หน้าแรก ขุมทรัพย์แห่งปัญญา กฎของการเปิดใจกว้าง และการชนะใจคน

กฎของการเปิดใจกว้าง และการชนะใจคน

825

“อิสลาม” ในฐานะเป็นศาสนาที่สมบูรณ์ที่สุดจากพระผู้เป็นเจ้า มีที่ว่างสำหรับทุกคน และไม่มีข้อจำกัดในการยอมรับผู้คน ทุกคนสามารถขึ้นไปถึงจุดสูงสุดนี้ได้ ไม่ว่าจะต่างสีผิว ชาติพันธุ์ รูปร่างหน้าตา สถานะทางสังคม และภาษา เป็นเหมือนกับมหาวิทยาลัยที่ไม่มีเงื่อนไขในการรับนักศึกษาใหม่ ประตูเปิดกว้างสำหรับทุกคน แต่มันไม่ได้จบเพียงแค่นี้

จริงอยู่ที่พระผู้เป็นเจ้าทรงให้โอกาสแก่ทุกคนในการเข้ามาสู่เส้นทางที่มุ่งสู่ความสุขนี้ แต่เขาควรจะมีพลังภายในที่ดึงดูดผู้คนมาสู่ความดีงามด้วย มันเหมือนกับประตูที่เปิดอยู่ และมีบางสิ่งบางบางที่ดึงหัวใจของผู้คนให้เข้ามาหามัน

เราทุกคนควรประพฤติปฏิบัติตนโดยมีพื้นฐานอยู่บนกฎสองข้อนี้ นั่นก็คือ “การเปิดกว้าง” และ “การดึงดูด” แต่ประชาชนในประเทศอิสลามประพฤติปฏิบัติตนโดยมีพื้นฐานอยู่บนกฎเหล่านี้ไหม? ทุกคนได้รับอนุญาตให้เข้าไปในมัสยิดไหม? คนที่เคร่งครัดปฏิบัติกับศัตรูของพวกเขาด้วยความสุภาพอ่อนโยนหรือไม่? พวกเขาตอบคำถามที่มีทุกข้อหรือไม่? ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น มันก็จะเกิดภาวะที่ล่อแหลม ต้องมีคนทำลายกำแพงที่ขวางกั้นระหว่างประชาชนกับสถานที่ทางจิตวิญญาณ มัสยิดไม่ควรจะเป็นเพียงสถานที่จัดนิทรรศการของอิสลามเพื่อที่ประชาชนจะสามารถไปเยี่ยมชมมันได้บ่อยครั้ง

ประชาชนเองก็จำเป็นจะต้องเตรียมหัวใจให้พร้อมสำหรับการยอมรับสัจธรรม แต่ละคนมีความเชื่อว่าความคิดเห็นของเขาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ความเชื่อเช่นนี้ปิดกั้นหัวใจและความคิดต่อสิ่งใหม่ๆ ประชาชนควรจะเปิดประตูที่ถูกปิดเหล่านี้และเตรียมตัวเองให้พร้อมเพื่อการยอมรับความคิดใหม่ๆ ด้วยอ้อมแขนที่เปิดกว้าง

ครั้งหนึ่ง อิหม่ามอะลี (อ.) เคยเชิญชวนคนนอกศาสนาให้มาเป็นมุสลิมได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากมาย เพียงแค่ปฏิบัติตนตามหลักอิสลามเท่านั้น

ขณะที่ท่านเดินทางไปกูฟะฮ์ท่านได้ผ่านไปพบกับคนนอกศาสนาผู้หนึ่ง พวกเขาเดินทางต่อไปด้วยกันจนกระทั่งมาถึงทางแยกแห่งหนึ่ง

“ท่านจะไปทางไหน?” คนนอกศาสนาถามขึ้น

“ฉันกำลังจะไปกูฟะฮ์” อิหม่ามอะลี (อ.) ตอบ

“แต่ฉันต้องไปอีกทางหนึ่ง” ชายคนนั้นกล่าว

อิหม่ามอะลี(อ.) ใช้เส้นทางที่สองไปกับเขา ชายคนนั้นประหลาดใจและถามอิหม่ามอะลี (อ.) ว่าทำไมท่านจึงไม่ไปกูฟะฮ์

“ฉันแค่ทำในสิ่งที่เพื่อนที่ดีควรจะทำ เมื่อคนหนึ่งกล่าวลา ท่านควรจะไปส่งเขาหรือเธอเป็นระยะทางสั้นๆ นี่คือสิ่งที่ศาสดามุฮัมมัด(ศ.) ได้สอนเรา” อิหม่ามอะลี(อ.) กล่าว

“ช่างเป็นศาสนาที่ยิ่งใหญ่ และเป็นศาสดาที่ยิ่งใหญ่อะไรเช่นนี้” ชายคนนั้นกล่าว

หลังจากนั้น ชายคนนั้นได้ไปกูฟะฮ์พร้อมกับอิหม่ามอะลี (อ.) และเขาได้เข้ารับอิสลามหลังจากนั้นไม่นาน

เราเองก็เช่นกัน เราควรที่จะทำให้โลกนี้สว่างไสวขึ้น และทำให้มันเป็นสถานที่ที่น่าอยู่ขึ้นด้วยกฎและหลักการศาสนาของเรา

Source http://english.tebyan.net/