สามองค์ประกอบการเป็นอมตะของการขบวนการอาชูรอ

190

บรรดาอุลามาได้นำเสนอเหตุผลหลักๆ ที่ขบวนการนี้ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ คือ ประการที่หนึ่ง ขบวนการนี้เริ่มต้นด้วย ‘ความยากีน’ อันเป็นความยากีนในขบวนการต่อสู้ของตนเอง ความลับอันที่หนึ่ง คือขบวนการต่อสู้เริ่มด้วยความยากีน ซึ่งเป็นสิ่งที่ศาสนาต้องการ ความหมายของคำว่า ‘ยากีน’ คือ การไปสู่ความสำเร็จ มีความมั่นใจว่า ถูกต้อง ทั้งใน วิธีการ เป้าหมาย และทุกสิ่ง หรือสามารถจะกล่าวได้ว่า ‘ยากีน อย่างสมบูรณ์แบบ’

ข้อพิสูจน์ คือ ตลอดเส้นทางจากนครมะดีนะฮ์มุ่งสู่กัรบาลา ทุกย่างก้าวที่ก้าวเดินออกไปนั้นเต็มไปด้วยความยากีนในทุกแง่มุม ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีใครรู้ว่าชะตากรรมจะเป็นแบบนี้ และไม่ใช่เพราะจดหมายการเชิญชวนของชาวกูฟะฮ์ มีหลายเรื่องราวหลายรีวายัต (รายงาน) ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าขบวนการนี้ ก้าวไปด้วยความยากีน นับตั้งแต่ออกจากมะดีนะฮ์

เหตุการณ์ในวันอาชูรอ ถูกเปิดเผย และอธิบายสาธยายทั้งหมด ว่าไม่มีการสะทกสะท้านใดๆ ในกัรบาลา และถ้าเราสังเกตทุกคุตบะฮ์ (สุนทโรวาท) ของอิมามฮุเซน (อ.) ก็จะพบคำว่า ‘อัลฮัมดูลิลละฮ์’ ตลอดเส้นทาง !!คือขอบคุณพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ที่ท่าน และบรรดาผู้ถูกเลือก ได้ถูกเลือกให้ทำภารกิจอันนี้ !!นั่นคือ หนึ่งในความสำเร็จ…และนั่นคือ ความยากีน..และคือ การมีความศรัทธาที่แท้จริง !!

‘ความยากีนอย่างแท้จริง’ คือ คุณสมบัติของ ‘เอาลียาอัลลอฮ์’ พวกเขา หมดความคลางแคลงสงสัย หมดความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น เหตุที่มนุษย์ไม่สามารถเป็น ‘เอาลียาอ์’ ได้นั้น ก็เพราะขาดความยากีน กล่าวสำหรับพวกเรานั้น แม้แต่ความยากีนเบื้องต้นก็ยังทำไม่ได้เลย เช่น การบริจาคทาน เมื่อมนุษย์ไม่ยากีนถึงผลแห่งความดี พลังแห่งการบริจาค ก็จะไม่มี…พลังการบริจาคก็จะไม่เกิด…

ทว่า ความยากีนที่กัรบาลานั้น เป็นความยากีน ‘ขั้นสูงสุด’ ถ้าเราศึกษาในอัลกุรอานจะพบว่า บรรดาอัมบียาอ์ได้ชี้ให้เห็นถึงความด้อยในการต่อสู่ต่างๆ เมื่อเทียบกับขบวนการกัรบาลา (ฟังให้ดีถ้าพูดไม่เป็นอย่าพูดเด็ดขาด) เพราะบางศาสดา พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทดสอบพวกเขาจนกระทั่งพวกเขาร้องออกว่า “มาตานัศรุลลอฮ??” ความหมายคือ “เมื่อไหร่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) จะทรงช่วยเหลือ??” (ซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ โองการที่ 214)

“ยากีน” ที่ทำให้คนเป็นวลียุลลอฮ์ “ยากีน” ของคนที่กล่าวคำว่า “แน่แท้ บุคคลที่กล่าวว่า อัลลอฮ์ (ซบ.) คือพระผู้อภิบาลของเรา หลังจากนั้นเขาลุกขึ้นยืนหยัดในคำกล่าว”
‘อิสตีกอมัต’ จะต้องเป็นการยืนหยัดอย่างแท้จริง จนพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ต้องกล่าวว่า “พวกเขาไม่มีเกรงกลัว และไม่โศกเศร้าใดๆ” นั่นคือหนึ่งเหตุผลของความสำเร็จ คือ “ยากีนสูงสุด” ออกมาด้วยความเชื่อมั่นในวีรกรรมที่ตัวเองจะออกไปแสดง

เพราะความยากีน จึงรู้ว่า เด็กๆ และผู้หญิง ต้องมาร่วมในขบวนการณ์ เพราะพวกเขาคือหุ้นส่วนสำคัญในวีรกรรมนี้ นั่นคือที่มาของการกล่าว “อัลฮัมดุลิ้ลละฮ์” ตลอดเส้นทาง อิมามฮุเซน (อ.) หันหลังให้กับการ ‘ฏอวาฟ’ บ้านของอัลลอฮ์ (ซบ.) แต่ท่านไปฏ็อวาฟอัลลอฮ์ (ซบ.) ที่ ‘กัรบาลา’ แทน เพราะวันนั้น สถานที่ฏอวาฟที่อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงประสงค์ ก็คือที่ดินแดนกัรบาลา… ไม่ใช่…กะบะฮ์ !!ที่กะบะฮ์ บรรดาฮุจญาจจะนำแพะ อูฐ และวัว ไปทำกุรบาน แต่กุรบานที่กัรบาลานั้น พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ให้เอาลูกหลาน ไปทำกุรบาน
เอาสิ่งที่รักยิ่ง ไปทำกุรบาน !!

