หน้าแรก อะฮ์ลุลบัยต์ วิลาดัต (ประสูติ) อิมามฮาซัน (อ) หลานรักท่านศาสดาแห่งอิสลาม

วิลาดัต (ประสูติ) อิมามฮาซัน (อ) หลานรักท่านศาสดาแห่งอิสลาม

637

ในวันที่ 15 เดือนรอมฏอน ฮ.ศ. 3 อิมามฮาซัน (อ) ได้ถือกำเนิดลืมตาดูโลก ณ บ้านหลังเล็กๆ และได้รับการเลี้ยงดูมาในอ้อมแขนของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ผู้เป็นตา อิมามอะลี (อ) ผู้เป็นบิดาและท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) ผู้เป็นมารดาของท่านเอง

ศาสดามุฮัมมัด (ศ) รักอิมามฮาซัน (อ) ผู้เป็นหลานชายของท่านมาก ท่านเคยกล่าวว่า “เขาคือบุตรของฉัน และเขาคือกลิ่นหอมของฉันที่อยู่ในโลกนี้”

บรรดามุสลิมมักจะเห็น ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ให้อิมามฮาซัน (อ) ผู้เป็นหลานขึ้นขี่คอของท่านเสมอๆ และกล่าวว่า “นี่คือประมุขคนหนึ่ง และหวังว่าพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ) จะทรงประนีประนอมคนมุสลิมสองกลุ่มได้ด้วยเขานี้แหละ” หลังจากนั้นท่านก็ได้วิงวอนขอต่อพระองค์ว่า “โอ้พระองค์อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพระองค์รักเขา ดังนั้นขอให้พระองค์ทรงรักเขา และทรงรักผู้ที่รักเขาด้วยเถิด”

ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) กล่าวเสมอว่า “ฮาซันและฮูเซน คือประมุขของบรรดาชายหนุ่มชาวสวรรค์”

ในวันหนึ่งท่านศาสดา (ศ) กำลังนมาซอยู่ในมัสยิด ขณะที่ท่านกำลังอยู่ในท่าสุหยูด (กราบกราน) อิมามฮาซัน (อ) ในวันเด็กน้อย ได้ปีนขึ้นไปบนหลังแล้วนั่งบนคอของท่าน ท่านศาสดาจึงต้องก้มศีรษะอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งฮาซันน้อยลงไป เมื่อท่านเสร็จจากการนมาซแล้ว มีบางคนกล่าวว่า “โอ้ ท่านศาสดา แท้จริงท่านได้ปฏิบัติต่อเด็กอย่างที่เคยมีใครปฏิบัติมาก่อนเลย” ท่านศาสดาจึงตอบว่า “แท้จริงหลานคนนี้คือกลิ่นหอมของฉัน เป็นบุตรของฉัน เป็นประมุขคนหนึ่งและหวังว่าอัลลอฮ์จะทรงประนีประนอมระหว่างมุสลิมทั้งสอง ฝ่ายได้ด้วยเขา”

มารยาทของอิมามฮาซัน (อ)

วันหนึ่งอิมามฮาซัน (อ) เดินไปมัสยิดพร้อมอิมามฮูเซน (อ) น้องชายของท่าน เมื่อทั้งสองได้เห็นชายชราคนหนึ่งกำลังทำน้ำวุฎุอยู่ แต่เขาทำไม่ถูกต้อง ท่านอิมามฮาซัน (อ) จึงคิดหาวิธีการเพื่อจะแนะนำการทำน้ำวุฎุที่ถูกต้องแก่ชายชราผู้นั้น โดยไม่เสียมารยาท ดังนั้นทั้งสองจึงเข้าไปหาชายชราผู้นั้นและทำทีว่าทั้งสองคนขัดแย้งกัน โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งว่า ทำน้ำวุฎุไม่ถูกต้องแล้วทั้งสองคนก็พูดกับชายชราว่า “ท่านโปรดตัดสินระหว่างเราสองคนด้วยเถิด” แล้วทั้งสองก็ลงมือทำน้ำวุฎุให้ชายคนนั้นดู

ชายชราได้สังเกตวิธี การทำน้ำนมาซ ก็เข้าใจในจุดประสงค์ของทั้งสองคนทันที จึงพูดยิ้มๆออกมาว่า “เปล่าเลย ท่านทั้งสองต่างก็ทำน้ำนมาซถูกต้องด้วยกัน” แล้วเขาก็ชี้ไปที่ตัวเอง พลางกล่าวว่า “แต่ชายแก่คนนี้ซิยังโง่อยู่ เขาต่างหากที่ยังทำน้ำวุฎุไม่ถูกต้อง และเขาก็ได้เรียนรู้จากท่านทั้งสองแล้ว”

ในครั้งหนึ่งสาวกคน หนึ่งของท่านศาสดา (ศ) เห็นท่านศาสดาให้ท่านอิมามฮาซัน (อ) และอิมามฮูเซน (อ) ขี่อยู่บนบ่าของท่านศาสดา (ศ) สาวกคนนั้นได้กล่าวขึ้นว่า “พาหนะที่ดีที่สุดคือพาหนะของท่านทั้งสอง” ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) จึงได้กล่าวเช่นกันว่า “และคนขี่ที่ดีที่สุดก็คือเขาทั้งสอง”

ความยำเกรงในพระผู้เป็นเจ้าของอิมามฮาซัน (อ)

อิมามฮาซัน (อ) เป็นผู้ที่หมั่นเพียรในการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้ามากที่สุดในสมัยของ ท่าน ท่านไปบำเพ็ญฮัจญ์ด้วยการเดินเท้าถึง 25 ครั้งด้วยกัน

เมื่อท่านเริ่มลงมือทำ น้ำวุฎุ และจะปฏิบัตินมาซ สีหน้าของท่านจะซีดเผือดเนื่องจากความเกรงกลัวต่อพระองค์อัลลอฮ์ ท่านเคยกล่าวว่า “เป็นสัจธรรมอย่างหนึ่ง สำหรับคนที่ยืน ณ เบื้องพระพักตร์ของพระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์ที่จะต้องมีอาการเกรงกลัวจนหน้า ซีดและแทบว่าวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง”

เมื่อท่านไปถึงประตู มัสยิด ท่านได้แหงนหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “โอ้พระผู้ทรงไว้ซึ่งความดี บัดนี้ผู้ทำความผิดได้มาหาพระองค์แล้ว ดังนั้นขอให้พระองค์ทรงขจัดความไม่ดีงามต่างๆ ที่มีอยู่ออกไปด้วยความดีงามที่มี ณ พระองค์ด้วยเถิด โอ้พระผู้ทรงเกียรติ”

ความสุขุมคัมภีรภาพของท่านอิมามฮาซัน (อ)

ในวันหนึ่ง ในขณะที่ท่านอิมามฮาซัน (อ) กำลังเดินทาง ท่านได้พบกับชาวซีเรียคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่เกลียดชังวงศ์วานอะฮ์ลุลบัยต์ (อ) มาก ชายคนนั้นได้บริภาษด่าทอ และลบหลู่ดูหมิ่นท่านอิมามฮาซัน (อ) อย่างมากมาย แต่ท่านก็ยังวางเฉยมิได้ตอบโต้เขาแต่ประการใด จนกระทั่งเขาหยุดไปเอง เมื่อเขาหยุดแล้ว ท่านฮาซัน (อ) จึงยิ้มแล้วพูดกับเขาหลังจากที่ได้ให้สลามว่า

“โอ้ท่านผู้อาวุโส ฉันเชื่อแน่ว่าท่านต้องเป็นคนที่มาจากต่างถิ่นถ้าหากท่านจะขออะไรจากเรา เราก็ยินดีที่จะมอบให้ท่าน หรือถ้าหากท่านจะขอคำชี้แนะจากเรา เราก็จะให้การแนะนำแก่ท่าน หรือถ้าหากว่าท่านหิว เราก็จะเลี้ยงดูท่านจนอิ่มหนำ และถ้าหากท่านไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ เราก็จะให้เสื้อผ้าแก่ท่านเพื่อจะได้สวมใส่ และถ้าหากท่านเป็นคนเดือนร้อนเราก็จะให้ท่านมีอย่างเพียงพอ หรือถ้าหากท่านเป็นคนที่ถูกขับไล่ไสส่งมาเราก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ และถ้าหากท่านมีความจำเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราก็จะช่วยเหลือปลดปล่อยให้แก่ท่านได้”

ชาวซีเรียคนนั้นรู้สึก ตกใจในคำตอบของท่านอิมามฮาซัน (อ) เป็นยิ่งนัก และเพิ่งเข้าใจในบัดนั้นเองว่า “มุอาวิยะฮ์เป็นคนหลอกลวงประชาชน และได้เผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับท่านอิมามอะลี (อ) ตลอดถึงบรรดาลูกๆ ของท่านในหมู่ประชาชนทั้งๆที่ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด” ชายคนนั้นรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เขาร้องไห้ แล้วได้กล่าวว่า

“ฉันขอปฏิญาณตนว่า แท้ทริงท่านคือคอลีฟะฮ์ (ตัวแทน) แห่งอัลลอฮ์บนหน้าแผ่นดินของพระองค์ และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ว่าจะทรงจัดการกับสาส์นของพระองค์อย่างไร แน่นอนที่สุดที่แต่ก่อนนี้ ทั้งท่านและบิดาของท่านเป็นที่เกลียดชังที่สุดสำหรับฉันในบรรดามนุษย์ที่ อัลลอฮ์ทรงสร้างมา ส่วนในบัดนี้ ท่านเป็นที่รักของฉันมากที่สุดในบรรดามนุษย์ที่อัลออฮ์ทรงสร้างมา”

ชายคนนั้นได้เดินไปกับท่านอิมามฮาซัน (อ) จนถึงบ้าน แล้วได้อยู่ในฐานะแขกคนหนึ่งจนกระทั่งเขาได้เดินทางจากไป

ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของอิมามฮาซัน (อ)

มีชาวอาหรับคนหนึ่งมา หาเพื่อขอความช่วยเหลือ ท่านอิมามฮาซัน (อ) ได้กล่าวกับคนรับใช้ว่า “จงนำเอาเงินในหีบส่งมอบให้เขาไปเถิด” แล้วชายคนนั้นก็ได้พบว่าเงินที่มีอยู่ในหีบมีมากถึง 20,000 ดินาร

ในครั้งหนึ่งขณะที่ท่า นอิมามฮาซัน (อ) กำลังเวียนรอบๆ อัลกะอ์บะฮ์อยู่นั้น ท่านได้ยินชายคนหนึ่งวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ว่า ให้พระองค์ประทานเงินจำนวน 10,000 ดิรฮัมให้แก่เขาด้วยเถิด เมื่อท่านอิมามฮาซัน (อ) ได้รีบกลับไปที่บ้านของท่าน หลังจากนั้นท่านก็ได้ส่งเงินจำนวน 10,000 ดิรฮัม ไปให้แก่ชายคนนั้นทันที

มีชายอีกคนหนึ่งเขามา หาอิมามฮาซัน (อ) แล้วได้กล่าวกับว่า “ฉันได้ซื้อทาสมาคนหนึ่ง แต่แล้วเขาก็วิ่งหนีจากฉันไปเสีย” ท่านอิมามฮาซัน (อ) จึงได้มอบเงินจำนวนเดียวกับราคาของทาสคนนั้นให้แก่เขาไป (ในความหมายที่ว่าทาสคนนั้นได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระแล้ว)

Source: ahlbeyt.com