เยซูในคัมภีร์กุรอาน

178

เหตุการณ์ในการถือกำเนิดของเยซูหรือศาสดาอีซา(อ) ในบทที่ 19 ของอัล-กุรอาน ชื่อบท มัรยัม โองการที่ 15-21 ได้กล่าวถึงไว้ดังนี้ :

และจงกล่าวถึงเรื่องของมัรยัมในคัมภีร์ เมื่อนางได้ปลีกตัวออกจากหมู่ญาติของนาง ไปยังมุมหนึ่งทางตะวันออก

แล้วนางได้ใช้ม่านกั้นให้ห่างพ้นจากพวกเขา แล้วเราได้ส่งวิญญาณของเรา (ญิบรีล) ไปยังนาง แล้วเขาได้จำแลงตนต่อนางเหมือนชายอย่างสมบูรณ์

นางกล่าวว่า “แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานีให้พ้นจากท่าน หากท่านเป็นผู้ยำเกรง”

เขากล่าวว่า “แท้จริงฉันเป็นเพียงฑูตแห่งพระเจ้าของเธอ เพื่อฉันจะให้ลูกชายผู้บริสุทธิ์แก่เธอ”

นางกล่าวว่า “ฉันจะมีลูกได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ไม่มีชายใดมาแตะต้องฉันเลย และฉันก็มิได้เป็นหญิงชั่ว”

เขากล่าวว่า “กระนั้นก็เถิด พระเจ้าของเธอตรัสว่า มันง่ายสำหรับข้า และเพื่อเราจะทำให้เขาเป็นสัญญาณหนึ่งสำหรับมนุษย์และเป็นความเมตตาจากเรา และนั่นเป็นกิจการที่ถูกกำหนดไว้แล้ว

babyjesus

ดังโองการข้างต้นนั้น การถือกำเนิดของเยซู(อีซา(อ.)) จากมารดาผู้เป็นหญิงบริสุทธิ์ที่ไม่เคยสัมผัสชายใดเลย เป็นผลที่เกิดจากพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เป็นการแสดงปาฏิหาริย์ให้โลกได้ประจักษ์ เมื่อพระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ทรงประสงค์ให้สิ่งหนึ่ง “เกิด” มันก็จะเกิด

ในสองโองการสุดท้ายของบทที่ 36 ชื่อบทยาซีนของอัล-กุรอาน ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนถึงพลังอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์ของพระองค์ ความว่า :

แท้จริงพระบัญชาของพระองค์ เมื่อทรงประสงค์สิ่งใด พระองค์ก็จะตรัสแก่มันว่า “จงเป็น” แล้วมันก็จะเป็นขึ้นมา

ดังนั้น มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ซึ่งในพระหัตถ์ของพระองค์มีอำนาจเหนือทุกสิ่งและ ยังพระองค์เท่านั้นที่พวกเจ้าจะถูกนำกลับไป

ในบทที่ 3 ชื่อบทอาลิอิมรอน (วงศ์วานของอิมรอน) โองการที่ 59 ความว่า :

แท้จริงอุปมาของอีซา นั้น ดั่งอุปมัยของอาดัม พระองค์ทรงบังเกิดเขาจากดิน และได้ทรงประกาศิตแก่เขาว่า จงเป็นขึ้นเถิด แล้วเขาก็เป็นขึ้น 

ตามโองการนี้ ดังเช่นการถือกำเนิดของอาดัมที่เกิดขึ้นโดยไม่มีตัวของพ่อและแม่เข้ามาเกี่ยวข้องเลย ดังนั้นเยซู(อีซา(อ)) ก็ถือกำเนิดขึ้นมาโดยไม่มีพ่อด้วยเช่นกัน อุปมาการถือกำเนิดของเยซู จึงอุปมัยเช่นการถือกำเนิดของอาดัม และนี่คือเครื่องแสดงให้เห็นถึงพระประสงค์และพลังอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่

เยซู(อีซา(อ.)) ที่ถูกกล่าวถึงในกุรอาน

สำหรับชาวมุสลิม เยซูหรืออีซา(อ) คือศาสดาที่สำคัญที่สุดท่านหนึ่งของพระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ การถือกำเนิดอย่างน่าอัศจรรย์ของท่านนั้นถือเป็นสัญญาณอันยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้าและถือเป็นความเมตตาของพระองค์ที่มีต่อมนุษชาติ ในโองการต่อไปนี้ เราจะได้เห็นว่าเยซูหรืออีซา(อ.) ถูกกล่าวถึงไว้อย่างไร :

ในบทที่ 2 โองการที่ 87 พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสว่า :

….และเราได้ให้หลักฐานต่าง ๆ อันชัดเจนแก่อีซา บุตรของมัรยัม และเราได้สนับสนุนเขาด้วยวิญญาณอันบริสุทธิ์…

“วิญญาณบริสุทธิ์” ในอิสลาม มีความหมายที่เฉพาะเจาะจง ตามทัศนะของผู้รู้ของอิสลาม มันถูกใช้เพื่อกล่าวถึงผู้ที่มีจิตวิญญาณบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ซึ่งมีหน้าที่เพื่อชี้นำ ดลบันดาล และซึมซาบจิตวิญญาณของการเป็นศาสดา มันยังถูกนำมาใช้สำหรับบุคคลผู้ได้รับการคัดเลือกจากพระผู้เป็นเจ้าให้แสดงพลังอำนาจปาฏิหาริย์อีกด้วย การระบุถึง “วิญญาณบริสุทธิ์” พร้อมกับชื่อของอีซาหลายครั้งหลายหนในคัมภีร์กุรอานอันจำเริญนั้น เป็นการแสดงให้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่า ท่านนั้นคือผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นการเฉพาะเพื่อความมีเกียรติยิ่งนี้

ในบทที่ 5 โองการที่ 46 พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ทรงตรัสว่า :

และเราได้ให้อีซา บุตรของมัรยัมตามหลังพวกเขามา ในฐานะผู้ยืนยันสิ่งที่อยู่ก่อนหน้าเขาคือ อัต-เตารอต และเราได้ให้อัล-อินญีลแก่เขา ซึ่งในนั้นมีคำแนะนำและแสงสว่าง และเป็นที่ยืนยันสิ่งที่อยู่ก่อนหน้ามัน คืออัต-เตารอต และเป็นคำแนะนำ และคำตักเตือนแก่ผู้ยำเกรงทั้งหลาย

โองการนี้อธิบายว่า เยซูหรืออีซา(อ) ได้มายืนยันและพิสูจน์ถึงความจริงของหลักคำสอนของศาสนาแห่งสากลจักรวาลของพระผู้เป็นเจ้า ความเป็นเอกะและความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ และความเป็นจริงตามที่ศาสดาทั้งหมดก่อนหน้าท่านได้เคยแจ้งไว้ เยซูหรืออีซา(อ) มาพร้อมกับคัมภีร์อินญีล(ไบเบิล) ซึ่งเป็นทางนำและแสงสว่าง และดังนั้น มีการระบุถึงอย่างชัดเจนว่าคัมภีร์เตารอตได้รับการยืนยันโดยคัมภีร์อินญีล(ไบเบิล) และในคัมภีร์จากพระผู้เป็นเจ้าทุกเล่มล้วนเป็นเครื่องชี้นำแก่มนุษย์ผู้มีความยำเกรง