หยดเลือดหยาดน้ำตารูปแบบการอิฮ์ยาของอิมามฮูเซน (อ)

215

ดังนั้น อะไรคือวิธีการที่ดีที่สุดที่จะพิสูจน์ความจอมปลอมของ อิสลามบนีอุมัยยะฮ์ ?จะทำอย่างไรจึงจะฉีกหน้ากากบนีอุมัยยะฮ์ เพื่อให้มุสลิมที่แสวงหาศาสนาอิสลามที่บริสุทธิ์ สามารถพบอิสลามที่บริสุทธิ์ได้?และแล้วท่านอิมามฮุเซน (อ) ก็ไม่พบวิธีใด !! …จะมี ก็เพียงวิธีนี้ !!วิธีเดียวเท่านั้น !!…วิธีที่ดีที่สุดเท่านั้น !! วิธีเดียวเท่านั้น…ก็คือ…วิธีนี้ !!

เมื่ออิมามฮุเซน (อ) ถูกถามว่าทำไมจึงเลือกวิธีนี้? หนึ่งในคำตอบที่ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้ตอบ ก็คือ “เจ้าไม่เคยอ่านโองการนี้ดอกหรือ??”

ادْعُ إِلَى سَبِيلِ رَبِّكَ بِالْحِكْمَةِ وَالْمَوْعِظَةِ الْحَسَنَةِ وَجَادِلْهُم بِالَّتِي هِيَ أَحْسَنُ إِنَّ رَبَّكَ هُوَ أَعْلَمُ بِمَن ضَلَّ عَن سَبِيلِهِ وَهُوَ أَعْلَمُ بِالْمُهْتَدِينَ

“จงเรียกร้องสู่แนวทางแห่งพระเจ้าของสูเจ้าโดยสุขุม และการตักเตือนที่ดี และจงตอบโต้พวกเขาด้วยสิ่งที่ดีที่สุด แท้จริงพระเจ้าของพระองค์และพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้ที่อยู่ในทางที่ถูกต้อง ” (ซูเราะห์อัลนะห์ โองการที่ 125)

เหมือนที่ข้าพเจ้าได้บอกให้กับพี่น้องเสมอๆ ว่า ในภาวะหนึ่งการเชิญชวนไปสู่อิสลามด้วยฮิกมะฮ์ (วิทยปัญญา) บางภาวะตักเตือนด้วยวิธีที่ดี และถ้าจะมีการตอบโต้ ก็ตอบโต้ด้วยวิธีที่ดีที่สุดในทางวิชาการ โองการข้างต้นถูกอธิบายด้วยรูปแบบหนึ่ง ในทางการเมืองก็ถูกอธิบายด้วยอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งโองการนี้ถูกอธิบายไปในหลายรูปแบบ และอิมามฮุเซน (อ) ก็ตอบว่า “การที่ฉันเลือกวิธีนี้ นี่แหละคือวิธีการที่ดีที่สุด การเตือนที่ดีที่สุด การตอบโต้ที่ดีที่สุด เป็นการตอบรับคำสั่งของอัลลอฮ์ (ซบ.) ด้วยวิธีนี้แหละ ที่เป็นการตอบโต้ที่ดีที่สุด ในการปกป้องศาสนาของพระองค์”นี่คือหนึ่งในความหมายของอัลกุรอาน !!

ในสถานการณ์ที่อิสลามกำลังตกอยู่ในสภาพถูกบิดเบือนจนไม่มีอะไรเหลือแล้ว บุคคลอย่างอิมามอะลี (อ.) ซึ่งเป็นที่รักของศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซบ.) ที่มีโองการอัลกุรอานกล่าวถึงจำนวนมาก เป็นบุคคลซึ่งได้รับการสรรเสริญในอัลกุรอาน เป็นบุคคลที่ศาสดามุฮัมมัด (ซล.) มีฮาดิษ (รายงาน) สนับสนุนอย่างมากมายถึงความสูงส่ง ทว่ามาในยุคของบนีอุมมัยยะฮ์ กลับกลายเป็นบุคคลที่ถูกสาปแช่งโดยประชาชาติอิสลาม ด้วยความศรัทธาว่า การสาปแช่งอิมามอะลี (อ.) ได้รับผลบุญจากอัลลอฮ์ (ซบ.)??และการสาปแช่งอันนี้มันยืดยาวไปจนถึงหกสิบปี พี่น้อง !!ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา !!

หลังจากบนีอุมัยยะฮ์ล่มสลายแล้ว ความเชื่อนี้ก็ยังคงดำรงอยู่ !!เราลองดูว่าอิสลามถูกบิดเบือนมากขนาดไหน ดูเพียงเท่านี้ก็พอ !!ขณะที่ พวกวะฮาบีย์ บอกว่า คนยืนปัสสาวะเป็นรอวี (นักรายงานฮะดีษ) ไม่ได้ หากแต่ คนดื่มเหล้าทำซีนา เป็นคอลีฟะฮ์ได้ ???ทุกวันนี้อิสลามแห่งบนีอุมมัยยะฮ์ ก็ทำวิธีการต่างๆ ได้เขียนหนังสือจำนวนมากสร้างความชอบธรรม ว่าด้วยสิ่งที่ชอบธรรมให้กับยาซีด

ในยุคนี้ก็มีบางผู้รู้พวกวาฮาบีย์ บางคนกล้าพูดถึงขั้นว่า ถ้าเขาอยู่ในกัรบาลาวันนั้น เขาจะเป็นคนยิงธนูใส่อิมามฮุเซน (อ) ก่อน อุมัร อิบนิ ซะอด์ เพราะท่านอิมามฮุเซน (อ) ต่อต้านคอลีฟะฮ์ของอัลลอฮ์ (ซบ.) !!ชี้ให้เห็นว่าอิสลามอันเป็นพิษของบนีอุมัยยะฮ์ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่หมด ดังนั้น ระหว่างกองทัพแห่งธรรม และกองทัพแห่งมาร อยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน ไม่ได้แล้ว

เราจะเห็นใน ‘ซียารัตวาริษ’ ได้ ‘ละนัต’ (สาปแช่ง) คนทีฆ่าสังหารท่าน อิมามฮุเซน (อ) สาปแช่งคนที่พอใจกับการการฆ่า และสาปแช่งกับทุกประชาชาติที่ได้รู้เรื่องเหตุการณ์แล้วเขาเห็นดีเห็นงามกับศัตรู คำละนัต อันนี้ก็ไปถึงพวกนั้นด้วยเช่นกัน !!ซึ่งคำสาปแช่ง จะส่งถึงทั้งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และไม่อยู่ในเหตุการณ์จนถึงวันกิยามัต !!สลามก็เช่นกัน จะส่งไปถึงยังผู้ที่อยู่ และไม่อยู่ในเหตุการณ์ จนถึงวันกิยามัต !!

ดังนั้นท่านอิมามฮุเซน (อ.) จึงชี้แจงว่า วิธีเดียวเท่านั้น ที่จะปกป้องอิสลามอันบริสุทธิ์ ก็คือ ‘ด้วยเลือดของวีรชน และด้วยน้ำตาของวีรสตรี’และวิธีนี้จะเป็นวิธีเดียวตลอดไปในการพิทักษ์ศาสนาของอัลลอฮ์ (ซบ.) และรักษาเกียรติความเป็นมุสลิมทุกยุคทุกสมัย เพราะก่อนหน้านี้มันไม่เคยมีการพิทักษ์ด้วยวิธีนี้ และขบวนการปฏิวัติของท่านอิมามฮุเซน (อ.) เท่านั้นที่นำเสนอวิธีนี้ หลังจากนั้นการปฏิวัติต่างๆ ก็ใช้วิธีนี้

ในยุคนี้ อัลฮัมดุลิลลาฮ์ ที่การอิฮ์ยาที่สมบูรณ์อย่างแท้จริงที่ท่านอิมามฮุเซน (อ.) นำเสนอ ได้ถูกตอบรับ โดยหนึ่งในการตอบรับนั้น ก็คือขบวนการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านโดยการนำของท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) ซึ่งท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) ได้ถอดแบบมาจากกัรบาลา และการปฏิวัติในอิหร่านจึงเกิดขึ้น ทุกคนแสดงบทบาทได้อย่างสมบูรณ์แบบ…ได้แสดงบทบาทของท่านหญิงซัยนับ (อ)…

เด็กๆ ก็ได้แสดงบทบาทของท่านหญิงรุกัยยะฮ์…ท่านหญิงสุกัยนะฮ์…บรรดาสตรี…ผู้ชาย…คนเฒ่า…ก็ได้แสดงบทบาทของเหล่าวีรชนกัรบาลา…ฮาบิบ…มุสลิม…ญูน…และบุคคลต่างๆ ที่เป็นวีรชนแห่งกัรบาลาเมื่อพี่น้องชีอะฮ์ในเลบานอนเห็นท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) นำแบบฉบับนี้มาใช้ สิ่งที่ ‘ยิ่งใหญ่’ ก็ได้เกิดขึ้นอีกสโลแกนที่สำคัญที่ ท่านซัยยิด ฮะซัน นัศรุลลอฮฺ ได้เลือกทำการปลุกเร้าชีอะฮ์ในเลบานอน ด้วยเนื้อหาเดียวที่บอกว่า هَل مِن ناصر یَنصُرنی “ฮัลมินนาซีร ยันซุรนี??” (มีผู้ช่วยเหลือคนใด จะมาช่วยเหลือฉัน??)อันเป็นประโยคที่อิมามฮุเซน (อ.) กำลังพูดกับพวกเราทุกคนในยุคนี้

ท่านซัยยิด ฮะซัน นัศรุลลอฮฺ จึงนำเสนอสโลแกน لبيك يا حسين ‘ลับบัยกา ยาฮูเซน !!’ (เราตอบรับคำเรียกร้องของท่านแล้วโอ้ฮุเซน)นั่นคือเศษเสี้ยวหนึ่งของกัรบาลา ความสำเร็จของฮิซบุลลอฮ์เลบานอนจึงเกิดขึ้น !!และวันนี้ก็อีกเช่นกัน ใน ‘บาห์เรน’ ก็กำลังจะเกิดขึ้น ในอีกไม่ช้าก็จะเห็นการอิฮ์ยาชีอะห์ในบาห์เรนมีแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ถูกปกครองด้วยอาหรับฟาซิก โดยที่ชีอะฮ์ ไม่มีสิทธิ ไม่มีเสียง เหมือนกับการปกครองแบบอาปาคาย

ก่อนหน้านี้ ชีอะฮ์ ถูกลิดรอนสิทธิ์ต่างๆ อย่างมากมาย เช่น เป็น ส.ส ไม่ได้ ต้องตกอยู่ในสภาพของความอัปยศไม่คิดที่จะต่อสู้ แต่หลังจากการอิฮ์ยาในประเทศอิหร่าน และในประเทศเลบานอนประสบความสำเร็จ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว ถ้าพี่น้องดูข่าวภาคอาหรับ จะเห็นชีอะฮ์ออกมาเดิน และพูดสโลแกน คือ هیهات من الذّله “ฮัยฮาต มินนัซซิลละฮ์” หมายควาว่า “เราไม่ยอมรับความอัปยศ” (เป็นสโลแกนหนึ่งที่ท่านอิมามฮุเซน (อ) ประกาศ ณ กัรบาลา) เราฟังทุกครั้งที่มีการจัดมัจญลิศ และในคืนนี้ก็เช่นกัน แต่มันจะต้องมีคนจำนวนหนึ่งบอกว่า เมื่อไหร่ที่เราจะกล่าวคำนี้อย่างเป็นทางการเสียที เมื่อไหร่ที่เราจะต้องเลือกระหว่างความอัปยศกับความสำเร็จสโลแกนในกัรบาลา กำลังปลุกเร้าชาวบาห์เรน จนถึงวันนี้รัฐบาลได้สั่นคลอน เป็นอย่างยิ่ง

