การปฏิวัติโลกเป้าหมายของขบวนการอาชูรอ

173

بسم الله الرحمن الرحيم

الحمد لله الذى هدانا لهذا و ما كنا لنهتدى لولا ان هدانا لولا ان هدانا الله ثم الصلاة والسلام علی حبیبنا وشفیعنا ومولانا و سيدنا محمد و علی آله الطيبين الطاهرین المعصومین والمظلومین و لعنة الله على أعدائهم أجمعين من الآن إلى قيام يوم الدين

مَا كَانَ إِبْرَاهِيمُ يَهُودِيًّا وَلاَ نَصْرَانِيًّا وَلَكِن كَانَ حَنِيفًا مُّسْلِمًا وَمَا كَانَ مِنَ الْمُشْرِكِينَ

มวลการสรรเสริญทั้งมวลแด่องค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ขอสดุดีและสำนึกในความเมตตาและโอกาสแห่งเดือนมุฮัรรอม ที่เอกองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ประทานให้กับเราทุกๆ คน ได้เป็นหนึ่งจากบุคคลที่ได้รำลึก ถึงการรำลึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ การรำลึกที่จะนำไปสู่ความเข้าใจ ซึมซับจิตวิญญาณแห่งอาชูรอเข้าสู่จิตวิญญาณของเรา และนำสู่การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะทำให้มนุษย์พบกับความยิ่งใหญ่ เท่ากับการปรับจิตวิญญาณ ให้เข้ากับอาชูรอ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรี ต้องการความรู้เป็นอย่างมาก จึงจะสามารถนำความรู้เหล่านั้นเข้าสู่จิตวิญญาณของเราได้

“การปฏิวัติโลก” เป้าหมายของขบวนการอาชูรอ อาชูรอมีเนื้อหามากมาย ที่ต้องทำการศึกษา จะเห็นได้ว่าการรำลึกนี้ มีมานับตั้งแต่สมัยท่านศาสดาอาดัม (อ.) ตราบไปจนถึงการปฏิวัติโลกโดยการนำของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.)ตลอดเส้นทางแห่งการต่อสู้ในยุคใดสมัยใดถ้าหากได้ยึดวีรกรรมนี้ ยุคนั้นสมัยนั้นก็จะประสบความสำเร็จในการต่อสู้ ซึ่งมีในทุกยุคทุกสมัย และความสำเร็จเหล่านั้นในมุมมองในทัศนะของเรานั้นอาจยิ่งใหญ่แล้ว ทว่าก็ยังไม่ยิ่งใหญ่พอ

เป้าหมายของกัรบาลา คือ ‘การปฏิวัติโลก’ และตลอดเส้นทางการต่อสู้ก็ได้ประสบความสำเร็จตลอดมา หากแต่ที่ประสบความสำเร็จมานั้น เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของกัรบาลา เช่นใน อิหร่าน บาห์เรน เลบานอน หรือในกาซ่า สิ่งดลใจที่ทำให้พวกเขามีพลังนั่นคือเรื่องราวแห่งกัรบาลา ซึ่งพวกเขารับสารภาพต่อสาธารณะชนเช่นกรณีของ ‘ผู้นำ’ ขบวนการฮามาส เมื่อถูกถามหลังจากประสบความสำเร็จจากการยืนหยัดต่อสู้กับอิสราเอล ท่านก็ได้ตอบคำถามว่า…วันนี้เรารู้จักแล้วว่า ‘ฮุเซน บุตร ของอะลี’ คือใคร!!ท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) ก็มักถูกถามจากสื่อต่างๆ ว่า อะไรคือแรงจูงใจ อะไรคือสูตรสำเร็จ?? ท่านตอบอยู่เสมอๆ ว่า “ทั้งหมดที่เรามี ณ วันนี้ เราได้มาจากอิมามฮุเซน (อ.)… เราได้มาจากกัรบาลา…”

สังคมสามารถปฏิวัติได้ หากยึดวีรกรรมอันนี้ แม้กระทั่งสังคมที่เห็นแก่ตัว ไร้ศรัทธา ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน หากว่าสามารถซึมซับจิตวิญญาณแห่งกัรบาลา นั่นคือ ‘หนึ่ง’ ในความหมายของการเปลี่ยนแปลง…มนุษย์สามารถนำจิตวิญญาณแห่งกัรบาลามาใช้ในการเปลี่ยนแปลง สังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และทุกเรื่องราวในชีวิตของมนุษย์ ทุกย่างก้าวในชีวิต แต่สิ่งสำคัญในขบวนการนี้ คือการทำความเข้าใจอย่างผ่องแผ้วและถ่องแท้ และนั่นคือเหตุผลที่เรื่องราวต่างๆ จะต้องถูกรำลึกตลอดกาล นับตั้งแต่ยุคสมัยศาสดาอาดัม (อ.) ตราบจนถึงวันนี้ และจนถึงวันกิยามัต

ดังนั้น บทซิยารัตต่างๆ ที่มีอยู่ในซิยารัตอาชูรอ สลามแด่ท่านอิมามฮุเซน (อ.) สลามแด่ดวงวิญญาณทั้งหมดที่ได้พลีร่วมกับท่าน แน่นอน สลามตรงนี้ ไม่ใช่ อัสสลามมุอะลัยกุม แล้วจบ สลามตรงนี้ คือ สดุดี ยอมรับ และเอาแบบอย่างจากพวกเขาเหล่านั้น นั่นคือการสดุดีอย่างแท้จริง และสลามนี้ไม่ใช่ สลามกันเพียงวันหรือสองวัน หากแต่เป็นสลาม…

ما بَقیتُ وَ بَقِىَ اللَّیْلُ وَ النَّهارُ “มาบากีตู วาบากียัล ลัย ลุวันนาฮาร” “สลามตราบที่เรายังมีอยู่ ตราบใดที่ยังมีกลางวัน ตราบใดที่ยังมีกลางคืน”…จะสลามตลอดไป !!

การสดุดีอย่างแท้จริง คือมนุษย์จะต้องนำเอาแบบอย่างของบุคคลเหล่านั้นมาอยู่ในวิถีชีวิต หรือนำเอาบุคคลที่เขาสดุดี มาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขากล่าวคือ ต้องศึกษาค้นคว้าตลอดไปตราบใดที่ยังมีกลางวันกลางคืน ..การเรียนรู้วีรกรรมแห่งกัรบาลาจะต้องมีตลอดไป…อันที่จริงแล้ว การเรียนรู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ อยู่รอบตัวเราตลอดมา และตลอดเวลา แต่เราต่างหากที่ไม่ขวนขวาย ไม่ทำความเข้าใจ ทั้งๆ ที่กลไกที่ศาสนาสร้างมานั้น สมบูรณ์พอที่จะอธิบายว่า ชีวิตของเราทั้งชีวิต ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน ล้วนจะต้องผูกพันกับอาชูรอ
รอบตัวเรามีอะไรบ้างพี่น้อง??

ทุกวัน ที่เรานมาซ ถ้าเราเป็นชีอะฮ์ เรามีความภาคภูมิใจที่จะหา ‘ดิน’ กัรบาลา อันเป็นดินที่มุสตะฮับ และมุสตาญับ (ทำให้อิบาดัตถูกยอมรับ) ที่สุดสำหรับนมาซ และการดุอาอ์
แต่เราไม่เคยหาคำตอบว่า ทำไมถึงมุสตาญับที่สุด?? ทำไมดินกัรบาลา ต้องผูกพันกับนมาซ?? สูงสุดและสุดยอดของการนมาซคือ ท่าสุญูด (กราบกราน) การสุญูดที่ดีที่สุดคือ ‘สุญูดแล้วใกล้ชิดกับกัรบาลา’เมื่อเสร็จสิ้นจากนมาซ ก็มีคำสั่งเสียอีกมากมาย หนึ่งในนั้น คือ ‘การดื่มน้ำ’ ผู้ที่ดื่มน้ำ และการดื่มน้ำที่มีผลบุญแห่งสรวงสวรรค์ คือเมื่อน้ำอันชุ่มช่ำลงไปยังคอของผู้ใด แล้วเขากล่าวว่า

اَلسَّلامُ عَلَیْکَ یا اَباعَبْدِاللَّهِ “อัสลาม อุลัยกา ยาอาบาอับดิลลาฮ” หมายถึง “ขอสลามยังท่านโอ้อะบาอับดิลละฮ์”ในยามที่ชุ่มช่ำกับการดื่มน้ำ ก็ให้รำลึกถึงกัรบาลา พร้อมทั้งสาปแช่งบรรดาศัตรูของท่านอิมามฮุเซน (อ.) !!ดุอาอ์ และ ซียารัต ก็อยู่ใกล้ชิดเรา ซึ่งรายละเอียดจะอยู่ในดุอาอ์ ในซียารัตต่างๆ ทั้งนี้ซียารัตที่ใกล้ชิดกับชีอะฮ์มากที่สุดและคุ้นเคยที่สุด มีอยู่สองซียารัต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญหนึ่งของชีอะฮ์ หนึ่งในนั้นคือ ‘ซียารัตอาชูรอ’…

ทำไมจึงมีคำสั่งเสียมากมายว่า “ฮาญัต” (ความประสงค์, ความต้องการ) ต่างๆ จะประสบผลได้ด้วยการอ่าน ‘ซียารัตอาชูรอ’ ? คำตอบมีมาจากทั้ง บรรดาอะอิมมะฮ์ (อ.) และอุลามาอ์ที่เป็นเอาลิยาอ์ของพระองค์ ทุกคนจะเน้นการอ่าน ‘ซียารัตอาชูรอ’ เป็นอย่างมาก ความทุกข์ยาก ความทุกข์โศกทุกประการจะคลี่คลายแก่ผู้ที่อ่าน ‘ซียารัตอาชูรอ’ถึงแม้ยุคสมัยนี้อาจมีบุคคลทำตัวเป็นอุละมาอ์ที่โง่เขลา ด้วยการสร้างความคลางแคลงใน ‘ซียารัตอาชูรอ’ แต่สำหรับชีอะฮ์ที่แท้จริงนั้นข้อคลางแคลงสงสัยอันนี้จะไม่มีผลใดๆ ต่อพวกเขา ดังนั้นเราควรอ่านซียารัตอาชูรอให้มากๆ ซึ่งแน่นอนว่า ต้องอ่านด้วยความเข้าใจและอ่านแบบพิจารณาในเนื้อหา

และอีกหนึ่งซียารัต ก็คือ ‘ซียารัตวาริษ’ ซึ่งโดยปรกติแล้วเราก็จะอ่านกันที่มัสยิด ทุกคืนวันศุกร์ ‘ซียารัตวาริษ’ นี้เป็นอีกหนึ่งซียารัตที่ถูกเน้นโดยอุลามาอ์ที่เป็น ‘เอาลียาของอัลลอฮ์’ ที่ข้าพเจ้าเน้นคำว่า ‘เอาลียาอัลลอฮ์’ ก็เพราะความผิดพลาดในเนื้อหาของศาสนาจะไม่เกิดขึ้นจากคนกลุ่มนี้ ศาสนาจึงต้องรับมาจากบุคคลเหล่านี้ ทั้งนี้ซียารัตวาริษเป็นซียารัตสั้นๆ ที่จะทำให้เรารู้ถึงองค์ประกอบต่างๆ อันเป็นองค์ประกอบที่ยิ่งใหญ่แห่งกัรบาลา เมื่อคืนที่ผ่านมาข้าพเจ้าได้กล่าวแล้วว่า นักวิชาการได้ค้นคว้าเรื่องราวแห่งกัรบาลาในหลายแง่มุม ซึ่งสิ่งหนึ่งจากความสำเร็จที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ ในวีรกรรมอันนี้ คือ การเป็นเรื่องอมตะจนถึงวันกิยามัต

