หน้าแรก อิสลาม เมื่อไหร่จะถึงวันกิยามัต?

เมื่อไหร่จะถึงวันกิยามัต?

184

อัลลอฮ์(ซ.บ.) เท่านั้นที่รู้

“และพวกเขากล่าวว่า ‘เมื่อใดเล่าสัญญานี้ (จะมาถึง)? หากพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริง’จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ‘สำหรับพวกท่านมีกำหนดสำหรับวันหนึ่ง ซึ่งพวกท่านจะขอผ่อนผันให้ล่าช้าสักระยะหนึ่งก็ไม่ได้และจะร่นเวลาให้เร็วเข้าก็ไม่ได้'” (สะบาอฺ : 29-30)

อัลลอฮ์(ซ.บ.) จะรวบรวมมนุษย์ทั้งหมดเข้าด้วยกันในวันกิยามัต และพระองค์จะทรงตัดสินพวกเขาจากสิ่งที่พวกเขาทำ เพราะพวกเขาจะหาข้ออ้างอยู่เสมอเพื่อให้พ้นจากภาระหน้า และจะถามถึงเวลาที่วันกิยามัตจะมาถึงอยู่เสมอ

คัมภีร์กุรอานไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนกับคำถามนี้ และย้ำข้อเท็จจริงที่ว่าความรู้ในเรื่องนั้นเป็นของอัลลอฮ์เท่านั้น

การเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แม้แต่กับท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ.) เป็นเพราะว่าอัลลอฮ์(ซ.บ.) ต้องการที่จะให้มนุษย์เตรียมพร้อมสำหรับความตายอยู่ตลอดเวลา เพราะถ้ามนุษย์รู้กำหนดแน่ชัดของวันกิยามัต พวกเขาก็จะปฏิบัติตัวอย่างเฉยเมยและไม่สนใจถ้าวันนั้นอยู่ห่างไกล และพวกเขาอาจไม่ทำอะไรตามใจปรารถนาเลยถ้ามันอยู่ใกล้ ทั้งสองอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งที่อิสลามต้องการ

“แท้จริงวันอวสานของโลกนั้นกำลังมาถึง ข้าปกปิดมันไว้เพื่อทุกชีวิตจะได้รับรางวัลตอบแทนตามที่มันได้แสวงหาไว้” (ฏอฮา : 15)

ยิ่งกว่านั้น เราไม่สามารถปฏิบัติบางอย่างได้เพียงเพราะเราไม่รู้รายละเอียดที่แน่ชัดของมัน

อัลลอฮ์(ซ.บ.) ทรงซ่อนเร้นกำหนดเวลาที่แน่นอนไม่ให้มนุษย์ได้รู้ ยกตัวอย่างเช่น มนุษย์ไม่รู้ว่าเขาจะตายเมื่อไหร่ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาจะได้รับรางวัลตอบแทนหรือการลงโทษ

ศาสดามุฮัมมัด(ศ.) กล่าวว่า “มีสามประการที่คนเราควรสำนึกขอบคุณ นั่นคือ วัยหนุ่มของเขาก่อนที่เขาจะแก่ชรา, ทรัพย์สินของเขาก่อนที่เขาจะยากจน, ความสงบสุขของเขาก่อนที่เขาจะได้รับความทุกข์ยาก, และชีวิตของเขาก่อนที่เขาจะตาย”

อิมามศอดิก(อ.) กล่าวว่า “ถ้ามนุษย์ได้รู้กำหนดเวลาแห่งความตายของเขา เขาจะจมอยู่ในความสนุกสนานรื่นเริงในชีวิตและกิเลส ด้วยความหวังว่าเขาจะมีเวลาเพื่อสำนึกผิดในวาระสุดท้ายของเขา สิ่งนี้ไม่ทำให้อัลลอฮ์พึงพอพระทัย และพระองค์จะไม่ทรงยอมรับมัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่อัลลอฮ์ไม่ต้องการให้มนุษย์รู้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่อีกนานแค่ไหน เพื่อเขาจะได้คาดหวังถึงความตายอยู่ตลอดเวลา ตราบเท่าที่เขายังมีชีวิตอยู่ และเขาจะได้หันหลังให้แก่การกระทำที่ชั่วร้ายที่เป็นผลจากสิ่งนั้น”

Source : tebyan.net