“การพลี” สูงสุดของการพิสูจน์ “ความรัก”

176

มนุษย์อย่าได้เพียงพอในอีมาน (ศรัทธา) ของตัวเอง มนุษย์อย่าได้เพียงพอในการนมาซของเขา ในการประกอบพิธีฮัจญ์ ในการถือศีลอด หรืออิบาดะฮ์ (การภักดี) ใดๆ ของเขา เพราะสิ่งต่างๆ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้บัญญัติไว้กับเขาอยู่แล้ว ซึ่งถ้าไม่ปฏิบัติก็จะถูกลงโทษ

และแม้นว่า เขาจะปฏิบัติสิ่งต่างๆ เหล่านี้ทั้งหมดอย่างครบถ้วนก็ตาม กระนั้นก็ยังไม่บรรลุความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ และ ยังไม่ใช่เป้าหมายอันสูงสุด เหตุเพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ถูกวางรากฐานเอาไว้ เพื่อให้มนุษย์เข้าสู่ความรัก เพื่อให้มนุษย์เข้าสู่ ‘อะฮ์ลุลบัยต์’ (อ.) ดังนั้น

ความรักเท่านั้น คือ…

…สถานี สุดท้าย ของการอิบาดัต (การภักดี)

…สถานีสุดท้าย ของการศรัทธา

…สถานีสุดท้าย สู่การ ‘เข้าถึง’ อัลลอฮ์ (ซบ.) อย่างสมบูรณ์แบบ!!

ดังนั้น โองการ قُل لّا أَسْأَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا إِلاَّ الْمَوَدَّةَ فِي الْقُرْبَى เป็นโองการที่มีความหมาย เป็นโองการที่มีนัยยะ และลึกซึ้งเป็นอย่างมาก

ในเมื่อบทสรุปของศาสนา คือ ‘ความรัก’ ดังนั้นในการแสดงความรักต่อศาสนา และต่ออัลลอฮ์ (ซบ.) ก็มีวิธีการมากมาย หลายรูปแบบ แต่ ‘สูงสุด’ ที่ได้ถูกแสดงไว้ และไม่มีใครสามารถจะแสดงได้ดีกว่านี้แล้ว ก็คือ การแสดงความรักที่ ‘กัรบาลา’…แสดงความรักในวัน ‘อาชูรอ’…ซึ่งแสดงโดยท่านอิมามฮุเซน (อ.) และบรรดาลูกหลาน บรรดาสาวก (อัศฮาบ) บรรดาชุฮาดา (ผู้พลี) !!

นั่นคือแบบฉบับอันสูงสุดในการแสดงความรักที่มีต่อพระเจ้า และอัลลอฮ์ (ซบ.) ก็ทรงรู้ล่วงหน้าว่า สูงสุดของแบบฉบับ สูงสุดของความรัก คืออะไร? สูงสุดของความรักทำอย่างไร ? อะไรคือ ‘มาตรวัด’ ของการแสดงความรักที่สูงสุด ?

คำตอบ…สูงสุดของความรัก คือ การ ‘พลี’ เบื้องต้นของความรัก…คือ การชอบ เบื้องต้นของความรัก…คือ การปฏิบัติตาม เบื้องต้นของความรัก…คือ เป็นไปตามที่ผู้ที่เรารักต้องการ แต่จุดสูงสุด ซึ่งมากไปกว่านี้ไม่มีอีกแล้วที่จะพิสูจน์ความรัก ก็คือ‘การพลี’ พลี…ในสิ่งที่เรารัก พลี…เพื่อผู้ที่เรารัก นั่นคือ… ‘สูงสุด’ แห่งความรัก !!

ดังนั้น บรรดาอัมบิยาอ์ เอาศิยาอ์ เอาลิยาอ์ ของอัลลอฮ์ (ซบ.) ทุกคน จึงต้องพลีในรูปแบบต่างๆ และเหตุผลการพลีของพวกเขาอันหนึ่ง ก็เพื่อพิสูจน์ความรักต่ออัลลอฮ์ (ซบ.) นั่นเอง แม้ว่ารายละเอียดในวีรกรรมต่างๆ จะไม่ได้ถูกบันทึกทั้งหมด แต่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ก็ได้นำเอาแบบฉบับทั้งหลายมาเปิดเผย ทั้งในกุรอาน ฮะดิษ และริวายัต (รายงาน) ต่างๆ