‘ฮัจญ์’ ของท่านอิมามฮเซน (อ.) ออกจากกะบะฮ์ไปสู่กัรบาลา ด้วยความยากีนสูงสุด ดังนั้น ทางหนึ่งที่จะทำให้บุคคลสำเร็จได้ คือ การยากีนในทางที่เขาเดิน หากปราศจากความยากีนที่แท้จริงแล้ว จะไม่มีทางประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

เหตุผลประการที่สอง ที่ทำให้ขบวนการนี้เป็นอมตะ ก็เพราะขบวนการนี้ มี ‘ตรรกะที่ชัดแจ้ง’ ทั้งเหตุและผลของการต่อสู้ตรรกะของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ก็คือ ‘พลีเพื่ออิสลาม’ อิมามฮุเซน (อ.) ได้กล่าวว่า “คนที่เขาร่วมเดินทางกับฉัน เขาจะไม่มีผลประโยชน์ใดๆ เลยทางดุนยา ไม่มีรางวัลใดๆ จากดุนยา และจะพบกับความเจ็บปวด ความทรมาน ความตาย เพื่อรักษาดีน (ศาสนา) ของพระองค์ตลอดเส้นทาง ดังนั้นคนที่ยืนหยัดจะรู้ว่าทางนี้จะไปจบที่ตรงไหน”

หรือบางคำพูดของท่านกล่าวว่า “ไม่เห็นดอกหรือ ว่าสัจธรรมถูกทอดทิ้ง ไม่มีใครปฏิบัติ และสิ่งที่เป็นโมฆะถูกมุ่งหา” ดังนั้นในสภาวะเช่นนี้ ผู้ประสงค์จะพบกับพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) มีโอกาสจะทำให้เป็นจริง สภาวะแบบนี้ที่จะต้องมุ่งหาพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) “ฉันไม่เห็นความตายเป็นอะไรเลย นอกจากความรุ่งโรจน์ เกียรติยศ ศักดิศรี และภาคภูมิ”
บางคำพูดท่านอิมามฮุเซน (อ.) กล่าวว่า “การมีชีวิตกับผู้อธรรม ฉันไม่เห็นอะไรเลย เว้นแต่ความอัปยศอดสู”ต่อสู้เพื่อมุ่งสู่ความตาย ความตายที่จะทำให้โลกทั้งผองมีชีวิต แต่จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้คือต้องตาย ปลดปล่อยโลกทั้งผองจนถึงวันสิ้นโลก คือด้วยความตาย

ดังนั้น มันติก (ตรรกะ) ของท่านอิมามฮุเซน (อ.) คือความตาย บางคำพูดท่านกล่าวว่า “ความตายไม่มีอะไรหรอก เปรียบดั่งสะพาน ที่นำคนดีเข้าสู่สวรรค์ นำคนชั่วลงนรก”
กล่าวคือ ความจริงแล้ว มนุษย์ไม่ได้กลัวตาย แต่ที่มนุษย์กลัวคือ จุดจบของความตายต่างหากนี่คืออีกเหตุผลหนึ่ง ตรรกะของอิมามฮุเซน (อ.) ไม่มีอะไรนอกจากความตาย ทั้งกำหนดชะตากรรมของผู้ร่วมอุดมการณ์ไว้ล่วงหน้า บุรุษคือความตาย สตรีจะเป็นเชลยศึก ถูกทรมาน ถูกเฆี่ยน ถูกทุบตี.กัรบาลาเป็นขบวนการที่มีตรรกะที่ถูกอธิบายอย่างชัดแจ้ง และนี่คือเหตุผลที่สอง

เหตุผลประการที่สาม เพราะบุคคลในขบวนการนี้เป็นบุคคลที่เลือก ‘สิ่งที่ดีกว่า’ การเลือกของมนุษย์มีมากมายหลายรูปแบบ บางคนมีโอกาสเลือกระหว่างสิ่งที่ดี กับสิ่งที่ไม่ดี และบางคนมีโอกาสดีกว่านั้น เพราะการเลือกของเขาอยู่ระหว่างการเลือกสิ่งที่ดี กับสิ่งที่ดีกว่าวันหนึ่ง มนุษย์อาจถูกทดสอบ ด้วยอันหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่ดีกว่า แต่การเลือกมันนั้นอาจจะทุกข์ทรมาน ผู้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง เขาจะเลือกทำสิ่งที่ดีกว่า และคนในขบวนการนี้ ชีวิตของพวกเขาได้เลือกสิ่งที่ดีกว่าอยู่ตลอดเวลา

ตัวอย่างความหมายของสิ่งที่ดีกว่า เช่นการนมาซ กล่าวคือ ไม่ได้หมายถึงการเลือกระหว่างการปฏิบัตินมาซประจำวันห้าเวลาให้ครบ “ดี” หรือ “ไม่ดี” ทว่าการเลือกที่จะปฏิบัตินมาซ ‘ตะฮัจญุด’ หรือไม่ปฏิบัตินมาซตะฮัจญุด นี่คือความหมายของสิ่งที่ดีกว่า

จากหนังสือ ปรมัตถ์แห่งการพลี สดุดีอาชูรอ โดยฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัย