หนึ่งในวิธีการเยียวยาเพื่อให้ไปถึงยังความสงบสุขที่แท้จริง

857

การใช้ ชีวิตที่มีความสุข เป็นหนึ่งในความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เป็นเพราะมนุษย์ที่มีความสมดุลจะสร้างตนเองและสังคมของตนจากสิ่งนั้น ด้วยเหตุที่ว่าทุกคนก็ต่างตามหาความสุข แน่นอนถ้าเรามองไปรอบๆ ตัวเราก็จะเห็นฉากชีวิตต่างๆ อย่างมากมายทั้งฉากความสุขและความทุกข์ และแต่ละฉากทั้งสุขและทุกข์ก็มีความหมายที่จำเป็นในตัวของมันเองกับการใช้ ชีวิตของมนุษย์ ความสุขในฤดูใบไม้ผลิที่น่าตื่นตาตื่นใจ พืชพันธ์และดอกไม้หลากสี ธรรมชาติหรือท้องทะเลที่สวยงามหรือจากสิ่งอื่นๆ ในทางกลับกันความทุกข์เช่นความเจ็บไข้ได้ป่วยและความตาย ความอัตคัดหรือเหตุการณ์ที่ขื่นขมต่างๆนาๆ การดำรงชีวิต ของมนุษย์อยู่ระหว่างสองด้านของความทุกข์และความสุขสลับกันไป

บางเวลามนุษย์ก็จะอยู่ อย่างมีความสุขแต่บางเวลามนุษย์ก็จะหลีกเลี่ยงจากความทุกข์ไม่ได้เช่น เดียวกันและโดยธรรมชาติของมนุษย์ความทุกข์จะเป็นสิ่งที่เข้าใจยากและไม่มี ใครต้องการซึ่งแตกต่างจากความสุขโดยสิ้นเชิง ความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการและถวิลหา

ท่านอาจารย์ ชะฮีด มุเฏาะฮารี ให้คำจำกัดความเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ความสุขคือความรู้สึกพึงพอใจอย่างหนึ่งเมื่อมนุษย์ได้รับรู้ว่าสิ่งที่เขา ต้องการเกิดขึ้นแล้วและเป็นความจริง หรือจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนและความทุกข์ก็คือความเจ็บปวดอย่างหนึ่งที่มนุษย์ จะได้รับเมื่อพบว่าสิ่งที่เขาคาดหวังมันจะไม่เกิดขึ้น

ในโลกแห่งความวุ่นวายและ ท่ามกลางความน่าวิตกกังวล ความสงบและความคิดที่แสนจะเรียบง่ายคือของขวัญชิ้นพิเศษที่ทุกคนหมายปองจะมี กันถ้วนหน้า ในพื้นฐานของความเป็นจริงแล้ว หนึ่งในความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ก็คือการมีชีวิตที่สุขสบาย หรือใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะมนุษย์จะสามารถสร้างความสมดุลของชีวิตตังเองและสังคมของตัวเองให้ ปลอดภัย และมีพลวัตอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนสังคม โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์จะทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงจากความทุกข์และจะไขว่ คว้าหาความสุข ความสุขไม่ใช่เพียงแค่มีผลกระทบโดยตรงต่อสภาพสมดุลทางจิตใจของมนุษย์เพียง อย่างเดียวหากมันยังส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายมนุษย์อีกด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเรามาดูภาพรวมๆที่สะท้อนจากสังคมให้เราเห็นได้ชัดว่าจากสภาพจิตใจที่ เป็นสุขทำให้คนในสังคมมีความร่าเริงแจ่มใส อารมณ์ความรู้สึกสดชื่นแจ่มใสจะทำให้หัวใจทุกดวงใกล้ชิดกัน ปราศจากความหวาดวิตกกังวลหรือความรู้สึกกลัว หวาดระแวงและคิดร้ายซึ่งกันและกัน อริสโตเติลได้กล่าวไว้ว่า ความสุขเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่งเพราะเราจะได้รับ สิ่งอื่นๆผ่านมัน

ศาสนาอิสลามอันศักดิ สิทธิ์ก็เช่นเดียวกันที่เป็นผู้ผลิตและรังสรรค์ทั้งความผาสุกในโลกนี้และโลก หน้าให้กับมนุษยชาติ ซึ่งความสุขที่แท้จริงจะต้องอยู่ภายใต้การอนุมัติจากศาสนบัญญัติและการ ปฏิบัติตามจะทำให้เราห่างไกลจากความอับเฉาในชีวิต ทั้งนี้และทั้งนั้นเราจะต้องยอมรับ ประโยคนี้ด้วยที่ว่าในการใช้ชีวิตของมนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นช่วงชีวิตที่มี ความสุขหรือความทุกข์ท้ายสุดแล้วทั้งสองจะเป็นประสบการณ์ชีวิตและคุณค่าของ คำว่าประสบการณ์จะสามารถสร้างความสุขให้กับเราทุกคน และที่จะลืมไปไม่ได้เลยคือความทุกข์ที่มีในชีวิตของมนุษย์เป็นรากฐานอัน สำคัญในการปรับสมดุลให้กับชีวิตของมนุษย์นั่นเอง

มาตรวัดความสุขและความทุกข์ของมนุษย์

มีหลายเหตุการณ์ที่ว่า ด้วยเรื่องความสุขและความทุกข์ของมนุษย์ได้ถูกกล่าวถึงในริวายัติ และบทสรุปของเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คืออะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้มนุษย์มีความสุขและมีความ ทุกข์ หรืออีกการตีความที่ดีกว่า คือมนุษย์ทุกคนต้องการความสมบูรณ์แบบนั่นหมายถึงว่าถ้าเขาไปถึงยังความ ต้องการหรือเขามีความสมบูรณ์แบบอย่างที่เขาวาดฝันไว้เขาก็จะมีความสุข แต้ถ้าเขาไม่มีหรือไปไม่ถึงยังความสมบูรณ์แบบที่เขาจินตนาการไว้เขาก็จะเป็น ทุกข์ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็มาพิจารณากันว่า อะไรที่เป็นเหตุปัจจัยของความสุขและความทุกข์ของมนุษย์อย่างแท้จริง
อิมามอาลีกล่าวว่า : ความสมถะหรือไม่ยึดติดกับดุนยามีความเชื่อมโยงกับความสุขและความทุกข์ของ มนุษย์ บทสรุปสั้นๆ สองประโยคจากอัลกุรอ่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือไม่ว่าเราจะศูนย์เสียอะไรก็ตามแต่ จงอย่าได้ทุกข์ใจกับความสูญเสียนั้น นั้น และในขณะเดียวกันจงอย่าสุขใจกับความรื่นเริงสำราญที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเพราะ หากว่าเราต้องสูญเสียสิ่งนั้นเราอาจจะเศร้าสลดและทุกข์ใจได้ หากการดำรงชีวิตของมนุษย์เปรียบเสมือนเหรียญๆหนึ่งความสุขและความทุกข์ก็จะ เป็นด้านหัวและด้านก้อยของการใช้ชีวิต และหากเราสามารถที่จะประคับประคองตัวเองให้อยู่ในความนิ่งสงบไม่ว่าจะสุข หรือทุกข์นั่นหมายถึงว่าคุณกำลังได้รับประโยชน์จากความสมถะของการใช้ชีวิต อย่างแท้จริงและจงใช้ความพยายามทั้งหมดของเราไปกับเรื่องราวของโลกหลังความ ตายของเราให้ได้มากที่สุด นั่นก็คือการปฏิบัติอามัลหรือคุณงามความดีต่างๆตามที่บรรดาออิมมะฮ.(อ) ได้ทำไว้เป็นแบบอย่างสำหรับพวกเราทุกคน
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นทั้งความสุขและความทุกข์ก็มีประโยชน์ในตัวของมันเองกับการใช้ชีวิตของมนุษย์เพราะ
๐ ความสุข จะทำให้เรารู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวา

๐ ความทุกข์ จะเป็นตัวผลักดันให้มนุษย์มีความพยายามอย่างเต็มความสามารถในการทำงานและการ ใช้ชีวิตในสังคมซึ่งหากมนุษย์พอใจและมีความสุขกับสถานการณ์เดียวในปัจจุบัน ที่ตนเองเป็นอยู่หรือชีวิตมนุษย์ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้ความกดดันทางด้านความ ทุกข์บ้างมนุษย์ก็จะรู้สึกพึงพอใจในสถานะที่เขาเป็นอยู่ตลอดเวลาหรือเรียก ว่าเขามีความสุขกับชีวิตความเป็นอยู่ของเขาเสมอ แน่นอนเขาจะตกอยู่ในอันตราย เพราะความรู้สึกเช่นนี้จะทำให้เขาไม่คิดที่จะพยามพัฒนา หรือใช้ความสามารถที่มีในตัวเขาอย่างเต็มที่และเขาก็จะตกอยู่ในสภาวะแห่ง ความถดถอย ด้อยในการพัฒนาด้านศักยภาพอย่างแน่นอน ยกตัวอย่างเช่น บุคคลที่ประสพกับโรคร้ายต่างๆที่คร่าชีวิตมนุษย์ เช่น โรคเอดส์ หรือโรคมะเร็งจะเป็นที่รู้กันว่าคนที่เป็นโรคเหล่านี้สุดท้ายเขาก็จะประสพ กับความตาย และหากพวกเขามองว่าการเป็นโรคนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตมนุษย์หรือสามารถ ที่จะรับกับสภาพเหล่านั้นได้พวกเขาก็จะปฏิเสธการเข้ารับการรักษา และสุดท้ายโรคร้ายเหล่านั้นก็จะจบชีวิตของเขาลง

อิมาม อาลีได้กล่าวว่า บางครั้งมนุษย์จะมีความสุขกับสิ่งที่พวกเขาได้มา และอยู่ในครอบครองของเขา และในขณะเดียวกันมนุษย์ก็มีความทุกข์กับการศูนย์เสียสิ่งที่เขามีอยู่และ ความไม่สมปรารถนาทั้งหลาย

เพราะฉะนั้นพึงรู้ไว้ เถิดว่าความสุขอย่างเดียวของเราคือการได้ใช้ความเพียรพยายามทั้งหมดที่มีไป กับการขวนขวายเพียงเพื่อการสะสมเสบียงไว้สำหรับโลกหน้าของเราเท่านั้นนี่ถึง จะเป็นความสุขที่แท้จริงที่มนุษย์ผู้มีสติปัญญาทั้งหลายพึงมี

ที่มาของความสุขทางโลก

อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว ข้างต้นว่าความสุขจะต้องไม่ใช่ความพึงพอใจในเรื่องของดุนยาเราจะมากล่าว เพิ่มเติมอีกว่าความสุขที่ได้มาจากดุนยาหรือความสุขที่ได้มาจากโลกของวัตถุ คือความรู้สึกมีความสุขที่ได้มาจากความเผลอเรอหรือความโง่เขลาและขณะ เดียวกันความ ทุกข์จัดอยู่ในความรอบรู้ความฉลาดแหลมคม ซึ่งการอธิบายเกี่ยวกับความทุกข์ในแง่มุมนี้ ขึ้นอยู่กับเหตุผลสองประการ

1.การเกิดขึ้นในสิ่งที่ไม่พึงประสงค์และการมีอยู่ในสิ่งที่ไม่มีความเหมาะสมกัน

2.ยิ่งมนุษย์มีความรู้และ ความเข้าใจที่ถูกต้องมากขึ้นเท่าไหร่เขาก็จะมีความทุกข์มากขึ้นเท่านั้น เช่นหากมนุษย์มีความรู้และเชื่อมั่นในความรู้ของเขาว่า หากเขาตายจากโลกนี้ไปเขาจะได้อยู่ใกล้ชิดกับพระเจ้าและจะได้รับรางวัลต่างๆ อย่างมากมายที่ถูกสัญญาไว้ ถ้ามนุษย์มีความรู้ความเข้าใจจากเรื่องนี้จริง จะไม่มีมนุษย์คนไหนอยากอยู่บนโลกนี้แม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่มนุษย์นั้นมีความหลงลืมหรือเผลอเรอในสิ่งที่เขาประ จักรแจ้งเขาก็จะรู้สึกถึงความสุขของดุนยาที่เป็นวัตถุมากขึ้นทันที

อิมามอาลีได้กล่าวถึง สภาพของผู้ที่หลงลืมในดุนยา ว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างปรกติสุขและมีความชื่นบานกับสิ่งที่เขาได้ เห็นในดุนยา และได้อธิบายเกี่ยวกับสภาพบุคคลประเภทนี้ว่า มีบุคคลจำนวนมากที่เขาดำเนินชีวิตอยู่บนหน้าแผ่นดินและเขามีความรักและ หลงใหลกับวัตถุและแสงสีของโลกนี้พวกเขาใช้ความพยายามอย่างมากมายเพื่อให้ได้ ใช้ชีวิตอย่างหรูหราและพยายามที่จะสรรหาและเพิ่มพูนเนียะมัตให้กับตัวเอง อยู่ตลอดเวลา และจะใช้ความรู้ความสามารถของเขาเพื่อแสวงหายังเกียรติยศศักดิ์ศรีความ มีหน้ามีตาในวงสังคม และเวลาที่พวกเขามีความทุกข์เขาก็จะเยียวยาความทุกข์นั้นด้วยการผักผ่อน หย่อนใจ และทุกครั้งเขาต้องเจอกับความโศกเศร้าเขาก็จะหันหน้าไปพึ่งพาสิ่งไร้สาระ ในขณะเดียวกันก็เกรงว่าเขาจะใช้ช่วงเวลาที่มีค่าของชีวิตกับสิ่งไร้สาระพวก นี้ไปเสียหมดและทำให้เขาเสียโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาไปมารู้ตัวอีกที ก็ต่อเมื่อความตายได้มาเยือนเขาเสียแล้ว