หน้าแรก ศาสดา ศาสดาอาดัม(อ.) ในคัมภีร์กุรอาน

ศาสดาอาดัม(อ.) ในคัมภีร์กุรอาน

407

การสร้างศาสดาอาดัม(อ.)

“แท้จริงอุปมาของอีซานั้น ดั่งอุปมัยของอาดัม พระองค์ทรงบังเกิดเขาจากดินและได้ทรงประกาศิตแก่เขาว่า ‘จงเป็น’ แล้วเขาก็เป็นขึ้น” (อาละอิมรอน/59)

อัลลอฮ์ทรงสอนให้ศาสดาอาดัม(อ.) รู้จักบรรดานามของสิ่งทั้งปวง

“และจงรำลึกถึงขณะที่พระเจ้าของเจ้าได้ตรัสแก่มะลาอิกะฮ์(เทวทูต) ว่า ‘แท้จริง ข้าจะให้มีผู้แทนคนหนึ่งในพิภพ’ มะลาอิกะฮ์ได้ทูลขึ้นว่า ‘พระองค์จะทรงให้มีผู้ที่บ่อนทำลาย และก่อการนองเลือด ขึ้นในพิภพกระนั้นหรือ? ทั้ง ๆ ที่พวกข้าพระองค์ยกย่องความประเสริฐ พร้อมด้วยการสรรเสริญพระองค์ และเทิดทูนความบริสุทธิ์ในพระองค์’ พระองค์ตรัสว่า ‘แท้จริงข้ารู้ยิ่งในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้’ และพระองค์ได้ทรงสอน บรรดานามของสิ่งทั้งปวงให้แก่อาดัม ต่อมาได้ทรงแสดงสิ่งเหล่านั้นแก่มะลาอิกะฮ์แล้วตรัสว่า ‘จงบอกบรรดาชื่อของสิ่งเหล่านั้นแก่ข้า หากพวกเจ้าเป็นผู้พูดจริง'” (อัล-บะกอเราะห์ / 30-31)

ความเคารพเชื่อฟังต่ออัลลอฮ์ของบรรดาเทวทูต(มะลาอิกะฮ์)

“พวกเขา(บรรดามะลาอิกะฮ์)ทูลว่า ‘มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ ไม่มีความรู้ใด ๆ แก่พวกข้าพระองค์นอกจากสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสอนพวกข้าพระองค์เท่านั้น แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ’ พระองค์ตรัสว่า ‘โอ้อาดัม! จงบอกบรรดาชื่อของสิ่งเหล่านั้นแก่พวกเขาที’ ครั้นเมื่ออาดัมได้บอกชื่อของสิ่งเหล่านั้นแก่พวกเขาแล้ว พระองค์จึงตรัสว่า ‘ข้ามิได้บอกแก่พวกเจ้าดอกหรือว่า แท้จริงข้าเป็นผู้รู้ยิ่งซึ่งความเร้นลับแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และเป็นผู้รู้ยิ่งในสิ่งที่พวกเจ้าเปิดเผยและสิ่งที่พวกเจ้าปกปิด'” (อัล-บะกอเราะห์ / 32-33)

“ดังนั้น เมื่อข้าได้ทำให้เขามีรูปร่างสมส่วนและเป่าวิญญาณจากข้าเข้าไปในตัวเขา ‘ฉะนั้นพวกเจ้าจงก้มลงสุญูดต่อเขา’ ดังนั้น มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดได้ก้มลงสุญูดเว้นแต่อิบลีส มันปฏิเสธที่จะอยู่ร่วมกับบรรดาผู้สุญูด” (อัล-ฮิจร์ / 29-30)

ความดื้อดึงของอิบลิส(มาร, ซาตาน)

“และจงรำลึกเมื่อเรากล่าวแก่มะลาอิกะฮ์ว่า ‘จงสุญุดต่ออาดัม’ ดังนั้นพวกเขาได้สุญูด เว้นแต่อิบลีส มันกล่าวว่า ‘ฉันจะสุญูดต่อผู้ที่พระองค์สร้างจากดินกระนั้นหรือ?’ มันกล่าวว่า ‘พระองค์ทรงเห็นแล้วมิใช่หรือ เขาผู้นี้ที่พระองค์ทรงให้เกียรติมากกว่าฉัน หากพระองค์ทรงโปรดประวิงเวลาแก่ฉันจนถึงวันกิยามะฮ์ แน่นอน ฉันจะทำลายล้างลูกหลานของเขาให้หมดสิ้น เว้นแต่เพียงเล็กน้อย'” (อัล-อิสรออฺ / 61-62)