‘การพลี’ คือสิ่งสุดท้ายของมนุษย์ที่จะพิสูจน์ ‘ความรัก’ แต่ขึ้นอยู่กับว่า เขาจะพลีสิ่งใด และการพลีที่ดี ‘ที่สุด’ ก็คือการที่มนุษย์ได้พลีสิ่งที่เขารัก ‘มากที่สุด’ นอกจาก อัลลอฮ์ (ซบ.) แล้ว เขารักสิ่งใดมากที่สุด เขาก็ต้องพลีสิ่งนั้น เพื่อให้เหลือความรักเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นของอัลลอฮ์ (ซบ.)นี่คือต้นแบบความรักที่สูงสุด

ในบางกรณีมนุษย์อาจไม่รู้ว่า เขากำลังรักสิ่งอื่นและรักอัลลอฮ์ (ซบ.) ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) จึงประสงค์ให้เขามีความรักเหลือเพียงแต่พระองค์เท่านั้น ในบางกรณีพระองค์จึงสร้างกลไกการทดสอบในรูปแบบต่างๆ ดังเช่น กรณีของ ศาสดายะอ์กูบ (อ.)

ศาสดายะอ์กูบ (อ.) คือต้นกำเนิดและต้นตระกูลของ ‘บนีอิสราเอล’ เป็นหนึ่งในศาสดาที่ยิ่งใหญ่และประเสริฐที่สุด เมื่อท่านศาสดายูซุฟ (อ.) ผู้เป็นบุตรได้ถือกำเนิดขึ้นมา ศาสดายะอ์กูบ (อ.) มีความรักต่อศาสดายูซูฟ (อ.) เป็นอย่างมาก เหตุผลเบื้องต้น เป็นเหตุผลของศาสนา เพราะศาสดายะอ์กูบ (อ.) รู้ว่า ศาสดายูซุฟ (อ.) จะเป็นปฐมศาสดาในวงค์วานบนีอิสรอเอล หลังจากท่านศาสดายะอ์กูบ (อ.) แล้ว บรรดาศาสดาจะมาจากศาสดายูซุฟ (อ.) ดังนั้นความรักเบื้องต้นของศาสดายะอ์กูบ (อ.) ต่อศาสดายูซุฟ (อ) จึงเป็นความรักในเชิงศาสนา และความรักอันนั้น ได้เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ กระทั่งแบ่งปันความรักที่มีต่ออัลลอฮ์ (ซบ.)

นี่คือรายละเอียดของความรัก และอัลลอฮ์ (ซบ.) สนใจในรายละเอียดของบ่าวที่แท้จริงของพระองค์ ว่าจะต้องไม่รักสิ่งอื่นใด เว้นแต่รักต่อพระองค์เท่านั้น พระองค์จึงสร้างกลไกให้ศาสดายูซุฟ (อ.) หายไปจากศาสดายะอ์กูบ (อ.) เป็นเวลานานถึง 40 ปี !! ตลอด 40 ปี ไม่ว่าศาสดายะอ์กูบ (อ.) จะร้องไห้สักเพียงใด จะขอดุอาอ์ (วิงวอน) มากสักเท่าใด หรือกระทั่งร้องไห้จนตาบอดก็ตาม หากแต่อัลลอฮ์ (ซบ.) ก็ไม่ได้ส่งศาสดายูซุฟ (อ.) กลับคืนมาให้ เหตุผล เพราะความรักของศาสดายะอ์กูบ (อ.) ที่มีต่อศาสดายูซุฟ (อ.) ยังมีอยู่ซึ่งความรักในลักษณะที่แย่งความรักของอัลลอฮ์ (ซบ.)ซึ่งพระองค์ไม่ทรงอนุญาต !!

ครั้นศาสดายูซุฟ (อ.) จะออกจากอียิปต์กลับไปหาศาสดายะอ์กูบ (อ) มะลาอีกะฮ์ (ทูตสวรรค์) ก็ไม่อนุญาต เมื่อถามก็ได้รู้ว่า หัวใจของศาสดายะอ์กูบ (อ) ยังไม่ตัดขาดจากศาสดายูซุฟ (อ.) ดังนั้นเมื่อศาสดายูซุฟ (อ) เข้าใจเรื่องดังกล่าว จึงส่งสาสน์ไปยังบิดา ให้ปฏิบัติและกระทำเหมือนกับที่ ‘ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) เคยกระทำกับศาสดาอิสมาอีล (อ.)’ 40 ปี ศาสดายะอ์กูบ (อ.) จึงเพิ่งเข้าใจขึ้นมาได้ว่า ท่านหลงไปไกลมากแล้ว !!

ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ก็มีความรักต่อศาสดาอิสมาอีล (อ.) ผู้เป็นบุตรอย่างมากมายเช่นเดียวกัน อัลลอฮ์ (ซบ.) จึงต้องพิสูจน์ความรักที่มีต่อพระองค์ โดยสั่งให้ศาสดาอิบรอฮีม(อ.) ‘เชือด’ ศาสดาอิสมาอีล (อ.) หรือ ‘ตัด’ อิสมาอีล (อ.) ออกจากหัวใจ ทันทีที่ศาสดาอิบรอฮีม (อ.) ตัดสินใจเชือดศาสดาอิสมาอีล (อ) ไปแล้ว พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) จึงส่งคืนอิสมาอีล !!

เมื่อศาสดายะอ์กูบ (อ.) รับสาสน์จากศาสดายุซูฟ (อ.) จึงขอ ‘อิสติฆฟาร’ (ขอลุแก่โทษ) หลังจากท่านตัดขาดความรักจากศาสดายูซุฟ (อ.) ทันใดเองเสื้อของศาสดายูซุฟ (อ.) ก็ส่งกลิ่นมาถึงท่านสิ่งนี้ต้องการชี้ว่า ‘ความรักที่แท้จริง คือความยิ่งใหญ่ของศาสนานี้’ และศาสดาแต่ละองค์ก็จะได้บทเรียน เพื่อให้รู้ว่า ความรักในศาสนาหมายถึงอะไร??

เราเป็นประชาชาติ (อุมมัต) ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) ซึ่งเป็นประชาชาติสุดท้ายของบรรดาประชาชาติทั้งหลาย เป็นประชาติที่ได้เรียนรู้แบบฉบับของทุกศาสดาที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) ได้นำมาอธิบาย และโดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในแนวทางของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ก็ยังจะได้รับบทเรียนต่างๆ จากอะอิมมะฮ์ (อ.) (บรรดาอิมาม) ก็ยิ่งได้รับแบบฉบับอันนี้ในลักษณะเข้มข้นขึ้นไปอีก

ดังนั้นเมื่อถึงเวลา พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) จึงสั่งให้ศาสดามุฮัมมัด (ซล.) ประกาศว่า ‘ศาสนานี้ไม่ได้ขอสิ่งใดจากพวกเจ้า…เว้นแต่ความรัก’ หมายความว่า…

หากมีความรัก…นมาซก็จะมีคุณค่า
หากมีความรัก…ศีลอดก็จะมีคุณค่า
หากมีความรัก…ฮัจญ์ก็จะมีคุณค่า

ทุกสิ่งที่ทำเพื่ออัลลอฮ์ (ซบ.) ก็จะมีคุณค่า ทว่า หากปราศจากความรัก สิ่งต่างๆ ทั้งหมด ก็จะ ‘ไร้คุณค่า’ เช่นเดียวกัน !!

คำว่า قُل لّا أَسْأَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا إِلاَّ الْمَوَدَّةَ فِي الْقُرْبَى จะต้องถูกอธิบาย อย่างสมบูรณ์ ให้คุ้มค่าถึงความยิ่งใหญ่ของศาสนานี้ โดยเฉพาะชะรีอัต (บทบัญญัติ) สุดท้าย ดังนั้น บทสรุปสูงสุดของศาสนานี้คือ ความรัก และกริยาสูงสุดที่จะแสดงถึงความรัก ก็คือ ‘การพลี’ เพราะมนุษย์ไม่สามารถจะกระทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้เท่ากับการได้พลี พลีอะไร? …พลี…ในสิ่งที่เขารัก… เพื่ออะไร? …เพื่อแสดงความรักที่เขามีต่ออัลลอฮ์ (ซบ.)… เราอุมมัต ของท่านนบีมุฮัมมัด (ซล.) ก็ถูกขอความรัก และความรักที่เราถูกขอจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) คือขอให้มีความรักต่อสายเลือดของท่าน
คือ…รักยัง ‘อะฮ์ลุลบัยต์’ (อ.)

จากหนังสือ ปรมัตถ์แห่งการพลี สดุดีอาชูรอ โดยฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัยนี