อิมามโคมัยนี (รฎ.) ผู้สั่งประหารชีวิต “ซัลมานรุชดี”

180

ในวันนั้นเมื่ออิมามโคมัยนีได้ออกคำฟัตวาสั่งประหารชีวิต “ซัลมาน รุชดี” ผู้เขียนหนังสือ “อายาตุชชัยตอน” ดูหมิ่นท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ทั่วโลกต่างขานรับคำฟัตวานี้ของอิมามโคมามโคมัยนี (รฎ.) โดยเฉพาะในอินเดียพี่น้องมุสลิมชาวอินเดียได้ออกมาเดินประท้วงกันอย่างมากมาย เป็นปรากฏการความเป็นเอกภาพที่ยิ่งใหญ่ระหว่างมุสลิมสุนนี่ และชีอะฮ์

ในวันนั้นได้มีผู้สื่อข่าวหนึ่งได้สำภาษณ์ผู้เดินประท้วงมุสลิมสุนนี่คนหนึ่ง ถึงเหตุผลในการออกมาเดินประท้วงเพื่อขานรับคำฟัตวาของอิมามโคมัยนี (รฎ.) ซึ่งเป็นคำฟัตวาของนักการศาสนาชีอะฮ์ กรณี “ซัลมาน รุชดี” มุสลิมสุนนี่คนนั้นได้ตอบว่า “วันนี้อิมามโคมัยนี คือธงแห่งการพิทักษ์ศาสดามุฮัมมัด (ศ) และนี่คือหน้าที่ของมวลมุสลิมทั่วโลก ที่จะต้องขานรับคำฟัตวาของอิมามโคมัยนี การขานรับคำฟัตวาของอิมามโคมัยนี คือการปกป้องเกียรติยศของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ไม่มีความแตกต่างใดๆ ระหว่างสุนนี่ และชีอะฮ์”

และในวันนี้ เป็นสิ่งยืนยันได้ดีที่สุดต่อความยิ่งใหญ่ของอิมามโคมัยนี (รฎ.) เมื่อมีข่าวว่า “ซัลมาน รุชดี” ผู้ที่อิมามโคมัยนี (รฎ.) ออกคำฟัตวาสั่งประหารชีวิต มีโปรแกรมจะเข้ามาร่วมงานนิทรรศการวรรณกรรมในอินเดียเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้พี่น้องมุสลิมในอินเดีย ลุกขึ้นประท้วงอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดกั้นมิให้ “ซัลมานรุชดี” เจ้าของหนังสือ อายาตุล ชัยฏอน เข้าประเทศ ล่าสุดก็ได้มีการยกเลิกการเดินทางอย่างแน่นอนแล้ว

ตามรายงานสำนักข่าวกุรอาน(อิคนอ) โดยรายงานจากหนังสือพิมพ์ อัลอิห์รอม อียิปต์ว่า หลังจากที่ ฟีย์จัมรอน รัฐมนตรีมหาดไทยอินเดีย ได้พูดคุยกับ Ashok Gahlot ผู้ว่าการเมืองรัฐราเจสตาน ก็ได้ออกมาแถลงต่อหน้าสื่อมวลชนว่า การเดินทางของซัลมา รุชดี ได้มีการยกเลิกแล้ว หลังจากที่พี่น้องในประเทศมีการเดินประท้วงอย่างต่อเนื่อง

ตามกำหนดการ “ซัลมาน รุชดี” จะเข้ามาร่วมในงานมหกรรมศิลปะวรรณกรรม ณ เมืองเดห์ลี รัฐมนตรีมหาดไทยได้ออกมาแถลงว่า เหตุผลที่ซัลมานรุชดีไม่อาจเข้าร่วมงานดังกล่าวได้เพราะติดภารกิจ และมีกำหนดการที่จะต้องพบปะกับบุคคลสำคัญทางการเมืองของอังกฤษ ซึ่งหลังจากคำประกาศของรัฐมนตรี ทำให้พี่น้องมุสลิมต่างออกมาแสดงความยินดีกันทั่วหน้า

อายะตุลลอฮ์ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ได้กล่าววจนะหนึ่งเกี่ยวกับอิมามโคมัยนี (รฎ.) ซึ่งเป็นวจนะที่ยิ่งใหญ่ และเป็นวจนะที่อรรถาธิบายอิมามโคมัยนี (รฎ.) ได้สมบูรณ์แบบที่สุด ท่านซัยยิดอะลี คอเมเนอี ได้กล่าวว่า “ไม่มีที่ใดในภพนี้ รู้จักการปฏิวัตินี้ได้ หากปราศจากนามของโคมัยนี” หมายถึง ทุกๆ ที่ในโลกนี้ที่ได้ยินเสียงของการปฏิวัติอิสลาม ก็ด้วยนามของอิมามโคมัยนี (รฎ.) เท่านั้น นามของอิมามโคมัยนี (รฎ.) จะเข้าไปข้องเกี่ยวอยู่ในการปฏิวัติอิสลามทุกๆ ที่ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ให้เข้าใจง่ายๆ คือ ถ้าหากนำชื่อของอิมามโคมัยนี (รฎ.) ออกจาการปฏิวัติอิสลาม การปฏิวัตินั้นก็จะเป็นการปฏิวัติอิสลามปลอมทันที

ณ วันนี้ นามของอิมามโคมัยนี (รฎ.) อยู่คู่กับการปฏิวัติอิสลาม ในอิหร่านและทั่วทั้งโลกเสียแล้ว นี่คือสิ่งยิ่งใหญ่ในศรรตวรรษที่ยี่สิบ สาส์นการปฏิวัติอิสลามของอิมามโคมัยนี (รฎ.) ไมได้ถูกจำกัดอยู่เพียงในประเทศอิหร่านเท่านั้น แต่วันนี้สาส์นการปฏิวัติอิสลามของท่าน ได้จุดประกายขึ้นทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะในแถบภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ วันนี้

การยืนหยัดต่อสู้กับเหล่าทรราช การทวงสิทธิของบรรดาผู้ถูกกดขี่จากบรรดาผู้กดขี่ การยืนหยัดปกป้องศาสนาของอัลลอฮ์ (ซบ.) ปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) เหล่านั้นคือสาส์นการปฏิวัติอิสลามของอิมามโคมัยนี (รฎ.) คงไม่ต้องสงสัยประการใดอีกแล้วว่า ทุกๆ การยืนหยัดต่อสู้กับเหล่าทรราช การช่วยเหลือบรรดาผู้ถูกกดขี่ การต่อต้านการกดขี่ทุกประเภท ที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกขณะนี้ และในอนาคต ล้วนได้รับอิทธิพลมาจากสาส์นแห่งการปฏิวัติอิสลามของอิมามโคมัยนี (รฎ.) ทั้งสิ้น

เรื่องราวของอิมามโคมัยนี (รฎ.) สาส์นต่างๆ ของท่านที่มีนับแต่เริ่มการต่อสู้จนวาระสุดท้าของท่าน หากนำมาร้อยเรียงเป็นตัวอักษร อาจใช้เวลาหลายปี และนับพันเล่ม อิมามโคมัยนี (รฎ.) ได้ซึมซาบเข้าไปอยู่ในหัวใจของผู้ศรัทธา และผู้ถูกกดขี่ทั่วทั้งโลกแล้ว ในโลกนี้จะหาผู้นำคนใดได้ ในวันที่เขาเสียชีวิตได้มีผู้เข้าร่วมแสดงความเสียใจนับสิบล้านคน

อีกกี่เดือน กี่ปี หรือกี่ชาติ ที่โลกจะพานพบมนุษย์เฉกเช่นนี้ ความยิ่งใหญ่ และความสมบูรณ์แห่งการเป็นมนุษย์ของท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) มิได้อยู่ที่บารมีที่ท่านสั่งสมมา หรือคำว่า “อิมาม” ที่ประชาชาติตั้งให้ และเรียกท่านจนติดปากว่า “อิมามโคมัยนี” ทว่าอยู่ที่การแสดงตนให้เห็นถึงความเป็นบ่าวที่แท้จริงของท่านเองต่างหาก

โดยเชคมาลีกี ภักดี