟิก ดังนั้นเบื้องหลังความสำเร็จของขบวนการต่อสู้ จะต้องเป็นคนของพระเจ้าอย่างแท้จริง และสมบูรณ์เท่านั้น เพราะคนกลุ่มนี้จะนำมนุษย์สู่เป้าหมายของ อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้อย่างแท้จริง

จากหนังสือ “ปรมัตถ์แห่งการพลี สดุดีอาชูรอ” โดยฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัยนี