วิเคราะห์สถานการณ์ด้านการเมืองและสังคมยุคอิมามฮะซัน อัลมุจตะบา (อ.)

43

เมื่อเราศึกษาประวัติศาสตร์หลังจากยุคท่านศาสดามุฮัมหมัด (ศ็อลฯ) แล้ว จะเกิดคำถามหนึ่งขึ้นในใจว่า เหตุใดอิมามอาลี (.) จึงย้ายศูนย์การปกครองจากเมืองมะดีนะฮ์ไปยังเมืองกูฟะฮ์?

สาเหตุที่อิมามอาลี (.) เข้าสู่เมืองกูฟะฮ์

. เพื่อเผชิญกับพวกนากิษีน: หลังจากที่อิมามอาลี (.) ขึ้นปกครองประมาณ 5 ปี นั้น มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งในมักกะฮ์ มะดีนะฮ์ ชามและอิรัก ดินแดนการปกครองขยายกว้างออกไปตั้งแต่เมืองชามจรดเยเมน จากอียิปต์จรดฮิญาซ อิรักและอิหร่านบางส่วน จากเหตุการณ์การลอบสังหารท่านอุษมานมุอาวิยะฮ์ใช้กลอุบายยั่วยุให้บางคนเช่นฏอลหะฮ์และซุเบรแม้แต่ภริยาท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เองก็หลงกลทำสงครามญะมัลขึ้นในเมืองบัศเราะฮ์

ขณะนั้นอิมามอาลี (.) ประจำการอยู่ที่เมืองมะดีนะฮ์ จึงต้องเดินทางมายังอิรักพร้อมกับอิมามฮะซัน (.) และขอความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่เพื่อลุกขึ้นต่อสู้และหยุดพวกเขาเหล่านั้น กล่าวคือ ฏอลหะฮ์ ซุเบร และพระนางอาอิชะฮ์ ดังนั้นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้อิมามอาลี (.) มายังอิรักคือทำลายล้างบะนีอุมัยยะฮ์ที่ใช้ซอฮาบะฮ์บางคนเป็นหุ่นเชิด และอิมามอาลี (.) เข้าสู่เมืองกูฟะฮ์หลังจากสงครามญะมัล

. ขอบคุณการยืนหยัดต่อสู้ชาวกูฟะฮ์: อีกเหตุผลหนึ่งคือชาวกูฟะฮ์ให้การช่วยเหลืออิมามอาลี (.) และอิมามได้เลือกให้เมืองกูฟะฮ์เป็นเมืองศุนย์กลางการปกครองเพื่อขอบคุณชาวกูฟะฮ์

. ควบคุมมุอาวียะฮ์: เหตุผลอีกประการหนึ่งคือระยะทางระหว่างเมืองกุฟะฮ์กับเมืองชามนั้นไม่ไกลมากนัก และอิมามต้องการให้มุอาวียะฮ์อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิด และอิมามฮะซัน (.) ก็พำนักอยู่ในเมืองกูฟะฮ์ตั้งแต่ปีฮิจเราะฮ์ที่ 40 ที่อิมามอาลี (.)เป็นชะฮาดัตในเมืองกูฟะฮ์ ซึ่งช่วง 10 ปี ของระยะเวลาการขึ้นปกครองของอิมามฮะซัน (.) นั้นท่านได้อาศัยอยู่ในเมืองกูฟะฮ์ระยะหนึ่งและกลับสู่เมืองมะดีนะฮ์อีกช่วงระยะหนึ่ง

วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองและสังคมยุคอิมามฮะซัน อัลมุจตะบา (.)