เราจะต้องเป็นบุคคลที่อิฮ์ยาอย่างแท้จริง วิธีการที่ดีที่สุดที่ท่านอิมามฮุเซน (อ) มอบให้กับมวลมนุษยชาติ ก็คือ วิถีการดำเนินชีวิตของเขาจะต้องเป็นวิถีการดำเนินชีวิตแห่งกัรบาลา ‘ฮัยฮาตมินนัซซิลละฮ์’ ของเราจะต้องคงอยู่ตลอดเวลาในชีวิตของเรา จะต้องมีสโลแกนนี้ ไม่ใช่ออกรบเพียงอย่างเดียว สมมุติว่า เราชอบผู้หญิงคนหนึ่ง และนางได้ทำข้อตกลงว่า แต่งงานกับนางได้ แต่มีเงื่อนไขว่านางจะไม่คลุมฮิญาบ หรือห้ามเราบังคับให้นางคลุมฮิญาบ ตรงนี้ ‘ฮัยฮาตมินนัซซิลละฮ’ ต้องแสดงเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน.

วันหนึ่งการปฏิวัติในวิถีชีวิตของเรา จะต้องปฏิวัติตามสโลแกนอันนี้ในกัรบาลา ทุกวันนี้มนุษย์ยอมรับ ข้อเสนออันอัปยศอย่างมากมาย ไม่ว่าในด้านธุรกิจ วัฒนธรรม และการเมือง ดังนั้นผู้รำลึก ผู้อิฮ์ยาอย่างแท้จริง เมื่อข้อเสนออันอัปยศมาถึงเขา จะต้องบอกว่า “ฮัยฮาต มินนาซิลละฮ์” “เราไม่ยอมรับความอัปยศ”การรำลึก ที่แท้จริงควรหลีกเลี่ยงความหัวเราะเฮฮา และการร้องไห้ การอ่านซียารัตอาชูรอ เป็นเพียงการอิฮ์ยาเบื้องต้นเท่านั้น และแน่นอนคนที่ไม่ร่วมมัจญลิสท่านอิมามฮุเซน (อ) ชีวิตของเขานั้นห่างไกลเสียเหลือเกิน จาอุดมการณ์ และบารอกัตเหล่านี้

แน่นอนการเลือกอิฮ์ยาด้วยวิธี “การปฏิเสธความอัปยศ” ก็ต้องจ่ายค่างวด พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ”) จะทดสอบว่า “ฮัยฮาตมินนัซซิลละฮ์” จริงหรือไม่ ? และเมื่อกัรบาลา เป็นต้นแบบของการดำเนินชีวิต เป็นแบบฉบับที่เป็นอมตะ ซึ่งไม่มีใครสามารถสร้างได้อีกจนถึงวันกิยามัตเมื่อท่าน อิมามมะฮ์ดี (อ) มาปฏิวัติโลก ก็จะปฏิวัติด้วยแบบฉบับของกัรบาลาดังนั้น ราคาค่างวดของมันจึงต้องแพงมหาศาล !!

ซึ่งแน่นอนยิ่ง เมื่อยืนยันที่จะเลือกชีวิตแห่งเกียรติยศ และศักดิ์ศรี มนุษย์จะต้องจ่ายราคาของมัน เพื่อไปสู่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ชีวิตที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงยอมรับ ก็จะต้องจ่ายค่างวดของมัน เพื่อไปสู่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ และวิธีการที่ท่านอิมามฮุเซน (อ) เลือกก็คือ “การญิฮาด” (การพลีในหนทางของพระผู้เป็นเจ้า) และเป็นการญิฮาดที่ไม่เคยมีแบบอย่างมาก่อน เพราะก่อนการเข้าสู่การญิฮาดนี้ ทุกคนจะต้องอดน้ำ อย่างน้อย สามวัน สามคืน พวกเขาไม่มีน้ำดื่ม ทั้งชายหนุ่ม รวมทั้งเด็กๆ และผู้หญิงด้วย บรรดานักรบเหล่านั้นคือผู้เข็มแข็ง แต่พวกเขาจะรู้สึกอย่างไร เมื่อเห็นเด็กๆ เหล่านั้นต้องอดน้ำ ทว่า เพราะนี่คือวิธีที่ดีที่สุด ที่ท่านอิมามฮูเซ็น (อ) ได้เลือก…

จากหนังสือ ปรมัตถ์แห่งการพลี สดุดีอาชูรอ โดยฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัยนี