เกียรติยศกับความซื่อสัตย์

62

อัลลอฮฺ (ซบ.) ได้สร้างมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันในรูปแบบของสังคมและต้องพึ่งพาอาศัยกัน โดยไม่มีใครสามารถอยู่ตามลำพังคนเดียวโดยไม่คบค้าสมาคมกับผู้อื่น

จากคำอธิบายดังกล่าวทำให้ไม่สงสัยเลยว่าเกียรติยศและศักดิ์ศรีแห่งชีวิต นั้น ได้มาด้วยกับการต่อสู้และขวนขวายจนไปถึงยังเป้าหมายของตน โดยปราศจากการพึ่งพาคนอื่น ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นอุปนิสัยดั้งเดิมของมนุษย์
เกียรติยศแห่งชีวิตคือการที่มนุษย์สามารถนำพาชีวิตของตนให้หลุดพ้นจาก สภาพของความเป็นเดรัจฉาน การตกเป็นทาสของอารมณ์ใฝ่ต่ำและความบ้าคลั่งในตัณหาทั้งหลาย ตรงกันข้ามบุคคลที่ไม่มีเกียรติยศ ซึ่งได้แก่ คนที่สอดส่องสายตาของตนเพื่อแสวงหาสิ่งตอบสนองให้กับอารมณ์ใฝ่ต่ำ หรือขายศักดิ์ศรีความเป็นคนด้วยกับเศษสตางค์เพียงเล็กน้อยเพื่อสนองความบ้า คลั่งในตัณหา หรือยอมจำนนต่ออำนาจทุก ๆ อำนาจและก้มหัวเยี่ยงทาสที่จงรักภักดีต่อนาย เพียงเพื่อการมีชีวิตที่สะดวกสบายบนโลกนี้เท่านั้น
โดยทั่วไปแล้ว ถ้าหากเรากล่าวถึงอาชญากรย่อมหมายถึง บุคคลที่ก่ออาชญากรรม เช่น ฆาตกร ขโมย และอาจรวมไปถึงผู้ประพฤติผิดกฎหมายที่ร้ายแรงคนอื่น ๆ ด้วย ขณะเดียวกันพวกนักเลงวิ่งราว นักต้มตุ๋นที่ใช้วาทะในการพูดปดมดเท็จ พวกประจบสอพลอ พวกขายชาติ พวกครอบครัวนิยมและอื่น ๆ อีกมากมาย ล้วนเป็นมรดาตกทอดมาจากการกระทำที่ไม่ดีและการชอบขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ตลอดเวลา โดยไม่ยอมเป็นตัวของตัวเอง
แต่คนที่มีศักดิ์ศรีและเกียรติยศอันเป็นอาภรณ์ที่สูงส่งสำหรับชีวิตนั้น เขาจะไม่ยอมก้มหัวให้กับสิ่งใดและใครทั้งสิ้นนอกจากอัลลอฮฺ (ซบ.) พระผู้อภิบาลผู้ทรงเกริกก้องเกรียงไกรแต่เพียงผู้เดียว และเขาจะไม่ยอมถอยหลังให้กับศัตรูที่บุกโจมตีเข้ามาอย่างหนักหน่วงและน่า กลัว และยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาถือพวกที่ปกป้องสัจธรรมและคุณธรรมที่สูงส่ง ฉะนั้นศักดิ์ศรีคือสื่อที่ดีที่สุดในการค้นหาสัจธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และการปกป้อง