อิมามฮะซัน อัลมุจตะบา (.) ขึ้นดำรงตำแหน่งอิมามหลังจากการเป็นชะฮาดัตของอิมามอาลี (.) ในปี ฮ..ที่ 40 เป็นยุคที่ดินแดนอิสลามครอบคลุมถึงอิรัก ชาม ฮิญาซ เยเมน อียิปต์และอิหร่านบางส่วน อิมามฮะซัน (.) รู้ถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคอิมามอาลี (.)เป็นอย่างดี ซึ่งเกิดสงครามขึ้นสามสงครามสำคัญและสงครามหลักนั้นเกิดขึ้นในอิรัก ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่าหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้อิมามอาลี (.) ต้องเข้าสู่อิรักคือปราบปรามพวกนากิษีนในสงครามญะมัลและพวกกอสิฏีนในสงครามซิฟฟีน และอิมามฮะซัน (.) ก็เข้าร่วมในสงครามกับพวกคอวาริจอีกด้วย ดังนั้นในยุคการปกครองของท่านก็ยังพวกเหล่านี้หลงเหลืออยู่คอยสร้างปัญหาและความแตกแยกขึ้นในสังคม

ปัญหาและอุปสรรคด้านการปกครองในยุคอิมามฮะซัน (.)

. มุอาวิยะฮ์อ้างตำแหน่งคอลีฟะฮ์เหนือบรรดามุสลิม: หนึ่งในปัญหาหลักในยุคอิมามฮะซัน (.) คือ มุอาวิยะฮ์อ้างตนเป็นคอลีฟะฮ์และตั้งตนเป็นอะมีรุลมุมินีนทว่าเลวร้ายไปกว่านั้นคือวางรากฐานระบบกษัตริย์ขึ้น เมื่อมุอาวิยะฮ์รู้ข่าวว่าอิมามฮะซัน (.) ขึ้นดำรงตำแหน่งอิมามต่อจากอิมามอาลี (.) เขาก็เริ่มวางกลอุบายเพื่อเผชิญกับอิมามฮะซัน(.)ในทันที

ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่าเขาได้เตรียมกำลังพลไว้ถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นคนในช่วงระยะเวลาอันสั้นเท่านั้นเองชะฮีดมุฏอฮารีย์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า:

เบื้องต้นที่อิมามฮะซัน (.) ขึ้นดำรงตำแหน่งคอลีฟะฮ์ มุอาวิยะฮ์ก็อยู่ในฐานะผู้ปกครองคนหนึ่ง (ดูเหมือนว่าเขาเองยังไม่เรียกตนเองว่าคอลีฟะฮ์และอะมีรุลมุมินีน) ในยุคอิมามอาลี (.) เขาทำเป็นว่าตนเองเป็นผู้ท้วงติงและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับการลอบสังหารท่านอุษมานโดยอ้างว่าอิมามอาลี (.)มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะขึ้นเป็นคอลีฟะฮ์ ซึ่งตอนนั้นเขายังไม่อ้างตนว่าเป็นคอลีฟะฮ์ และผู้คนก็ยังไม่เรียกเขาว่าอะมีรุลมุมินีน ในยุคที่อิมามฮะซัน (.)ขึ้นดำรงตำแหน่งคอลีฟะฮ์ มุอาวิยะฮ์มีอำนาจบาดใหญ่เป็นอย่างมาก กระทั่งเป็นเหตุให้เกิดความอ่อนแอภายในการปกครอง ถึงขนาดที่มีบันทึกว่าหลังจากการเป็นชะฮาดัตของอิมามอาลี (.) ผ่านไปเพียงสิบเจ็ดวัน (ข่าวจากกูฟะฮ์ไปถึงยังเมืองชามอย่างรวดเร็ว)มุอาวิยะฮ์ก็ได้จัดเตรียมกำลังพลเพื่อพิชิตอิรักแล้ว(ซีรีดัร ซิเระฮ์ อะอิมมะฮ์)

เช่นนั้นอิมามฮะซัน (.)ขึ้นกล่าวปราศรัย(คุฏบะฮ์) อย่างเผ็ดร้อนเพื่อให้ผู้คนช่วยเหลือท่านในการนี้ แต่ผู้คนไม่ตอบรับได้แต่นิ่งเงียบ ประวัติศาสตร์บันทึกว่ามีเพียงหมื่นกว่าคนเท่านั้นที่ให้การช่วยเหลือท่าน

เมืองกูฟะฮ์คือเมืองหน้าด่านทางทหารย่อมมีกองกำลังนับแสนคนที่ให้การช่วยเหลือ แต่เหตุใดจึงมีเพียงหมื่นสองพันคนเท่านั้น?

