ศาสดาในประวัติศาสตร์(นูฮฺ)

220

เมื่อเราได้ตรวจสอบประวัติศาสตร์ของบรรดาศาสดาต่างๆ แล้ว เราจะได้พบกับสัจธรรมที่โดดเด่นอย่างหนึ่ง นั่นคือ พวกท่านทั้งหมดล้วนสืบเชื้อสายมาจากสายตระกูลเดียวกัน เรื่องนี้ได้ถูกกล่าวถึงไว้ในอัล-กุรอานหลายโองการ

“ชนเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ทรงโปรดปรานพวกเขาให้เป็นศาสนทูต ที่มีเชื้อสายจากอาดัม และจากเชื้อสายผู้ที่เราบรรทุกไว้ในเรือกับนูฮฺ และจากเชื้อสายของอิบรอฮีม และอิสรออีล และจากเชื้อสายผู้ที่เราได้ชี้แนะทางและเราได้คัดเลือกไว้…” (อัล-กุรอาน 19/58)

เราสามารถเห็นได้จากโองการนี้ว่า บรรดาบุคคลผู้สูงส่งที่ถูกส่งมาเป็นศาสดานั้นล้วนได้รับคัดเลือกเป็นพิเศษจากอัลลอฮฺ และพระองค์ทรงเรียกร้องให้มาสู่หนทางที่เที่ยงตรง ผู้ที่พระองค์ทรงคัดเลือกนั้นเป็นผู้มีเกียรติยิ่งอย่างแน่นอน ดังนั้น บรรดาศาสดาจึงถือว่าเป็นบุคคลผู้ทรงคุณค่า ทั้งเนื่องจากที่พวกท่านได้รับคัดเลือกจากอัลลอฮฺ และเนื่องจากคุณลักษณะที่ซื่อตรงสะอาดบริสุทธิ์ของพวกเขาเอง

ภายหลังจากศาสดาอาดัม(อ.) ศาสดาท่านแรกแล้ว ศาสดาเก่าแก่ที่สุดที่ได้ถูกกล่าวถึงในอัล-กุรอานคือ ศาสดานูฮฺ(อ.) ตามที่เรารู้กัน ศาสดานูฮฺ(อ.) ได้แสดงให้เห็นถึงความอดทนและความมุ่งมั่นอย่างยิ่งของท่าน ในการอธิบายถึงการมีอยู่ของพระผู้เป็นเจ้าพระองค์เดียว ให้แก่ชนเผ่าผู้ปฏิเสธ และเมื่อชนเผ่านั้นยืนกรานอยู่ในการปฏิเสธต่อไป พวกเขาจึงถูกทำให้จมอยู่ใต้น้ำจากการเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่อัลลอฮฺได้ส่งน้ำมาจากเบื้องบนและใต้ดิน มีเพียงศาสดานูฮฺ(อ.) และบรรดาผู้ศรัทธาที่อยู่ร่วมกับท่านเท่านั้นที่ปลอดภัย รอดพ้นจากการจมน้ำได้ด้วยการอาศัยเรือที่พวกเขาได้สร้างขึ้น ตามที่อัลลอฮฺได้ทรงสัญญาไว้

อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ได้ทรงยกย่องสรรเสริญศาสดานูฮฺ(อ.) ไว้ในอัล-กุรอานว่า

“ความศานติจงมีแด่นูฮฺในหมู่ประชาชาติทั้งหลาย แท้จริง เช่นนั้นแหละเราจะตอบแทนผู้กระทำความดีทั้งหลายแท้จริง เขาอยู่ในปวงบ่าวของเราผู้ศรัทธา” (อัล-กุรอาน 37/79-81)

ในอีกโองการหนึ่ง อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ได้ทรงเผยไว้ว่า เชื้อสายของศาสดานูฮฺ(อ.) จะ “อยู่สืบไป” หรือหมายถึงจะไม่หมดสิ้นไปนั่นเอง

“และโดยแน่นอนนูฮฺได้ร้องขอเรา ดังนั้นเราคือผู้ตอบสนองที่ประเสริฐยิ่ง และเราได้ช่วยเขาและชุมชนของเขาให้พ้นจากทุกข์ภัยอันมหันต์ และเราได้ทำให้ลูกหลานของเขาคือผู้รอดชีวิต” (อัล-กุรอาน 37/75-77)

มนุษย์หลายรุ่นได้เข้ามาและผ่านเลยไปภายหลังจากศาสดานูฮฺ(อ.) และประชาชนก็ได้หันเหออกไปจากหนทางที่เที่ยงตรงอีกครั้ง พวกเขาเริ่มต้นทำการสักการบูชาเทวรูปและหันหลังให้แก่อัลลอฮฺ ในเวลานั้นเองที่ศาสดาอิบรอฮีม(อ.) ได้รับมอบตำแหน่งการเป็นศาสดาและได้รับภาระหน้าที่ในการเรียกร้องประชาชนให้หันกลับมาสู่อัลลอฮฺและหนทางอันเที่ยงตรง