หน้าแรก อิสลาม การ “กุรบานอะลีอัสกัร” ข้อพิสูจน์การเป็นทายาทศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ของอิมามฮุเซน (อ.)

การ “กุรบานอะลีอัสกัร” ข้อพิสูจน์การเป็นทายาทศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ของอิมามฮุเซน (อ.)

967

ทำไมท่านอิมามฮุเซน (อ.) จึงสามารถแสดงวีรกรรมอันนี้ให้เป็นแบบอย่างจนถึงวันกิยามัต? คำตอบคือ เพราะอิมามฮุเซน (อ.) เป็นทายาทของศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ผู้ที่ ‘ผ่าน’ ทุกๆ การทดสอบอย่างผ่องแผ้วที่สุด ผลการสอบเป็นที่พอใจของพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ท่านเป็นหนึ่งในศาสดาที่แต่ละศาสนามีความภาคภูมิใจเป็นที่สุด ทุกศาสนาไม่ว่า “ยาฮูดี” ก็อ้าง “นัศรอนี” ก็อ้าง ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) คือบุคคลที่ ‘ฮะนีฟ’ บุคคลที่มอบตนอย่างบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว และไม่เคยเป็นมุชริก และโองการอื่นๆ ก็อธิบายไว้มากมายในประเด็นนี้ ดังนั้นแม้กระทั่งท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) ได้ปรากฏตัวบนโลกใบนี้ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ก็ไม่ให้ลืมแบบฉบับของท่านศาสดาอิบรอฮีม (อ.) นี่คือสิ่งที่อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงยอมรับในตัวของท่านศาสดาอิบรอฮีม (อ.) !!

ดังนั้น คนที่จะเป็นทายาทของท่านศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ได้อย่างแท้จริง ก็คือ เฉพาะคนที่ตามศาสดาอิบรอฮีม (อ.) เท่านั้น ซึ่งบุคคลเหล่านั่นคือ ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) และบรรดาผู้ศรัทธา นั่นคือ พวกพ้องของนบีอิบรอฮีม (อ.) หรือชีอะห์ของอิบรอฮีม อย่างแท้จริง ดังนั้น อิมามฮุเซน (อ.) จึงเป็นทายาทของนบีอิบรอฮีม (อ.)ความเป็นหนึ่งเดียวของศาสดามูฮัมมัด(ซล) กับท่านอิมามฮุเซน (อ.) นั้น ได้รับการยืนยันจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) ดังคำกล่าวหนึ่งของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) ว่า

حسين مني وانا من الحسين

“ฮูเซนนุมมินนีย์ วะอะนามินฮูเซน” หมายถึง “ฮุเซนมาจากฉัน และฉันมาจากฮุเซน”

ความเป็นหนึ่งเดียวของศาสดามุฮัมมัด (ซล.) กับศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ก็ได้ถูกยืนยันโดยอัลลอฮ์ (ซบ.) ดังนั้น อิมามฮุเซน (อ.) ก็คือ ทายาทของนบีอิบรอฮีม (อ.) !!และแบบฉบับของศาสดาทั้งหมดมาสรุปที่ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) เราจะเห็นได้ในพิธีฮัจญ์ของอิสลาม ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) ก็ได้ตามรอยเท้าของท่านศาสดาอิบรอฮีม (อ.)เมื่อไม่นานนี้ ท่านอายาตุลลอฮ ซัยยิดอาลี อัลคอเมเนอี ได้เอ่ยและชี้ให้เห็นว่า “แม้แต่รอยเท้าของนบีอิบรอฮีม (อ) ยังได้รับการยอมรับ ยังได้รับการ ‘ฏ็อวาฟ’ รอยเท้าของนบีอิบรอฮีม (อ.) ยังยืนเคียงข้างกับบ้านของอัลลอฮ์ (ซบ.)”

อิมามฮุเซน (อ.) คือทายาทของศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ผู้เป็นสหายของอัลลอฮ์ (ซบ.) และเราได้กล่าวไปแล้วว่า ทายาทจะขยายสิ่งที่ใหญ่กว่าสิ่งที่ได้รับมาขึ้นไปอีก ศาสดามุฮัมมัด (ซล.) ก็ได้ประกาศศาสนาที่ยิ่งใหญ่กว่า และท่านอิมามฮเซน (อ.) ก็คือทายาทของนบีอิบรอฮีม (อ.) ฮัจญ์ของอิบรอฮีม (อ) ได้ถูกกำหนดให้มนุษย์ปฏิบัติ หนึ่งในเหตุผลสูงสุดของการทำฮัจญ์ คือให้พวกเขาทำความเข้าใจฮัจญ์แบบท่านอิมามฮุเซน (อ.) ว่า วันหนึ่งจะมาถึง “แทนที่มนุษย์จะทำการฏ็อวาฟ บ้านของอัลลอฮ์ (ซบ.) แต่กลับต้องไปฏ็อวาฟอัลลอฮ์ (ซบ.) แทน”

พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทดสอบศาสดาอิบรอฮีม (อ.) โดยให้นำลูกน้อยไปทิ้ง พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทดสอบ กับท่านหญิงฮาญัร (อ.) ให้วิ่งหาน้ำ กลับไปกลับมาระหว่างภูเขา ‘ศอฟา’ และ ‘มัรวะฮ์’ นบีอิสมาอีล (อ.) ก็ยิ่งร้องไห้ น้ำซัมซัมก็ผ่านมาจากเท้าของนบีอิสมาอีล (อ.) พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้มอบรางวัลในการผ่านการทดสอบ โดยให้นบีอิสมาอีล (อ.) ได้ดื่มน้ำเมื่อลูกโต พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ก็ทรงให้เชือดนบีอิสมาอีล (อ.) เมื่อนบีอิบรอฮีม (อ.) ตัดสินใจที่แน่นอนแล้วที่จะเชือดอิสมาอีล (อ.) อัลลอฮ์ (ซบ.) ก็ได้นำสิ่งอื่นมาทดแทน และก็ได้ผ่านการทดสอบครั้งนี้

ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ถูกโยนลงในกองไฟ ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) เป็นหนึ่ง ในผู้ที่แสวงหาชะฮีด และพอใจกับสิ่งที่อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงทดสอบ เมื่อผ่านการทดสอบ อัลลอฮ์ (ซบ.) จึงบอกกับไฟ ‘ให้เย็นลง’แต่สำหรับท่านอิมามฮุเซน (อ.) ทายาทแห่งมรดกอันนี้ ข้อสอบที่กัรบาลา ไม่เหมือนกับที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงทดสอบนบีอิบรอฮีม (อ.) เพราะแสงแดดที่ร้อนดั่งไฟที่กัรบาลามันไม่ได้ถูกทำให้เย็นลง และเมื่ออิสมาอีลของอิมามฮุเซน (อ.) หิวน้ำ !!อิสมาอีลของฮุเซนนั้นมีสองกุรบาน พี่น้อง…!!

คนที่หนึ่ง ที่เป็น อิสมาอีลของฮุเซน คือ ‘อาลีอัซกัร’ ที่มีอายุเท่ากับอิสมาอีลของอิบรอฮีมที่ถูกทิ้งที่กะอบะฮ์ อิสมาอีลของอิบรอฮีมร้องให้ไม่นาน เพียงระยะทางวิ่งไปกลับระหว่าง “ศอฟา” และ “มัรวะฮ์” อัลลอฮ์ (ซบ.) ก็ประทานน้ำซัมซัมมาให้อิสมาอีลได้ดื่มกิน หากแต่…อิสมาอีลของอิมามฮุเซน (อ.) คือ “อาลีอัซกัร” เด็กทารกน้อยอายุหกเดือน ร้องไห้ผ่านไปสามวันสามคืน ก็ยังไม่มีน้ำสักหยดตกลงไปยังลำคอ !!จนกระทั่งสภาวะอันนี้ใกล้ที่จะทำให้เด็กน้อยคนนี้นั้นเสียชีวิต ท่านหญิงรุบ๊าบ (ภรรยาคนหนึ่งของอิมามฮุเซน (อ) จึงได้อุ้มเด็กน้อย “อาลีอัซกัร” มายังท่านอาบาอับดิลลาฮฮิลฮูเซ็น (อ.)

เมื่ออิมามฮุเซน (อ.) เห็นสภาพของลูกน้อยก็สงสารเป็นอย่างมาก ท่านจึงอุ้ม “อิสมาอีลน้อย” ของท่านออกสู่สมรภูมิรบ ในเมื่ออิสมาอีลของนบีอิบรอฮีม (อ.) ยังได้รับน้ำซัมซัม “อาลีอัซกัร” ก็คงจะได้ดีกว่านั้น !!เมื่อนั้นท่านอิมามฮุเซน (อ.) ก็ลงจากหลังม้าแล้วได้ชู “อาลีอัซกัร” ขึ้นเหนือศรีษะของท่านให้บรรดาเหล่าทรชน และทรราชได้เห็นเด็กน้อยที่ใกล้จะสิ้นใจเพราะอาการหิวน้ำ แล้วถามกับพวกนั้นว่า “เด็กน้อยคนนี้นั้นเขาทำผิด อันใด?” “ฉันเป็นนักรบ…หากจะไม่ให้น้ำฉันดื่มก็ไม่เป็นไร…เพราะฉันคือนักรบ”

“แต่เด็กน้อยอายุหกเดือน ถึงแม้นว่าเขาได้กินน้ำอย่างชุ่มฉ่ำ เขาก็ไม่สามารถที่จะทำอันตรายอะไรได้อยู่แล้ว” “ในเมื่อพวกเจ้าไม่เมตตาต่อฉัน… ก็โปรดเมตตาต่อเด็กทารกน้อยนี้ด้วย…”ท่านอิมามฮุเซน (อ.) นำอาลีอัซกัรออกไป เป็นเหตุผลอันหนึ่ง นั่นเพื่อต้องการที่จะให้พวกเขาเห็นสภาพของเด็ก และคิดว่าด้วยสภาพของทารกน้อยคนนี้ อาจเปลี่ยนสภาพจิตใจของพวกเขาได้ แต่เพราะพวกเขาเหล่านั้น เป็นลูกหลานของนางฮินด์ที่กินตับ ซึ่งถูกสาปแช่ง มันจึงไม่มีความเมตตาปราณีใดๆ เลย พี่น้อง….!!กระทั่ง อุมัร อิบนิ ซะอด์ ได้ส่งสัญญาณให้กับมือธนูชาติชั่วคนหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ฮัรมาละฮ์’ มือแม่นธนูที่สุดของกองทัพยาซีด ว่า ให้จัดการเด็กน้อยคนนี้

มันจึงส่งดอกธนูที่มีหัวสามแฉก…ธนูที่มีสามหัวอยู่ในดอกเดียวกัน…โดยที่ธนูได้พุ่งออกไปปักที่คอหอยของ “อาลีอัซฆัร” !!เบื้องต้นท่านอิมามฮุเซน (อ.) ยังไม่ได้เห็นว่ามีธนูพุ่งเข้ามา ขณะที่ชูอาลีอัซกัรขึ้นเหนือศรีษะ กระทั่งอิมามฮุเซน (อ.) รู้สึกผิดปกติ เพราะมีน้ำหยดลงมาบนใบหน้าตอนแรกอิมามฮุเซน (อ.) คิดว่าอาจจะมีฝนตก…ฟ้าหลั่งน้ำตา…เพื่อที่จะให้อาลีอัซกัร ได้ดื่มกิน ทำให้ท่านอิมามฮุเซน (อ.) นำมือข้างหนึ่งไปปาดหยดน้ำที่ไหลลงบนแก้มของท่าน จึงพบว่า…หยดน้ำที่หลั่งจากฟากฟ้านั้นเป็น ‘สีแดง’ พีน้อง…..!!
อิมามฮุเซน (อ.) จึงมองไปที่ “อาลีอัซฆัร” …จึงพบว่า…ที่คอหอยของ “อาลีอัซฆัร” ได้ถูกฉีกออกด้วยธนูสามแฉก พีน้อง….!!