. ขาดจิตวิญญาณแห่งการญิฮาด: ชาวกูฟะฮ์เหนื่อยล้าจากการทำสงคราม หลังจากทำสงครามซิฟฟีน สงครามญะมัลและสงครามอื่นๆ มาแล้ว แน่นอนว่าความเหนื่อยล้าจากสงครามนั้นไม่อาจนำมาเป็นข้ออ้างที่ถูกต้องได้เลย

. แสวงหาผลประโยชน์: ชาวกูฟะฮ์เริ่มแสวงหาผลประโยชน์เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีและสุขสบาย และผู้คนเห็นว่าไม่ใช่เวลาที่จะมาทำสงครามและสู้รบกับมุอาวิยะฮ์ ยิ่งไปกว่านั้นมุอาวิยะฮ์ได้กระจายข่าวออกไปให้ผู้คนเห็นว่าเขาเป็นคนดีและมีความสามารถในการปกครอง

ทำไมชาวอิรักจึงเพิกเฉยจากคำกล่าวปราศรัยที่เผ็ดร้อนของอิมามฮะซัน (.)?

คำตอบเดียวคือชาวอิรักวิเคราะห์การเมืองว่าแม้มุอาวิยะฮ์จะไม่ดีพร้อมแต่ก็เป็นนักการเมืองที่เก่ง อีกด้านหนึ่งมุอาวิยะฮ์ก็ฉายภาพว่าตนเป็นผู้เคร่งศาสนา ร่วมนมาซญะมาอัต ในยุคที่เกิดฟิตนะฮ์เช่นนี้เป็นการยากที่ประชาชนทั่วไปจะแยกแยะระหว่างสัจธรรม(ฮัก)กับโมฆะ(บาฏิล)ได้ ถือได้ว่ายุคอิมามฮะซัน (.) เป็นยุคที่ยากลำบากที่สุดของยุคสมัยต่างๆ ของบรรดาอิมามเลยที่เดียว เงื่อนไขทางการเมืองและสังคมในยุคของท่านนั้นหนักอึ้งและยากลำบากยิ่งกว่ายุคของอิมามอาลี (.) แม้กระทั่งยุคของอิมามฮุเซน (.) ด้วยซ้ำ

ในเหตุการณ์กัรบะลายะซีดประจันหน้ากับอิมามฮุเซน (.) หลังจากที่ผู้คนผ่านยุคการปกครองของมุอาวิยะฮ์และเห็นธาตุแท้ของมุอาวิยะฮ์แล้วและธาตุแท้ของยะซีดก็เป็นที่ชัดเจนสำหรับผู้คน แต่ในยุคของอิมามฮะซัน (.) ไม่ใช่เช่นนี้เลย ผู้คนเห็นอิมามฮะซัน(.) นมาซ ไปทำฮัจญ์ ขณะเดียวกันก็เห็นมุอาวิยะฮ์นมาซและไปทำฮัจญ์ เห็นภาพลักษณ์ภายนอกอิสลามที่สวยงามจากมุอาวิยะฮ์ แม้กระทั่งวังของมุอาวิยะฮ์ก็เป็นสีเขียว แม้กระทั่งเรื่องนี้มุอาวิยะฮ์ก็ใช้เป็นสื่อในการฉายภาพให้เห็นว่าเขาปฏิบัติตามท่านศาสดามุฮัมหมัด (ศ็อลฯ) นี่อิมามฮะซัน (.) ตกอยู่ในสภาพสถานการณ์เช่นนี้

เหตุใดอิมามฮะซัน (.) จึงไม่อนุญาตให้เพิกเฉยต่อการเผชิญกับมุอาวิยะฮ์ ทั้งที่มุอาวิยะฮ์พยายามรักษาภาพลักษณ์ภายนอกของอิสลามไว้ได้เป็นอย่างดี?