ความสูงส่งของผู้นำขบวนการ ไม่มีขบวนการใดจะประสบความสำเร็จได้ ถ้า ‘ผู้นำ’ ขบวนการนั้นไม่สูงส่ง ดังนั้นขบวนการแห่งกัรบาลาที่ประสบความสำเร็จได้ ก็เพราะมีท่าน อิมามฮุเซน (อ.) ซึ่งตัวท่านนั้นมีฟาดีลัต (ความประเสริฐ) ทั้งหมดของมนุษย์ ซึ่งถูกรวมไว้อยู่ในตัวท่านอิมามฮุเซน (อ.) หากผู้นำยิ่งสูงส่งเท่าไหร่ ขบวนการก็ยิ่งสูง และยิ่งใหญ่ขึ้นเท่านั้น ท่านอายาตุลลอฮ์ ซัยยิดอาลี อัลคอเมเนอี ได้กล่าวเช่นกันว่า “ถ้าไม่มีอิมามโคมัยนี (รฎ.) ก็จะไม่มีวันที่ขบวนการปฏิวัติอันนี้จะมีชื่อปรากฏอยู่ในโลกนี้ และหลังจากการปฏิวัติแห่งอิหร่านก็ยังจะไม่มีปฏิวัติใดๆ ในโลกปรากฎขึ้น เว้นแต่การปฏิวัติอันนั้นจะมีชื่อของอิมามโคมัยนี (รฎ.) เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย”

นั่นคือคำพูดของท่านอายาตุลลอฮ ซัยยิดอาลี อัลคอเมเนอี ผู้นำแห่งยุคปัจจุบัน !!ความสำเร็จของการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านนั้น ก็เพราะมีผู้นำอย่างท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) ทั้งความสำเร็จของอิมามโคมัยนี (รฎ.) ในการสถาปนารัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ได้กลายเป็นแรงดลใจให้เกิดการปฏิวัติในที่อื่นๆ นั่นก็เพราะความสมบูรณ์แบบของ ‘อุลามาอ์’ !!หากจะถามว่าในประวัติศาสตร์ของอุลามาอ์ ใครสูงส่งที่สุดในโลก ? คำตอบที่ไม่มีความคลางแคลงสงสัยใดๆ ก็คือ ท่านอิมามโคมัยนี (รฎ) ผู้ที่นำเอาแบบฉบับของท่านอิมามฮุเซน (อ.) มาใช้อย่างแท้จริง และถ้าหากผู้นำสูงไปกว่านั้น ก็จะกลายเป็นต้นแบบ ของผู้นำทั้งหมด

ถ้าเรามองในบุคลิกภาพของผู้นำในเชิงอุดมการณ์และศาสนา ท่านอิมามฮุเซน (อ.) อยู่ในสถานะใด ณ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ?คำอธิบายได้ดีที่สุด ก็คือคำอธิบายในซียารัตวาริษช่วงต้น ที่จะบอกว่าการปฏิวัติอันนี้ คือการปฏิวัติอะไร การปฏิวัติเป็นของผู้ใด ? และเมื่อเราเข้าใจ เนื้อหา ของดุอาอ์ และซียารัตนี้ ความเข้มข้น ความรู้สึกที่เต็มอิ่มก็จะยังคงอยู่กับเราตลอดไป และไม่มีวันจางหายอย่างแน่นอนอันที่จริงแล้ว อามั้ลอีบาดัต จะต้องเป็นแบบนี้ จะต้องทำความเข้าใจกับอุดมการณ์ของศาสนา ต้องทำความเข้าใจในเป้าหมายของศาสนา ดังนั้นเราจะต้องทำความรู้จักกับผู้นำที่จะนำความสำเร็จสู่แนวทางการต่อสู้ เรามาทำความรู้จักเศษเสี้ยวหนึ่ง กับบุคลิกภาพของผู้นำท่านนี้ผ่านซียารัตวาริษ

จากหนังสือ “ปรมัตถ์แห่งการพลี สดุดีอาชูรอ” โดยฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัยนี