อิมามอะลี (อ) ประมุขมวลผู้ยำเกรง กับสำรับอาหารที่แตกต่าง

669

ในวันหนึ่งในขณะที่ฉัน เดินผ่านสวนอินทผลัมแห่งหนึ่ง ฉันได้เห็นชายแก่คนหนึ่งกำลังมุ่งมั่นอยู่กับการทำสวนในสวนอินทผลัมอย่าง ไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย ฉันจึงได้เข้าไปหาชายแก่ผู้นั้น หลังจากให้สลามและชายแก่ผู้นั้นได้รับสลามของฉัน และเข้ามาต้อนรับฉัน ชวนฉันนั่งพักผ่อนกันใต้ร่มเงาต้นอินทผลัม

และในเวลานั้นเป็นเวลา ซึ่งเราทั้งสองต่างอยู่ในสภาพที่หิวพอดี ท้องของฉันร้องเสียดังออกมาจนชายแก่ผู้นั้นได้ยิน ชายแก่ผู้นั้นได้เปิดสำรับอาหารของเขามอบให้แก่ฉัน แต่สิ่งที่ฉันได้เห็นคือ ข้างในสำรับอาหารนั้นมีเพียงขนมปังแข็งๆ เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น เขาได้แบ่งขนมปังแข็งๆ เหล่านั้นให้กับฉันส่วนหนึ่งเพื่อที่จะกินด้วยกัน

ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไร ดี ฉันจึงได้เอ่ยถามชายแก่ผู้นั้นไปว่า “นี่นะหรือ คืออาหารของท่าน?” ชายแก่ผู้นั้นตอบทันทีว่า “ดูเหมือนว่า ท่านต้องการอาหารที่ดีและอร่อยกว่านี้ใช่หรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้น ท่านจงลุกขึ้นเถิด และเดินเข้าไปในเมือง มุ่งตรงไปยังบ้านของ “มุจญ์ตะบา” ซิ เขาเป็นผู้ที่มีเกียรติเป็นอย่างมาก และเขาจะต้อนรับท่านอย่างดีที่สุด ด้วยอาหารที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉันก็ได้ลุกขึ้น และตรงไปยังบ้านของ “มุจญ์ตะบา” ตามที่ชายแก่คนนั้นได้แนะนำ เมื่อฉันไปถึงบ้านของ “มุจญ์ตะบา” ฉันได้รับการต้อนรับอย่างดีที่สุดในฐานะแขกของเจ้าของบ้าน สำรับอาหารที่หลากหลายได้ถูกวางลงต่อหน้าฉัน เป็นสำรับอาหารที่มีความบารอกัต (ความสิริมงคล) เป็นอย่างมาก และเป็นสำรับอาหารที่ดีที่สุดที่ฉันเคยรับประทานมา

และสิ่งที่ฉันได้เห็น ในบ้านของ “มุจฐ์ตะบา” คือ การต้อนรับ การรับรอง บรรดาคนยากจน คนยากไร้อย่างดีเยี่ยมด้วยตัวของ “มุจญ์ตะบา” เอง ฉันได้กินอาหารที่ดีที่สุดและอร่อยที่สุดในชีวิตจนอิ่มเอม และที่สำคัญฉันได้แอบนำบางส่วนจากอาหารที่ดีเหล่านั้นเอาไว้ เพื่อจะพาติดตัวกลับไปด้วย

ในขณะที่ฉันกำลังแอบนำ เอาอาหารบางส่วนอยู่นั้นเอง “มุจญ์ตะบา” ได้หันมาเห็น “มุจญ์ตะบา” จึงได้ส่งยิ้มให้กับฉัน และกล่าวขึ้นว่า “หากท่านต้องการอาหารอีก ก็จงหยิบไปเถิด ไม่ต้องแอบหยิบแต่อย่างใด และหากท่านต้องการทรัพย์สิน ความช่วยเหลือใดๆ เราก็จะให้ท่าน หากท่านต้องการ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉันจึงได้ตอบไปว่า “ที่ฉันแอบนำอาหารบางส่วนเพื่อพากลับไปด้วยนั้น ไม่ใช่สำหรับตัวฉันเองหรอก แต่ฉันจะพาไปให้ชายแก่ที่ยากจนคนหนึ่ง ที่เขาอยู่ในสวนอินทผลัม ที่เขามีขนมปังแห้งๆ เพียงไม่กี่ชิ้นเป็นอาหาร ฉันอยากให้เขาได้กินอาหารดีๆ และอร่อยเช่นนี้บ้างเท่านั้นเอง”

มุจญ์ตะบา นึกสงสัย จึงได้ถามขึ้นว่า “ชายแก่คนไหนที่ท่านกำลังกล่าวถึง?”

ฉันจึงได้บอกถึงรูป พรรณสัณฐาน ลักษณะท่าทาง และที่อยู่ของชายแก่คนนั้นให้กับ “มุจญ์ตะบา” ฟัง แต่เมื่อ “มุจญ์ตะบา” ได้ฟังแล้ว เขาได้เผยยิ้มออกมา และได้กล่าวแก่ฉันว่า “ชายแก่คนนั้น ที่ท่านกำลังกล่าวถึง คือบิดาของฉัน อิมามอะลี (อ) และเขาเป็นเจ้าของสำรับอาหารเหล่านี้”

แปลเรียบเรียงโดย… ซัยหนับ กุมมีย์