สิ่งที่มีค่ายิ่งสำหรับพระผู้เป็นเจ้า ตอนที่ 2

155

สิ่งใดก็ตามเมื่อมีการเชื่อมโยงไปยังพระองค์ สิ่งนั้นคือสิ่งที่มีค่าสำหรับพระองค์ ไม่ว่าสิ่งใดก็ตาม แม้แต่วาจาของมนุษย์ หากเป็นการพูดที่มีการเชื่อมโยงไปยังพระองค์ คำพูดเหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับพระองค์ แต่ถ้าหากคำพูดของมนุษย์ เป็นคำพูดที่ไร้สาระ เป็นคำพูดที่ไม่ได้มีการเชื่อมโยงไปยังพระองค์ คำพูดเหล่านั้นก็เป็นคำพูดที่ไร้ค่าสำหรับพระองค์ และบางครั้งยังให้โทษต่อตัวผู้พูดอีกด้วย

บางคำพูดของมนุษย์เมื่อมีการเชื่อมโยงไปยังพระผู้เป็นเจ้า ก็จะกลายเป็นคำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่นคำกล่าวที่ว่า “ลาอิลาฮาอิ้ลลัลลอฮ์” คำพูดนี้กลายเป็น “ซิกรุลลอฮ์” ซึ่งมันมีค่าสำหรับพระองค์ กระทั่งคำกล่าวนี้เพียงประโยคเดียวสามารถนำมนุษย์สู่ความสำเร็จได้

วัน เดือน ปี เวลา ทั้งหมดแล้วไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับพระองค์ แต่เมื่อ วันใด เดือนใด ปีใด เวลาใด ได้ถูกเชื่อมโยงไปยังพระองค์ วัน เดือน ปี และเวลาเหล่านั้นจะกลายเป็น วัน เดือน ปี และเวลาที่ศักดิ์สิทธิ์ในทันที จะเป็นวันต่างๆ ของพระผู้เป็นเจ้า หรือที่เรียกว่า “อัยยามุลลอฮ์” (วันต่างๆ ของอัลลอฮ์) ไม่ว่าวันเวลาเหล่านั้นจะอยู่ในยุคสมัยใดก็ตาม

มนุษย์ทุกคนในโลกนี้บางคนมีตำแหน่ง มีฐานะที่สูงส่งอย่างมากมาย แต่หากมนุษย์คนใดก็ตามที่ถูกเรียกว่า “ศาสดาของอัลลอฮ์” หรือ “ตัวแทนของอัลลอฮ์” มนุษย์ผู้นั้นจะศักดิ์สิทธิ์ทันที เพราะมนุษย์ผู้นั้นถูกเชื่อมโยงไปยังอัลลอฮ์ (ซ.บ) มนุษย์ทุกคนเหมือนกันหมด แต่เมื่อมนุษย์บางคนมีการพัฒนาตนเอง ขัดเกลาจิตวิญญาณของตนเอง เชื่อมโยงจิตวิญญาณของตนเองไปยังพระผู้เป็นเจ้า มนุษย์ผู้นั้นก็จะเป็นมนุษย์ที่มีค่าสำหรับพระองค์ เขาคือ “เอาลิยาอุลลอฮ์” ซึ่งมีระดับที่แตกต่างกันออกไป

บางคนพัฒนาไปถึง “อัยนุลลอฮ์” (พระเนตรของอัลลอฮ์) บางคนพัฒนาไปถึง “ยะดุลลอฮ์” (พระหัตรของอัลลอฮ์) บางคนพัฒนาไปถึง “ซัยฟุลลอฮ์” (ดาบของอัลลอฮ์) คือผู้ที่พัฒนาไปถึงขั้นที่การต่อสู้ของเขามีเพียงเพื่อพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น ดาบที่อยู่ในมือของคือดาบที่จะฟาดฟันไปในหนทางของพระผู้เป็นเจ้า บางคนพัฒนาไปถึงขั้นสูงกลายเป็น “วัจญหุ้ลลอฮ์” (พระพักต์ของอัลลอฮ์) บนหน้าแผ่นดินนี้