พี่น้องครับ ! ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้รองรับเลือดที่ไหลออกมาจากคอหอยของ “อาลีอัซฆัร” แล้วได้โปรยและสาดขึ้นไปยังท้องฟ้า และกล่าวว่า “โอ้อัลลอฮ !! โปรดเป็นพยาน นี่คือเลือดของอิสมาอีลของฉันที่ฉันได้เชือด (กุรบาน) ลงไป” พี่น้องครับ… อันที่จริง ก่อนหน้าที่อิสมาอีลน้อยจะถูกกุรบานนั้น อิสมาอีลใหญ่ (อาลีอักบัร) ของท่านอิมามฮุเซน (อ.) นั้นก็ได้ถูกกุรบานไปแล้ว !!ฮัจญ์ที่กัรบาลา นั้นมันยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน พี่น้อง…..!!ก่อนหน้านี้

หลังจากการเป็นชะฮีดของ “อาลีอักบัร” อิมามฮุเซน (อ.) ก็เคยได้กล่าวว่า”โอ้อัลลอฮ โปรดทรงยอมรับ ฉันได้พิสูจน์บทเรียนที่ยิ่งใหญ่นี้ บทเรียนที่แม้แต่บรรพบุรุษของฉันก็ยังไม่ได้ผ่านข้อสอบนี้ พวกเขาถูกทดสอบทางจิตใจ แต่ฉันนั้นถูกทดสอบด้วยการปฏิบัติ”และหลังจากนั้น ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ก็ได้อุ้ม “อาลีอัซกัร” ขี่ม้ากลับไปยังคัยมะฮ์ (กระโจม) ท่านหญิงรุบ๊าบ ภรรยาของอิมามฮุเซน (อ.) เมื่อเห็นอิมามฮุเซน (อ.) ควบม้าผ่านรุบ๊าบไปอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังคัยมะฮ์ของ “อาลีอัซฆัร” และนางเห็น “อาลีอัซฆัร” เงียบไม่มีเสียงร้องของ “อาลีอัซฆัร” เลย นางจึงเข้าใจว่า เด็กน้อยได้ดื่มน้ำแล้ว ซึ่งท่านหญิงรุบ๊าบ จึงดีใจเป็นยิ่งนัก ที่เห็น “อาลีอัซฆัร” กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของบิดา

ทว่า เมื่อเห็นอิมามฮุเซน (อ.) กำลังใช้ดาบขุดดินที่ข้างๆ กระโจม…ท่านหญิงรุบ๊าบจึงสงสัยว่า ทำไมอิมามฮุเซน (อ.) จึงได้ขุดดินที่ข้างกระโจมของอาลีอัซกัร??……ท่านหญิงรุบ๊าบสงสัยมาก พี่น้อง… ….!! ทำไมอิมามฮุเซน (อ.) ต้องขุดดินด้วย? เมื่ออิมามฮุเซน (อ.) ขุดดินได้เท่าขนาดที่ต้องการแล้ว พี่น้องลองคิดดูว่า หลุมที่ต้องขุดด้วยดาบ หลุมจะเล็กสักขนาดไหน?? พี่น้อง ….!!และเมื่ออิมามฮุเซน (อ.) ขุดดินเสร็จเรียบร้อย ท่านจึงเรียกท่านหญิงรุบ๊าบมาหา และกล่าวว่า”โอ้…. รุบ๊าบเอ๋ย…จงมาลาลูกน้อยของเจ้าเถอะ…อาลีอัซฆัร…ก็เป็นกุรบานของฮุเซน…และนี่คือการทดสอบอันหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้”

จากหนังสือ “ปรมัตถ์แห่งการพลี สดุดีอาชูรอ” โดยฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัยนี