วันอีดฆอดีร วันศักดิ์สิทธิ์ของอิสลาม

281

เห็นหัวข้อแล้ว หลายคนคงสงสัยว่ายังมีอีกหรือ วันอีดในอิสลามที่นอกเหนือจากวันอีดฟิตร์ อีดกุรบาน และวันศุกร์ ใช่แล้วพี่น้องทั้งหลาย วันอีดที่สำคัญอีกวันหนึ่งในศาสนาอิสลาม คือวันอีดฆอดีรคุม สำคัญอย่างไร มีที่มาที่ไปอย่างไรนั้น พี่น้องคงต้องศึกษาประวัติศาสตร์อิสลามสักนิด พี่น้องก็จะได้ทราบว่าวันอีดฆอดีรนั้นสำคัญไฉน

อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเหมือนกับพวกไร้สติปัญญาบางกลุ่ม ซึ่งยอมทุ่มทุนโฆษณาชวนเชื่อตามสื่อต่างๆ ว่าในอิสลามนี้ไม่มีวันอีดอื่นใดอีกแล้ว นอกจากวันอีดฟิตร์ และอีดกุรบาน และผู้ที่แอบอ้างวันอีดอื่นในอิสลาม คือพวกทำอุตริกรรมในศาสนา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การที่เราได้ยินสิ่งหนึ่งสิ่งใด จากผู้หนึ่งผู้ใด และสิ่งนั้นที่เราได้ยินได้รับรู้ เป็นสิ่งที่เราไม่เคยได้ยิน และรับรู้มาก่อน นั่นไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้น ความรู้นั้น ไม่มีอยู่ในอิสลาม และรีบด่วนตัดสินใจประนามในสิ่งที่เราไม่เคยได้ยินได้รู้มาก่อนทันทีว่า มันคือสิ่งแปลกปลอมในศาสนา

การศึกษาหาข้อมูลในสิ่งหนึ่งสิ่งใด ว่ามันเป็นความจริงหรือความเท็จนั้น คือสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์ทุกคนเมื่อ ก่อนการปฏิเสธและประนามสิ่งนั้น มิฉะนั้นแล้วเราก็จะกลายเป็นผู้ที่ไร้เหตุผล และเป็นสมาชิกของพวกไร้สติปัญญา เพราะเรายังไม่ได้ใช้สติปัญญาของเรานั่นเอง

วันอีดฆอดีร วันอีดแห่งพระผู้เป็นเจ้า พระผู้ทรงยิ่งใหญ่ และเป็นอีดแห่งลูกหลานของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) เป็นวันอีดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และมีเกียรติที่สุดในวันอีดต่างๆ ของอิสลาม

ตลอดทั้งปีไม่มีวันใดที่จะสูงส่งและมีเกียรติสำหรับบรรดาชีอะฮ์แห่งวงศ์วานอะฮ์ลุลบัยต์ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) มากไปกว่าวันอีดฆอดีรอีกแล้ว ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) ได้กล่าวว่า “วันอีดฆอดีร ท่ามกลางวันอีดทั้งสามคืออีดฟิตร์ อีดกุรบาน และวันศุกร์ เปรียบเสมือนดวงจันทร์ที่ส่องแสงท่ามกลางหมู่ดวงดาว”

เป็นการเปรียบเทียบที่สวยงามยิ่ง สำหรับอีดฆอดีรจากท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) ท่านอิมามได้เปรียบอีดฆอดีร เหมือนกับดวงจันทร์ และวันอีดอื่นๆ เปรียบเสมือนดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับภายใต้แสงสว่างอันเจิดจรัสของดวงจันทร์ เนื่องจากว่าวันอีดฆอดีร คือวันซึ่งพระผู้เป็นเจ้าได้ทรงมีพระดำรัสในวันนั้นว่า “วันนี้ข้าได้ให้สมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งศาสนาของพวกเจ้า และข้าได้ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งความกรุณาเมตตาของข้า และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว” (บทอัลมาอิดะฮ์ โองการที่ 3)

นั่นคือความยิ่งใหญ่ของวันอีดฆอดีร เป็นวันที่พระองค์ทรงมีดำรัสว่า ศาสนาของพระองค์สมบูรณ์แล้ว เป็นวันที่พระองค์ได้มอบความเมตตากรุณาของพระองค์แก่บ่าวของพระองค์อย่างครบถ้วนแล้ว เป็นวันที่พระองค์ได้กำหนดให้ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาของบ่าวของพระองค์ ดังนั้นวันอีดฆอดีร มิใช่วันอีดที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างไรกัน?

ด้วยเหตุใดพระองค์จึงได้ประกาศในวันนี้ว่าเป็นวันที่พระองค์ได้ทรงทำให้ศาสนาของพระองค์สมบูรณ์ ด้วยเหตุใดพระองค์จึงได้ดำรัสว่าเป็นวันซึ่งพระองค์ได้ทรงมอบความเมตตาแก่บ่าวของพระองค์อย่างครบถ้วนแล้ว? หากเราไปศึกษาในประวัติศาสตร์เราก็จะพบได้ในทันทีว่า วันดังกล่าวคือวันแห่งการแต่งตั้งท่านอิมามอะลี (อ) จากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากท่านนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้เองเราจึงเข้าใจความหมายพระดำรัสของพระองค์ในทันทีว่า การแต่งตั้งให้อิมามอะลี (อ) เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) อย่างเป็นทางการจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) ผ่านท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ในวันนั้น คือความสมบูรณ์แห่งอัลอิสลาม คือความสมบูรณ์แห่งความโปรดปรานต่างๆ ของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ)

เพราะหากไม่มีการแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งต่อหลังจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ในวันนั้น ศาสนาอิสลามจะเดินหน้าไปอย่างไร? หรือว่าอัลกุรอานเล่มเดียวเพียงพอแล้วหรือสำหรับประชาชาตินี้? ผู้อรรถาธิบายอัลกุรอานที่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อพระดำรัสของพระองค์ไม่มีความจำเป็นอีกแล้วหรือ? พระองค์จะทรงปล่อยให้ประชาชาตินี้ได้สรรหาผู้สืบทอดตำแหน่งของศาสดาแห่งพระผู้เป็นเจ้ากันเองหรือ?

ศาสดามุฮัมมัด (ศ) ซึ่งเป็นมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ที่พระองค์ทรงมีบัญชาให้ท่านได้เป็นศาสนทูตของพระองค์ด้วยพระองค์เอง เพื่อมาชี้นำประชาชาติ มาเป็นแบบอย่างแก่มนุษยชาติ มาอรรถาธิบายคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์แก่มนุษยชาติ แต่ครั้นเมื่อมุฮัมมัด (ศ) ศาสนทูตของพระองค์คนนี้ต้องหวนกลับคืนสู่พระองค์ พระองค์ก็ไม่ได้มีบัญชาให้ศาสนทูตของพระองค์แต่งตั้งผู้ใดให้เป็นผู้ชี้นำประชาชาติ เป็นแบบอย่างแก่มนุษยชาติ และคอยอรรถาธิบายคัมภีร์ของพระองค์เลยหรือ?

พระองค์ปล่อยให้มนุษยชาติเดินไปตามยถากรรม สรรหาผู้นำกันเอง พระองค์ไม่ทรงยุ่งเกี่ยวกับมนุษยชาติอีกแล้ว มันจบแล้วเมื่อมุฮัมมัด (ศ) เด็กสร้างของพระองค์หวนกลับคืนสู่พระองค์แล้ว อัลกุรอานและสุนนะฮ์ของศาสดามุฮัมมัด (ศ) เพียงพอแล้ว สิ่งอื่นไม่จำเป็นอีกแล้ว หลังจากศาสดามุฮัมมัด (ศ) จากไปก็หาใครก็ได้มาเป็นผู้นำของศาสนานี้ เป็นเช่นนั้นจริงหรือ????

คำถามทั้งหมด หลายคนต้องมีคำตอบให้ได้ แต่สำหรับชีอะฮ์อิมามียะฮ์ เรามีคำตอบครบถ้วนสมบูรณ์ เมื่อวันอีดฆอดีรบังเกิดขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์มนุษยชาติ วันอีดฆอดีรคุม ได้ตอบคำถามต่างๆ สำหรับชีอะฮ์อิมามียะฮ์ทั่วทั้งโลกอย่างสมบูรณ์แบบ นั่นก็คือหลังจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) เสียชีวิต ผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งต่อจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ในทุกๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ และด้านการปกครอง

ชีอะฮ์อิมามียะฮ์มีความเชื่อว่า พระองค์อัลลอฮ์ คือพระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน คือพระผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง ศาสนาของพระองค์ก็เป็นศาสนาที่บริสุทธิ์ ศาสดามุฮัมมัด (ศ) ศาสนทูตของพระองค์ก็ต้องเป็นผู้บริสุทธิ์ และผู้สืบทอดตำแหน่งของศาสดาของพระองค์ก็จำเป็นจะต้องเป็นผู้บริสุทธิ์เท่านั้น

และเมื่อศาสนทูตของพระองค์ พระองค์เป็นผู้ทรงแต่งตั้ง ดังนั้นตัวแทนของศาสนทูตของพระองค์ พระองค์ก็จะต้องเป็นผู้แต่งตั้งเช่นเดียวกัน มิใช่ปล่อยให้ใครก็ได้มาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งศาสนทูตของพระองค์ มิใช่ปล่อยให้ใครก็ได้มาแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งศาสนทูตของพระองค์

วันอีดฆอดีร วันแห่งการแต่งตั้งท่านอิมามอะลี (อ) ให้เป็นตัวแทน ผู้สืบทอดตำแหน่งในทุกๆ มิติของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ภายหลังจากการหวนกลับคืนสู่พระองค์ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) จึงยิ่งใหญ่ และมีเกียรติยิ่งในศาสนาอิสลาม เพราะเมื่อการประกาศแต่งตั้งนั้นได้จบลง บรรดาผู้กระหายในยศลาภตำแหน่งต่างๆ ได้สิ้นหวัง หลังจากที่พวกมันรอคอยมาแสนนานเพื่อจะช่วงชิงตำแหน่งผู้นำประชาชาติมุสลิม และโอกาสสุดท้ายของพวกมันก็คือหลังจากการเสียชีวิตของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) เท่านั้น

วันอีดฆอดีร ได้ทำลายความหวังของศัตรูอิสลามและมุสลิมอย่างราบคาบ วันอีดฆอดีร ได้ชี้ชัดถึงการดำเนินไปของศาสนาอิสลามอย่างชัดเจนตราบจนวันโลกสลาย

เป็นความโชคร้ายสำหรับใครหลายๆ คนที่เขาไม่เคยได้พบกับวันอีดฆอดีร จึงทำให้เขามีคำถามหลายคำถามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น และยังคงไม่สามารถหาคำตอบได้ และหากพวกเขาได้พบกับวันอีดฆอดีร เขาก็จะได้พบกับคำตอบต่างๆ ในทันที เพราะวันอีดฆอดีร มีคำตอบให้กับพวกเขาได้อย่างแน่นอน อินชาอัลลอฮ์

โดยเชคมาลีกี ภักดี