“พระองค์ตรัสว่า ‘โอ้อิบลีส ทำไมเจ้าจึงไม่อยู่ร่วมกับบรรดาผู้สุญูด’ มันกล่าวว่า ‘ข้าพระองค์จะไม่สุญูดต่อมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างเขาจากดินแห้ง จากดินดำเป็นตม’ พระองค์ตรัสว่า ‘ดังนั้นเจ้าจงออกไปจากที่นี่ แท้จริงเจ้าเป็นผู้ถูกขับไล่ และแท้จริงการสาปแช่งจงประสบแก่เจ้า จนกระทั่งวันแห่งการตอบแทน'” (อัล-ฮิจรฺ / 32-35)

“พระองค์ตรัสว่า ‘อะไรที่ขัดขวางเจ้ามิให้เจ้าสุญูด ขณะที่ข้าได้ใช้เจ้า?’ มันกล่าวว่า ‘ข้าพระองค์ดีกว่าเขา โดยพระองค์ทรงบังเกิดข้าพระองค์จากไฟ และได้บังเกิดเขาจากดิน’ พระองค์ตรัสว่า ‘จงลงจากที่นั้น(สวรรค์)ไปเสีย ไม่สมควรแก่เจ้าที่จะทำโอหังในนั้น จงออกไปให้พ้น แท้จริงเจ้านั้นอยู่ในหมู่ผู้ต่ำต้อย'” (อัล-อะอฺรอฟ / 12-13)

ความดึงดันในความดื้อรั้นของซาตาน

“มันกล่าวว่า ‘โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ ได้โปรดประวิงเวลาให้แก่ข้าพระองค์จนถึงวันฟื้นคืนชีพด้วยเถิด’ พระองค์ตรัสว่า ‘ดังนั้น แท้จริงเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ถูกประวิงเวลา จนกระทั่งถึงวันแห่งเวลาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว'” (อัล-ฮิจรฺ / 36-38)

“มันกล่าวว่า ‘โปรดผ่อนผันข้าพระองค์จนถึงวันที่พวกเขาถูกให้ฟื้นคืนชีพด้วยเถิด'” (อัล-อะอฺรอฟ / 14)

“ผู้ใดได้พบกับแนวทางที่ถูกต้อง แท้จริงเขาจะอยู่ในทางนั้นเพื่อตัวเขาเอง และผู้ใดหลง แท้จริงเขาจะหลงต่อตัวเขาเอง และไม่มีผู้แบกภาระใดที่จะแบกภาระของผู้อื่นได้ และเรามิเคยลงโทษผู้ใด จนกว่าเราจะได้ส่งศาสนทูตผู้หนึ่งมา” (อัล-อิสรออฺ / 15)

คำสาบานของซาตาน

“มันกล่าวว่า ‘ด้วยเหตุที่พระองค์ได้ทรงให้ข้าพระองค์ตกอยู่ในความหลงผิด แน่นอน ข้าพระองค์จะนั่งขวางกั้นพวกเขาซึ่งทางอันเที่ยงตรงของพระองค์ แล้วข้าพระองค์จะมายังพวกเขา จากเบื้องหน้าของพวกเขา และจากเบื้องหลังของพวกเขา และจากเบื้องขวาของพวกเขา และจากเบื้องซ้ายของพวกเขา และพระองค์จะไม่พบว่าส่วนมากของพวกเขานั้นเป็นผู้ขอบคุณ'” (อัล-อะอฺรอฟ / 16-17)

การล่อลวงของซาตาน

“มันกล่าวว่า ‘โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ โดยที่พระองค์ทรงให้ข้าพระองค์หลงผิดไปแล้ว แน่นอน ข้าพระองค์ก็จะทำให้เป็นที่เพริศแพร้วแก่พวกเขาในแผ่นดินนี้ และแน่นอน ข้าพระองค์จะทำให้พวกเขาทั้งหมดหลงผิด เว้นแต่ปวงบ่าวของพระองค์ ในหมู่พวกเขาที่มีใจบริสุทธิ์เท่านั้น’ พระองค์ตรัสว่า ‘นี่คือทางอันเที่ยงธรรมของข้า'” (อัล-ฮิจรฺ / 39-41)

“แท้จริงปวงบ่าวของข้านั้น เจ้าไม่มีอำนาจใดๆ เหนือพวกเขา และพอเพียงแล้วที่พระเจ้าของเจ้าเป็นผู้คุ้มครอง” (อัล-อิสรออฺ / 65)

“แท้จริงปวงบ่าวของข้า เจ้าจะไม่มีอำนาจใดๆ เหนือพวกเขา เว้นแต่ผู้ที่เชื่อฟังเจ้าในหมู่ผู้หลงผิดเท่านั้น และแท้จริง นรกญะฮันนัม แน่นอน คือสัญญาของพวกเขาทั้งหมด” (อัล-ฮิจรฺ / 42-43)

ซาตานถูกขับไล่

“พระองค์ตรัสว่า ‘เจ้าจงไปให้พ้น ดังนั้น ผู้ใดในหมู่พวกเขาปฏิบัติตามเจ้า แท้จริง นรกคือการตอบแทนของพวกเจ้า เป็นการตอบแทนที่สมบูรณ์ และเจ้าจงยั่วยวนผู้ที่เจ้าสามารถทำให้เขาหลงในหมู่พวกเขาด้วยเสียงของเจ้า และชักชวนพวกเขาให้เห็นพ้องด้วย ด้วยม้าของเจ้า และด้วยเท้าของเจ้า และจงร่วมกับพวกเขาในทรัพย์สินและลูกหลาน และจงให้สัญญาแก่พวกเขา’ และสัญญาของซาตานมิใช่อื่นใดนอกจากเป็นการหลอกลวงเท่านั้น” (อัล-อิสรออฺ / 63-64)

“พระองค์ตรัสว่า ‘จงออกจากที่นั้น(สวนสวรรค์) ไปในฐานะผู้ถูกติเตียนและถูกขับไล่ ข้าสาบานว่า ผู้ใดในหมู่พวกเขาที่ปฏิบัติตามเจ้า ข้าจะบรรจุให้เต็มนรกญะฮันนัมด้วยพวกเจ้าทั้งหมด” (อัล-อะอฺรอฟ / 18)

การทดสอบศาสดาอาดัม(อ.)

“อาดัมเอ๋ย ทั้งเจ้าและคู่ครองของเจ้าจงอยู่ในสวนสวรรค์นั้นเถิด แล้วจงบริโภค ณ ที่ใดก็ได้ที่เจ้าทั้งสองประสงค์ และเจ้าทั้งสองอย่าเข้าใกล้ต้นไม้ต้นนี้ (มิฉะนั้นแล้ว) เจ้าทั้งสองจะกลายเป็นผู้อยู่ในหมู่ผู้ที่อธรรม” (อัล-อะอฺรอฟ / 19)

“และเราได้กล่าวว่า ‘โอ้อาดัม เจ้าและคู่ครองของเจ้าจงพำนักอยู่ในสวนสวรรค์นั้นเถิด และเจ้าทั้งสองจงบริโภคจากสวนนั้นอย่างกว้างขวาง ณ ที่ที่เจ้าทั้งสองปรารถนา และอย่าเข้าใกล้ต้นไม้ต้นนี้ (มิฉะนั้นแล้ว) เจ้าทั้งสองจะกลายเป็นผู้อยู่ในหมู่ผู้ที่อธรรม” (อัล-บะกอเราะห์ / 35)

“แล้วเราได้กล่าวว่า ‘โอ้อาดัมเอ๋ย แท้จริง นี่คือศัตรูของเจ้าและของภรรยาเจ้า ดังนั้น อย่าให้มันทำให้เจ้าทั้งสองออกจากสวนสวรรค์ แล้วเจ้าจะได้รับความลำบาก แท้จริงในสวนสวรรค์นั้น เจ้าจะไม่หิว และจะไม่ต้องเปลือยกาย และแท้จริงในสวนสวรรค์นั้น เจ้าจะไม่กระหายน้ำ และจะไม่ตากแดด” (ฏอฮา / 117-119)

“และโดยแน่นอน เราได้ให้คำมั่นสัญญาแก่อาดัมแต่กาลก่อน เขาได้ลืม และเราไม่พบความมั่นใจอดทนในตัวเขา” (ฎอฮา / 115)

การปฏิบัติตามซาตานและผลของมัน

“แล้วซาตานได้กระซิบกระซาบแก่เขาทั้งสอง เพื่อที่จะเผยแก่เขาทั้งสองซึ่งสิ่งที่ถูกปิดบังแก่เขาทั้งสองไว้ อันได้แก่สิ่งอันพึงละอายของเขาทั้งสอง และมันได้กล่าวว่า ‘พระเจ้าของท่านทั้งสองมิได้ทรงหวงห้ามท่านทั้งสองซึ่งต้นไม้ต้นนี้(เพราะอื่นใด) นอกจากการที่ท่านทั้งสองจะกลายเป็นเทวทูต(มะลาอิกะฮ์) หรือไม่ก็กลายเป็นผู้อยู่ในหมู่ผู้ที่ยั่งยืนอยู่ตลอดกาลเท่านั้น’ มันได้สาบานแก่ทั้งสองนั้นว่า ‘แท้จริง ฉันอยู่ในพวกที่แนะนำท่านทั้งสอง’ แล้วมันก็ทำให้ทั้งสองนั้นตกอยู่ในสิ่งที่มันต้องการ อันเนื่องจากการหลอกหลวง ครั้นเมื่อทั้งสองได้ล้มรสต้นไม้ต้นนั้นแล้ว สิ่งอันพึงละอายของเขาทั้งสองก็เผยให้ประจักษ์แก่เขาทั้งสอง และเขาทั้งสองก็เริ่มปกปิดบน(ส่วนที่น่าละอาย)ของเขาทั้งสองจากใบไม้แห่งสวนสวรรค์นั้น และพระเจ้าของเขาทั้งสองจึงได้เรียกเขาทั้งสองว่า ‘ข้ามิได้กล่าวแก่เจ้าทั้งสองดอกหรือว่า แท้จริงซาตานนั้นคือศัตรูที่ชัดแย้งแก่เจ้าทั้งสอง?'” (อัล-อะอฺรอฟ 20-22)

“ต่อมาซาตานมารร้ายได้กระซิบกระซาบเขา มันกล่าวว่า ‘อาดัมเอ๋ย ฉันจะชี้แนะแก่ท่านไปยังต้นไม้ที่อยู่เป็นนิจตลอดกาล และการมีอำนาจที่ไม่สูญสลายเอาไหม?’ ดังนั้น เขาทั้งสองจึงกินจากต้นไหม้นั้น สิ่งพึงสงวนของทั้งสองจึงถูกเผยแก่เขาทั้งสอง เขาทั้งสองจึงเริ่มเอาใบไม้ของสวนนั้นปกปิดบนตัวของเขาทั้งสอง และอาดัมได้ฝ่าฝืนพระเจ้าของเขา เขาจึงหลงผิด” (ฏอฮา / 120-121)

asatan

ลูกหลานของอาดัม

“พระองค์ตรัสว่า ‘เจ้าทั้งสองจงออกไปจากสวนสวรรค์ทั้งหมด โดยบางคนในหมู่พวกเจ้า(ลูกหลาน) เป็นศัตรูกับอีกบางคน บางทีเมื่อมีคำแนะนำจากข้ามายังพวกเจ้า แล้วผู้ใดปฏิบัติตามคำแนะนำของข้า เขาก็จะไม่หลงผิด และจะไม่ได้รับความลำบาก และผู้ใดผินหลังจากการรำลึกถึงข้า แท้จริงสำหรับเขา คือการมีชีวิตอยู่อย่างคับแค้น และเราจะให้เขาฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮ์ในสภาพของคนตาบอด” (ฏอฮา / 123-124)

อ้างอิงการเรียบเรียงจาก : harunyahya.com