“บะกียุตุลลอฮ์” สิ่งที่เหลือสิ่งสุดท้ายของอัลลอฮ์ คือท่านอิมามมะฮ์ดี (อ) ท่านคือสิ่งที่มีค่าสำหรับพระองค์ ดังนั้นสัญญาณสุดท้ายของอัลลอฮ์ ผู้ที่จะชี้นำมนุษย์คนสุดท้ายของพระองค์ คืออิมามมะฮ์ดี (อ) ผู้ได้รับฉายานามว่า “บะกียะตุลลอฮ์” ในวันที่ท่านปรากฏกาย ฉายานามนี้จะถูกรู้จักในหมู่ประชาชาติอิสลาม

ในตัวของมนุษย์ทุกคนมีสิ่งๆ หนึ่งที่ถูกเชื่อมโยงไปยังพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) นั่นก็คือหัวใจของมนุษย์ “หัวใจของมนุษย์ทุกคนนั้นเป็นอารามของอัลลอฮ์ ดังนั้นจงอย่าให้สิ่งใดเข้าไปอยู่ในอารามของอัลลอฮ์ นอกจากอัลลอฮ์” หัวใจของมนุษย์คืออาณาจักรของพระองค์อัลลอฮ์ ดังนั้นเมื่อหัวใจของบรรดาผู้ศรัทธาคืออาณาจักรของอัลลอฮ์แล้ว ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ที่จะให้สิ่งอื่นเข้าไปอยู่ในนั้นเว้นแต่พระองค์เท่านั้น

ดังนั้นในวันแห่งการตัดสิน มนุษย์จำนวนมากจะถูกลงโทษ เพราะเขาปล่อยให้สิ่งอื่นเข้าไปอยู่ในหัวใจของเขา ในที่นี้หมายถึง มนุษย์จะต้องไม่ยึดต่อสิ่งใด มนุษย์จะไม่แสวงหาสิ่งใด มาไว้ในหัวใจของเขานอกจากอัลลอฮ์องค์เดียวเท่านั้น และผู้ที่ปล่อยให้สิ่งอื่นเข้ามาอยู่ในหัวใจของเขา จะต้องถูกลงโทษในข้อหาที่ได้ปล่อยให้สิ่งอื่นบุกรุกเข้าไปในอาณาจักรของพระองค์ และอีกประการเมื่อเขาได้ปล่อยให้สิ่งอื่นเข้ามาอยู่ในหัวใจของเขา พระองค์ก็จะไม่อยู่ในหัวใจของเขาอีกต่อไป

ดังนั้นหัวใจคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์หนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาให้กับมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์มีแต่พระองค์เท่านั้น ในหัวใจมนุษย์ไม่มีสิทธิที่จะนำสิ่งใดเข้ามาได้ และถ้าหากมนุษย์คนใดอนุญาตให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดมาอยู่ในหัวใจของเขาที่นอกเหนือจากพระองค์ พระองค์ก็จะไม่ประทับอยู่ในหัวใจของเขา เพราะหัวใจของมนุษย์ไม่สามารถที่จะรองรับสิ่งสองสิ่งในเวลาเดียวกันได้ และเมื่อไม่มีพระองค์อยู่ในหัวใจของเขา เขาก็จะไม่มีพระเจ้าอยู่ในหัวใจอีกต่อไป

ท่านชะฮีดบากิร ศัดร์ นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งได้กล่าวว่า “หัวใจของมนุษย์รับได้แค่สองประการเท่านั้น คือรักพระเจ้า และรักโลกดุนยา” เป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์สามารถที่จะรักพระเจ้า และโลกดุนยาพร้อมกัน สองสิ่งนี้ไม่สามารถที่จะอยู่หัวใจดวงเดียวกันได้

ดังนั้นคนที่ยังรักในทรัพย์สินไม่กล้าบริจาค รักในตำแหน่งหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามพระบัญชา คนที่โอ้อวด คนที่เห็นแก่ตัว หรือยังรักตัวกลัวตาย เขาคือผู้ที่รักในโลกดุนยา และหากเขายังมีลักษณะต่างๆ เหล่านั้นอยู่ก็แสดงว่าเขาไม่ได้รักพระผู้เป็นเจ้า เพราะถ้าหากผู้ใดที่เขารักพระเจ้า เขาจะไม่ผู้พันธ์กับสิ่งเหล่านี้อีกแล้ว ความผูกพันธ์กับสิ่งต่างๆ แห่งโลกดุนยา คือความหมายของการลุ่มหลงในโลกดุนยา

มนุษย์หลายคนคิดว่า พระองค์อยู่ในหัวใจของเขา แต่เขาหารู้ไม่ว่าพระองค์ไม่ได้อยู่ในหัวใจของเขาแล้ว เนื่องจากเขาได้มีความผูกพันธ์กับเรื่องราวต่างๆ แห่งโลกดุนยา หัวใจของเขาไม่ได้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

และเมื่อไม่มีพระเจ้าอยู่ในหัวใจของมนุษย์คนหนึ่งคนใดแล้ว ความอัปยศ ความต่ำช้า ก็จะเกิดขึ้นในหัวใจของเขาในเวลาต่อมา โศกนาฏกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็มีสาเหตุมาจากสิ่งนี้ มนุษย์หลายคนที่ได้เข้าร่วมในการก่ออาชญากรรมก็เกิดจากความรักในโลกดุนยาที่อยู่ในหัวใจของเขา ซึ่งความรักในโลกดุนยาก็มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน

อุมัร อิบนิสะอฺด์ แม่ทัพผู้บัญชาการทหารของยะซีด ในเหตุการณ์ที่กัรบะลาอ์ เป็นเพื่อนเล่นกับท่านอิมามฮูเซน (อ) มาตั้งแต่เด็ก เป็นผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครองของท่านอิมามอะลี (อ) หลายปี แต่ในวันหนึ่งเขากลายเป็นคนที่จับดาบขึ้นมาฆ่าอิมามฮูเซน (อ) ผู้ที่เป็นหลานสุดที่รักของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ผู้ที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) กล่าวย้ำแล้วย้ำอีกว่า เขาคือหัวหน้าของบรรดาชายหนุ่มแห่งสรวงสวรรค์ และอีกมากมายที่เขาเคยได้ยิน และได้รับรู้

อุมัร อิบนิสะอฺด์ เป็นผู้หนึ่งที่รู้จักท่านอิมามฮูเซน (อ) เป็นอย่างดียิ่ง แต่เมื่อในหัวใจของเขา เขาได้ปล่อยให้ความรักแห่งดุนยาเข้ามาสิงสถิตย์อยู่ ความรักในอัลลอฮ์ (ซ.บ) จึงไม่มีอยู่ในหัวใจของเขาอีกต่อไป เขาจึงมองไม่เห็นความผิดต่างๆ ที่เขาจะลงมือกระทำ เนื่องจากยะซีดได้เสนอตำแหน่งเจ้าเมืองเรย์ ให้แก่เขาเท่านั้นเอง

มนุษย์ที่ปล่อยให้การลุ่มหลงในดุนยามาอยู่ในหัวใจของเขา เขาจะไม่สามารถที่จะตัดสินเรื่องความผิด ความถูกต้องได้ เมื่อถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจ รู้ดีว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ผิด แต่ก็ยังเลือกในสิ่งที่ผิดนั้น เนื่องจากหัวใจของเขายึดติดอยู่กับตำแหน่งแห่งโลกดุนยานี้เสียแล้ว

โปรดติดตามตอนต่อไป…