มุอาวิยะฮ์เป็นผู้ริทำอุตริกรรม (บิดอะฮ์)ขึ้นในอิสลาม เช่น

1. อนุญาตให้มีการกินดอกเบี้ย

แม้แต่อะบูดัรดาอ์ ผู้พิพากษาของเขายังท้วงติงมุอาวิยะฮ์ในเรื่องนี้

2.ยกเลิกการลงโทษ(ฮุดูด)

เขาไม่ดำเนินคดีและลงโทษผู้ที่ขโมย

3.เปลี่ยนบทบัญญัติบบางประการของพิธีฮัจญ์

มุอาวิยะฮ์ใส่น้ำหอมในขณะทำพิธีฮัจญ์

4. มุอาวิยะฮ์คุฏบะฮ์วันอีดก่อนนมาซอีด และรูปแบบนี้ก็ปฏิบัติกันต่อเนื่องในยุคบะนีอุมัยยะฮ์

5. มุอาวิยะฮ์สวมใส่ผู้ไหมที่เป็นฮะรอมสำหรับบุรุษ

6. ใช้ภาชนะทองคำในการกินดื่ม

7. สาปแช่งอิมามอาลี (.) ในคุฏบะฮ์นมาซ

8. สร้างฮะดีษขึ้นอย่างมากมาย

บิดอะฮ์เหล่านี้ได้แพร่หลายในสังคมกระทั่งมุอาวิยะฮ์นมาซวันศุกร์ในช่วงกลางสัปดาห์ก็ไม่มีผู้ใดท้วงติง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเคยชินและความคิดของผู้คนที่เปลี่ยนไป อ่อนแอจนกระทั่งไม่อาจวิเคราะห์และแยกแยะอะไรได้เลย

อิมามฮะซัน(.) รับมือในการเผชิญกับกองกำลังนันแสนคนของมุอาวิยะฮ์อย่างไร?

อิมามฮะซัน(.)ได้ลุกขึ้นต่อสู้อย่างแข็งขันโดยได้กำชับกองกำลังของท่านว่าให้สะกัดกองกำลังของมุอาวิยะฮ์และแจ้งข่าวแก่อิมามเพื่อประสานกับกองกำลังหลัก

อุบัยดิ้ลลาฮ์บินอับบาสได้นำพลภายใต้บัญชาการของตนออกไปกระทั่งได้ปะทะกับกองกำลังของมุอาวิยะฮ์ที่เมืองมัสกันจึงได้ตั้งค่ายกันที่นั่น ไม่นานนักอิมามฮะซัน (.) ได้รับข่าวว่า อุบัยดิ้ลลาฮ์ รับเงินจำนวนหนึ่งล้านดิรฮัมจากมุอาวิยะฮ์ แล้วนำไพร่พลของตนแปดพันคนเข้าร่วมกับกองกำลังของมุอาวิยะฮ์

การทรยศของแม่ทัพระดับแถวหน้าย่อมทำให้เหล่าทหารอ่อนแอและเสียขวัญกำลังใจและทำให้ระบบทางทหารของอิมามต้องสั่นคลอนแต่เกสบินสะอ์ดสาวกผู้กล้าหาญและมีศรัทธาต่อครอบครัวของอิมามอาลี (.) อย่างมาก ได้นำทัพต่อไปตามคำสั่งของอิมามฮะซัน (.) เขาขึ้นกล่าวปราศรัยจนเรียกขวัญและกำลังใจกลับคืนมาได้อีกครั้ง มุอาวิยะฮ์ต้องการจะซื้อตัวเกส บิน สะอ์ดแต่เขาไม่หลงกลและยืนหยัดต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยว

มุอาวิยะฮ์ไม่หยุดอยู่เพียงการซื้อตัวอุบัยดิ้ลลาฮ์เท่านั้นทว่าเขาได้ส่งสายลับเข้าไปสอดแนมและสร้างความขัดแย้งและข่าวโคมลอยต่างๆขึ้นในกองทัพของอิมามฮะซัน (.) ว่า เกส บิน สะอ์ด ได้ประนีประนอมกับมุอาวิยะฮ์แล้วและอิมามฮะซัน (.) ได้ทำสนธิสัญญากับมุอาวิยะฮ์แล้ว!!

มุอาวิยะฮ์ส่งคนของตนที่ผู้คนทั่วไปยอมรับเข้าพบอิมามฮะซัน (.)ในค่าย มะดาอิน หลังจากออกจากค่ายพวกเขาได้กระจ่ายข่าวเท็จว่าอัลลอฮ์ได้ทำให้สงครามสงบลงด้วยบุตรของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ฮะซัน บิน อาลี (ออ.) ได้ทำสนธิสัญญาสงบศึกกับมุอาวิยะฮ์เพื่อปกป้องเลือดเนื้อของประชาชนแล้ว !! ทำให้เกิดผู้ที่ไม่เห็นด้วยและต่อต้านอิมามฮะซัน (.) กระทั่งได้บุกกระโจมของอิมาม(.)เพื่อจะสังหารอิมาม (.) ความขัดแย้งและความแตกแยกเกิดขึ้นทั่วสารทิศ

การจำยอมทำสนธิสัญญา

ท้ายที่สุดอิมามฮะซัน (.) ต้องจำยอมทำสนธิสัญญากับมุอาวิยะฮ์ เมื่อเห็นแล้วกองกำลังของมุอาวิยะฮ์กำลังประชิดเข้ามาผนวกกับสถานการณ์ต่างๆกดดันอิมามจนไม่เหลือหนทางใดนอกจากการจำยอมทำสนิธิสัญญา

ข้อตกลงต่างๆ ในสนธิสัญญา

1.การปกครองของมุอาวิยะฮ์ต้องวางอยู่บนสารธรรมคำสอนของอัลกุรอานและซุนนะฮ์ท่านศาสดา

2.หลังจากมุอาวิยะฮ์ การปกครองต้องเป็นของ ฮะซัน บิน อาลี

3. มุอาวิยะฮ์ต้องยกเลิกการสาปแช่งอิมามอาลี (.) และกล่าวแต่ความดีงามของท่าน

4. เงินบัยตุลมานที่กองคลังกว่าห้าล้านดิรฮัมจะไม่ถูกมอบให้แก่มุอาวิยะฮ์

5.ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ชาม อิรัก ฮิญาซ เยเมน อิหร่าน และต้องได้รับการคุ้มครองและใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย

เกิดคำถามขึ้นตรงนี้ว่าจากประสบการตลอดระยะเวลาห้าสิบปีที่ผ่านมาอิมามฮะซัน (.) รู้ดีว่ามุอาวิยะฮ์ต้องไม่ทำตามข้อตกลงนี้อย่างแน่นอน แต่ทำไมยังทำข้อตกลงในสนธิสัญญาอีก ชะฮีดมุฏอฮารีย์ กล่าวว่า เป็นการปูทางสู่การลุกขึ้นต่อสู้ของอิมามฮุเซน (.) ต่อไป

อิมาม(.) ทำตามหน้าที่ให้เป็นที่ประจักษ์ตามหลักการศาสนา ตามแบบฉบับของท่านศาสดามุฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ในการทำสนธิสัญญาสันติภาพฮุดัยบียะฮ์ หลังจากทำสนธิสัญญาแล้วอิมามฮะซัน (.) ก็รีบเดินทางกลับเมืองมะดีนะฮ์ทันที