ศาสดาในประวัติศาสตร์(อิสฮาก-ยะอฺกูบ)

181

บุตรและหลานของศาสดาอิบรอฮีม(อ.) และลูกหลานรุ่นต่อๆ ไปของพวกเขาเหล่านั้น เป็นบรรดาผู้ได้รับความโปรดปราน และมีศาสดาหลายท่านมาจากพวกเขาเหล่านั้นด้วย พวกเขาเป็นผู้ที่มีความศรัทธาในอัลลอฮฺ และใช้ชีวิตไปตามบทบัญญัติและพระบัญชาของอัลลอฮฺ แม้ว่าพวกเขาจะต้องอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนนอกศาสนาก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การสืบสายสกุลมาจากเชื้อสายของศาสดาอิบรอฮีม(อ.) ก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะทำให้ลูกหลานของศาสดาอิบรอฮีม(อ.) ทุกคนจะดำรงตนอยู่ในหนทางอันเที่ยงตรงโดยอัตโนมัติ มีบางคนที่ไม่ได้ยึดมั่นอยู่ในแนวทางของศาสดาและไม่สามารถค้นพบหนทางอันเที่ยงตรงได้ เช่นเดียวกับที่มีบางคนเท่านั้นที่ได้เป็นศาสดา และอุทิศตนต่ออัลลอฮฺ เป็นมนุษย์ผู้ยำเกรง ในอัล-กุรอาน อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ได้กล่าวถึงเชื้อสายของศาสดาอิบรอฮีม(อ.) และบุตรชายอีกคนหนึ่งของท่านคือศาสดาอิสฮาก(อ.) เพื่อเป็นตัวอย่าง

“และเราได้ให้ความจำเริญแก่เขาและแก่อิสฮาก และในหมู่ลูกหลานของเขาทั้งสองนั้นมีผู้ทำความดีและมีผู้อธรรมแก่ตัวของเขา เองอย่างชัดแจ้ง” (อัล-กุรอาน 37/113)

เชื้อสายของศาสดาอิบรอฮีม(อ.) ที่เป็นศาสดา เช่น ศาสดามูซา(อ.) ศาสดาฮารูน(อ.) ศาสดาสุลัยมาน(อ.) ศาสดายะอฺกูบ(อ.) ศาสดายูนุส(อ.) อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ได้กล่าวถึงท่านเหล่านั้นไว้ในอัล-กุรอาน

“และเราได้ให้เขา ซึ่งอิสฮาก และยะอ์กูบ ทั้งหมดนั้นเราได้แนะนำแล้ว และนูฮเราก็ได้แนะนำแล้วแต่ก่อนโน้น และจากลูกหลานของเขานั้น คือดาวูด และสุลัยมาน และอัยยูบ และยูซุฟ และมูซา และฮารูน และในทำนองนั้นแหละ เราจะตอบแทนแก่ผู้กระทำดีทั้งหลาย และซะกะรียา และยะฮ์ยา และอีซา และอิลยาส ทุกคนนั้นอยู่ในหมู่คนดี และอิสรออีล และอัล-ยะสะอ์ และยูนุส และลูฏ แต่ละคนนั้นเราได้ให้ดีเด่นเหนือกว่าประชาชาติทั้งหลายและ (เราได้ให้ดีเด่นอีก) ซึ่งส่วนหนึ่งจากบรรดาบิดาของพวกเขา และเราได้เลือกพวกเขาและได้แนะนำพวกเขาไปสู่ทางอันเที่ยงตรง นั่นแหละคือ คำแนะนำของอัลลอฮ์ โดยที่พระองค์จะทรงแนะนำผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ในหมู่ปวงบ่าวของพระองค์ ด้วยคำแนะนำนั้น และหากเขาได้ให้มีภาคีขึ้นแล้ว แน่นอนสิ่งที่พวกเขาเคยกระทำกันมาก็สูญสิ้นไปจากพวกเขา ชนเหล่านี้คือผู้ที่เราได้ให้คัมภีร์แก่พวกเขาและให้คำตัดสิน และให้การเป็นนะบีด้วย แต่ถ้าชนเหล่านี้ปฏิเสธศรัทธาต่อมัน แน่นอนเราได้มอบมันไว้แล้วแก่กลุ่มชนหนึ่งที่พวกเขามิใช่เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อมัน ชนเหล่านี้ คือผู้ที่อัลลอฮ์ได้ทรงแนะนำของพวกเขา เจ้าจงเจริญรอยตามเถิด จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่าฉันจะไม่ขอต่อพวกท่านซึ่งค่าจ้างใด ๆ ในการให้ศรัทธาต่ออัลกุรอาน อัลกุรอานนั้น มิใช่อะไรอื่นนอกจากคำตักเตือนสำหรับประชาชาติทั้งหลายเท่านั้น” (อัล-อันอาม 84-90)

ศาสดาอิบรอฮีม(อ.) ได้ถ่ายทอดความศรัทธาของท่านแก่บรรดาบุตรหลานของท่าน และสืบทอดมาถึง ศาสดายะอฺกูบ(อ.) หลานของท่าน

“และอิบรอฮีมได้สั่งเสียแก่ลูกของเขาให้ปฏิบัติตามแนวทางนั้น และยะอฺกูบก็สั่งเสียด้วยว่า โอ้ลูก ๆ ของฉัน แท้จริงอัลลอฮฺได้ทรงเลือกศาสนาให้แก่พวกเจ้าแล้ว ดังนั้น พวกเจ้าจงอย่ายอมตามเป็นอันขาด นอกจากในขณะที่พวกเจ้าเป็นผู้สวามิภักดิ์(ต่ออัลลฮฺ) เท่านั้น” (อัล-กุรอาน 2/132)

อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ได้กล่าวถึงศาสดาอิสฮาก(อ.) และศาสดายะอฺกูบ ในอัล-กุรอานไว้หลายครั้ง ด้วยการบรรยายลักษณะของท่านทั้งสองว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์ เข้มแข็ง เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ และได้รับคัดเลือก และเป็นที่โปรดปราน อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ได้กล่าวไว้ในโองการของพระองค์ว่า

“และจงรำลึกถึงปวงบ่าวของเรา อิบรอฮีม อิสหาก และยะอฺกูบ ผู้ที่เข้มแข็งและสายตาไกล (ในเรื่องศาสนา) เราได้เลือกพวกเขาโดย เฉพาะเพื่อเตือนให้รำลึกถึงปรโลก และแท้จริงพวกเขานั้น ในทัศนะของเรา แน่นอนอยู่ในหมู่ผู้ได้รับเลือกเพราะพวกเขาเป็นคนดี” (อัล-กุรอาน 38/45-47)

ศาสดายะอฺกูบ(อ.) ดำรงตนตามแนวของศาสดาอิบรอฮีม(อ.) ตลอดชั่วชีวิตของท่าน แม้แต่ในวาระสุดท้าย ท่านก็ได้สั่งเสียแก่ลูกๆ ของท่าน ดังโองการจากอัล-กุรอานที่เผยให้เรารู้เรื่องนี้ว่า

“หรือว่าพวกเจ้าอยู่ด้วย เมื่อความตายได้เยี่ยมกรายยะอฺกูบ ขณะที่เขากล่าวแก่ลูก ๆ ของเขาว่า พวกเจ้าจะเคารพสักการะอะไรหลังจากฉัน? พวกเขากล่าวว่า พวกเราจะเคารพสักการะพระเจ้าของท่าน และพระเจ้าแห่งบรรดาบิดาของท่าน คือ อิบรอฮีม อิสมาอีล และอิสฮาก แต่เพียงองค์เดียวและพวกเราจะเป็นผู้สวามิภักดิ์ต่อพระองค์เท่านั้น” (อัล-กุรอาน 2/133)