หน้าแรก อิสลาม ทำไมมุสลิมเป็นศัตรูกับมนุษย์ชาติพันธุ์ยิว ตอน 2

ทำไมมุสลิมเป็นศัตรูกับมนุษย์ชาติพันธุ์ยิว ตอน 2

215

อีกโองการหนึ่งในบทอัลบะกอเราะฮ์ โองการที่ 88 เมื่อมีศาสดามาเตือนพวกเขา ให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือความเชื่อ พวกเขาได้กล่าวว่า “หัวใจของเราได้ปิดผนึกแล้ว” หมายถึงพวกเขาจะไม่รับฟังอะไรอีกแล้ว และพวกเขาจะพูดสิ่งนี้กับศาสดาทุกคนที่มาสั่งสอนพวกเขา พวกเขาจะกล่าวว่า “หัวใจของพวกเราใส่กุญแจแล้ว ไม่เปิดรับสิ่งเหล่านี้” และพระเจ้าได้ทรงตรัสว่า “จริงๆแล้วหัวใจของพวกเขานั้นไม่ได้ปิด แต่พระเจ้าทรงสาปแช่งการปฏิสธการเนรคุณของพวกเขาต่างหาก” พวกนี้เป็นประชาชาติเดียวที่พระเจ้าสาปแช่งอย่างตรงไปตรงมา พวกเขาจะไม่ฟังสิ่งใด พวกเขามีอุดมคติเป็นของตัวเอง

อีกโองการอยู่ในบทอาลิอิมรอน โองการที่ 75 “ในหมู่ชาวคัมภีร์บางคนนั้น ถ้าพวกเจ้าไว้วางใจพวกเขาโดยที่เอาทรัพย์สมบัติจำนวนมากไปฝากไว้กับพวกเขา พวกเขาก็จะคืนให้กับเจ้า แต่บางกลุ่มจากพวกเขา ถ้าพวกเจ้าไปฝากไว้เพียงหนึ่งดีนาร พวกเขาก็จะไม่คืนให้กับพวกเจ้า จนกว่าพวกเจ้าจะลุกขึ้นสู้กับพวกเขา พวกเขาจึงจะคืนให้”

ในโองการนี้นักวิชาการได้อรรถาธิบายเอาไว้ว่า ในกลุ่มแรกนั้นเป็นชาวคริสเตียนที่เป็นคนซื่อสัตย์ ส่วนกลุ่มที่สองหมายถึงพวกบะนีอิสรออีลหรือพวกยิว พระเจ้าได้ตรัสต่อไปว่า เพราะเขาถือว่า “อุมมียีน” ทั้งหลายนั้นไม่มีสิทธิใดๆ เหนือพวกเขา อุมมียีน

ในโองกานี้ที่พวกบะนีอิสรออีลหมายถึง คือมนุษยชาติทั้งหมด เพราะยิวถือว่ามนุษย์คนอื่นทั้งหมดคือพวกโง่เขลา ซึ่งในทฤษฎีทางการเมืองของไซออนิสต์ถือว่า คนที่ไม่ใช่ยิว ทั้งหมดคือ “โกยิม” คือฝูงวัวที่โง่เขลาบ้าคลั่ง พวกเขามีความเชื่อว่ามนุษย์อื่นๆ นั้นไม่มีสิทธิใดๆ เหนือพวกเขา นี่คือแนวคิดยิวไซออนิสต์ ซึ่งอัลกุรอานได้กล่าวว่า “และพวกเขาได้กล่าวเท็จไปยังพระเจ้าอย่างมากมาย”

การที่พวกยิวกล่าวว่าพวกเขาร่ำรวยกว่าพระเจ้านั้น ไม่ใช่พวกเขาไม่รู้จักพระเจ้า แต่ก็ยังกล่าวเท็จต่อพระเจ้าในขณะที่เขารู้ว่าเขากล่าวเท็จต่อพระเจ้า บุคคลเหล่านี้มีแนวความคิดที่ว่า ไม่ว่าทรัพย์สินหรือชีวิตมนุษย์ของมนุษย์คนใด ไม่มีค่า และไม่มีสิทธิใดๆ เหนือพวกเขา พระเจ้าต้องการชี้ให้เห็นว่านี่คือความคิดของคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังคิดอยู่กับมนุษย์แบบนี้ ดังนั้นปัญหาคือเราไม่กลับไปดูในอัลกุรอาน หากเรากลับไปศึกษาเราจะรู้ได้ทันทีว่าผู้ก่อการร้ายคือใคร??

มุสลิมไม่ได้กลับไปอ่านอัลกุรอาน จึงไม่ทราบว่า พระองค์ทรงห้ามบรรดาผู้ศรัทธาว่า อย่าได้เอาพวกยิวมาเป็นมิตร มุสลิมมัวแต่ไปพึ่งสหประชาชาติ หารู้ไม่ว่าสหประชาชาติคือเป็นที่รวมของบรรดายิวและคริสเตียน ผู้ที่มีสิทธิในการวีโต้ทุกมติของสหประชาชาติ ทั้งสี่ชาติคือคริสเตียน ที่พร้อมจะสนับสนุนยิวอยู่เสมอ

qods09

ดังนั้นปัญหาของปาเลสไตน์จะไม่สามารถหวังอะไรได้จากเหล่าคริสเตียน เพราะพระองค์ทรงตรัสไว้แล้วว่า พวกเขาเป็นพวกเดียวกัน พวกเขาร่วมกันปล้นแล้วมาแบ่งกันกิน มุสลิมที่คิดว่าอำนาจของคริสเตียนที่อยู่ในสหประชาชาติจะสามารถช่วยในการทีจะรบกับยิวได้ มุสลิมเหล่านั้นก็จะเป็นพวกพ้องของคริสเตียนและยิว

และพระองค์ทรงตรัสว่า พระองค์จะไม่ทรงนำทางผู้กดขี่ ดังนั้ผู้กดขี่ที่ถูกกล่าวในอัลกุรอานนี้มีอยู่ด้วยกันสามพวกคือ พวกยิว โจรปล้นชาติผู้อื่น พวกคริสเตียนซึ่งแอบสนันสนุนอยู่เบื้องหลัง พวกมุสลิมที่ไปหวังพึ่งพาพวกนี้ ทั้งสองพวกท้ายสุดก็กลายเป็นผู้กดขี่ไปโดยปริยาย ทั้งหมดจะไม่มีวันได้รับทางนำ

อีกโองการที่ได้นำเสนอแนวคิดของคนพวกนี้ กล่าวคือ สหประชาชาติเองประกาศว่าลัทธิไซออนิสต์เป็นลัทธิแบ่งแยกเหยียดหยามสีผิว ดังนั้นเมื่อประเทศใดก็ตามที่มีการปกครองแบบนั้นก็ไม่ควรถูกยอมรับว่าเป็นประเทศ แต่ในทางตรงกันข้ามสหประชาชาติกลับยอมรับอิสรออีลเป็นประเทศ

พวกยิวชั่วร้ายขนาดไหน อัลกุรอานได้กล่าวว่า บรรดายิวได้พูดว่า “เรามัดมือของพระเจ้าและตัดมือของพระองค์” พวกเขากล้าพูดถึงขนาดนั้น นั่นหมายความว่า พวกเขาไม่กลัวมนุษย์คนใด แม้กระทั่งพระเจ้าเขาก็ยังไม่กลัว แต่พระองค์ทรงตอบว่า “มือของพวกเจ้านั่นแหละที่จะต้องพินาศ ข้าขอสาปแช่งในสิ่งที่พวกเขาพูด”

พระเจ้ายังได้ทรงตรัสเตือนมนุษยชาติว่า “จงรู้ไว้เถิดว่า พวกนี้เป็นพวกที่เคียดแค้นชิงชัง พวกที่เป็นศัตรูกับผู้ศัทธามากที่สุด คือพวกยิว และบรรดาพวกที่ตั้งภาคี” ดังนั้นความเป็นศรัตรูกับอิสลามนั้นมีอยู่มากมาย และสุดโต่ง ณ วันนี้ปัญหาปาเลสไตน์ไม่ใช่ปัญหาของชาวกาซ่า ไม่ใช่ปัญหาของประชาชนชาวปาเลสไตน์ แต่เป็นปัญหาของมวลมุสลิมทั่วทั้งโลก และเป็นปัญหาของมนุษยชาติ เพราะหากไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ก็จะลุกลามกลายเป็นปัญหาของมนุษยชาติ

อีกโองการพระองค์ทรงตรัสว่า “ยิวและคริสเตียนนั้นจะไม่มีวันพึงพอใจกับพวกเจ้าดอก” ชีวิตของคนจำนวนมากในวันนี้คือชีวิต ที่พวกยิวและคริสเตียนร่วมกันสร้างให้เดิน ตั้งแต่เรื่องที่เล็กน้อยที่สุดในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้า การแต่งกาย อาหารการกิน สิ่งต่างๆที่มาจากทีวี และภาพยนต์ ไปจนถึงเรื่องของอุดมการณ์ สามารถกล่าวได้ว่าวันนี้มนุษยชาติกำลังเดินตามยิวและคริสเตียน แต่เห็นหรือไม่ว่าพวกเขาเพียงพอหรือยัง? วจนะหนึ่งของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ที่ได้กล่าวว่า “ต่อให้ตามพวกยิวและคริสเตียนแม้กระทั่งตามลงรูแย้ พวกเขาก็ยังไม่พึงพอใจ” ฉะนั้นไม่ว่ามุสลิมจะทำอย่างไรยิวและคริสเตียนก็ไม่มีวันที่จะพึงพอใจ

วันนี้คิดหรือว่า หากเรามอบมัสยิดอัลอักศอ ให้พวกมันแล้วพวกมันจะเพียงพอ อย่าได้คิดเช่นนั้น เพราะพระองค์ทรงตรัสแล้วในอัลกุรอาน พวกเขาก็จะยังไม่เพียงพอ วันรุ่งขึ้นพวกเขาก็จะไปบุกมักกะฮ์ มะดีนะฮ์ อีกจนกระทั่งยึดประเทศ พวกเขาจะไม่หยุด แล้วหากถามว่าเมื่อไหร่ล่ะที่พวกเขาจะหยุด? คำตอบคือก็ต่อเมื่อเรานั้นตามศาสนาของพวกเขา แต่อย่าคิดนะว่าพวกมันจะพึงพอใจอีก ยังครับ มันอนุญาติให้เราตามศาสนาของพวกมัน แต่มันไม่อนุญาติให้เป็นชาวยิวเหมือนพวกมัน และที่พวกมันอนุญาติคือให้เราเป็นทาสรับใช้พวกมัน เพราะศาสนาของพวกเขาสอนว่า “มนุษย์คือทาสรับใช้ยิว”

พระเจ้าต้องการที่จะชี้ให้เห็นว่า พวกยิวจะไม่มีวันพึงพอใจ จนกว่าพวกเราจะไปเป็นทาสของพวกมัน นี่คือสิ่งที่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานได้บอกถึงคุณลักษณะของพวกยิวเอาไว้