หน้าแรก อะฮ์ลุลบัยต์ “คิรบะฮ์” แห่งเมืองชาม : ความระทมทุกข์ของท่านหญิงซัยนับและอะห์ลุลบัยต์ หลังวันอาชูรอ

“คิรบะฮ์” แห่งเมืองชาม : ความระทมทุกข์ของท่านหญิงซัยนับและอะห์ลุลบัยต์ หลังวันอาชูรอ

1391

โดย เชคญะวาด สว่างวรรณ
ที่มา/ติดตาม https://www.facebook.com


 

“คิรบะฮ์” แปลว่า บ้านร้าง ผุพัง ไม่มีคนใช้พักอาศัย ซึ่งบ้านหลังนี้ยาซีดได้ใช้เป็นที่คุมขังครอบครัวลูกหลานของท่านหญิงฟาติมะฮ์ กล่าวคือคุกยังดีเกินไปสำหรับอะฮ์ลุลบัยต์นบี ยาซีดจึงเอาไปขังในสถานที่ๆ เป็นซากปรักหักพัง

มเหสีของกษัตริย์ยาซีด มาเยี่ยมท่านหญิงซัยหนับ ณ ดามัสกัส

มเหสีคนนนี้ชื่อ “ฮินด์” เป็นบุตรีของ อับดุลเลาะฮ์ บิน อามิร เมื่อ อับดุลเลาะฮ์ บิน อามิร (บิดาของฮินด์) เสียชีวิต

ฮินด์ได้เข้ามาอยู่ในบ้านของอิมามอาลี (อ) นางใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของอิม่ามอาลีเป็นเวลาหลายปี ทำหน้าที่รับใช้คนในบ้านของอิม่ามอาลี

เมื่ออิมามอาลีถูกลอบสังหารในมัสยิดขณะละหมาดจนเสียชีวิต ฮินด์ก็ได้ย้ายมาเป็นคนรับใช้ในบ้านของอิมามฮาซัน บุตรชายคนโตของอิมามอาลี

ฝ่ายมุอาวียะฮ์ ได้รู้ข่าวว่า ฮินด์เป็นสตรีสวยงามจึงได้มาสู่ขอนางให้กับยาซีดลูกชาย

หลังจากฮินด์ได้สมรสกับยาซีดแล้ว นางจึงย้ายมาอยู่กับยาซีดที่ซีเรีย

แม้ฮินด์จะย้ายมาอยู่ที่ซีเรียแล้วก็ตาม แต่นางก็พยายามสอบถามข่าวคราวของอิมามฮาซันและอิมามฮูเซนเสมอจากบรรดาผู้ ที่เดินทางกลับมาจากนครมะดีนะฮ์

ตอนที่อิมามฮูเซนถูกสังหารที่กัรบะลาอ์นางไม่รู้ข่าวเลย

เมื่อครอบครัวอิมามฮูเซนที่ตกเป็นเชลย ถูกส่งตัวมาให้ยาซีดที่เมืองชาม

คนรับใช้ของนางฮินด์ได้มาเล่าให้นางฟังว่า มีเชลยสตรีถูกส่งมาให้พระสวามีของท่าน แต่ฉันไม่รู้ว่า พวกเขามาจากที่ไหน ท่านน่าจะไปหาพวกเชลยนั้น และแสดงตัวต่อพวกนาง ฮินด์จึงลุกขึ้นไปสวมเสื้อผ้าที่โอ้อ่าที่สุด คลุมฮิญาบอย่างงดงามและสวมเสื้อคลุมทับอีกทีนึง ฮินด์บอกคนรับใช้ว่าให้พาเก้าอี้ไปให้นางนั่งด้วย เพื่อนางจะไม่นั่งลงกับพื้นดิน

เมื่อฮินด์ไปขออนุญาติกับยาซีดไปพบเชลย

ยาซีดจะทำอย่างไร จะไปด้วย หรือห้ามนางไม่ให้ไป

เพราะยาซีดกลัวว่า ภรรยาจะเห็นหน้าเชลยและรู้ว่า เชลยเหล่านั้นคือลูกหลานของอิมามอาลี เนื่องจากฮินด์เคยเป็นคนรับใช้ครอบครัวของอิมามอาลีมาเป็นเวลาหลายปี

และยาซีดก็รู้ว่าภรรยามีความรักต่อครอบครัวของอิมามอาลีมาก เพราะฮินด์ได้รับความรักความเอ็นดู การให้เกียรติจากครอบครัวของอิม่ามอาลีเป็นอย่างดี รวมทั้งการปฏิบัติกับนางด้วยมารยาทที่สูงส่ง

แต่ยาซีดก็รักและเกรงใจภรรยาคนนี้มาก เขาได้ขอร้องว่า ขอให้นางออกไปเยี่ยมเชลยหลังอาทิตย์ตกดิน

พอพลบค่ำ นางฮินด์จึงออกไปพร้อมกับข้าราชบริพาร มีคนรับใช้ถือโคมไฟส่องทางให้นางอย่างสว่างไสว

ขณะที่นางเดินเข้ามา ท่านหญิงซัยนับ บุตรสาวของท่านหญิงฟาติมะฮ์ได้แลเห็นนางแต่ไกล นางจึงกระซิบน้องสาวอุมมุกุลซูมว่า รู้จักผู้หญิงคนนั้นไหม?

อุมมุกูลซูม – น้องไม่รู้จักนางหรอก

ซัยนับ – นางเคยเป็นคนรับใช้ของเรา นางชื่อ ฮินด์ บินติ อับดุลเลาะฮ์

อุมมุกุลซูม นิ่งแล้วนั่งก้มหน้าลง ส่วนซัยนับก็ก้มหน้าลงพื้น

ฮินด์ตรงเข้ามา และนั่งลงบนเก้าอี้ ใกล้กับท่านหญิงซัยนับ โดยถือว่า นางคือหัวหน้าของเชลยสตรี

ฮินด์ – โอ้พี่สาว ฉันเห็นเธอนั่งก้มหน้า ทำไมหรือ?

ซัยนับนิ่งไม่ตอบสิ่งใด

ฮินด์กล่าวว่า พี่สาว พวกท่านมาจากบ้านเมืองไหนหรือ?

ซัยนับ – เรามาจากนครมะดีนะฮ์

เมื่อฮินด์ได้ยินการเอ่ยถึงชื่อเมืองมะดีนะฮ์ นางลุกจากเก้าอี้ลงมานั่งที่พื้นดิน และกล่าวว่า ขอความสันติอันประเสริฐสุดพึงมีแด่ชาวเมืองมะดีนะฮ์

ซัยนับ- เธอลุกจากเก้าอี้ลงมานั่งบนพื้นเพื่ออะไร?

ฮินด์ – เพื่อแสดงการยกย่องให้เกียรติต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินมะดีนะฮ์

ฮินด์ – พี่สาว ฉันต้องการสอบถามเธอถึง ครอบครัวหนึ่งที่อยู่ในมะดีนะฮ์

ซัยนับ- จงถามสิ่งที่เธอต้องการเถิด

ฮินด์ – ฉันจะถามเธอถึงครอบครัวของอิมามอาลี
ซัยนับ – เธอรู้จักครอบครัวของอิมามอาลีมาจากที่ไหนหรือ?

ฮินด์ร้องไห้ออกมาและกล่าวว่า ฉันเคยเป็นคนรับใช้พวกเขามาก่อน

ซัยนับ – แล้วเธอจะถามถึงคนไหนล่ะ?

ฮินด์ – ฉันขอถามเธอถึง ท่านฮูเซน พี่สาวน้องสาวของเขา รวมทั้งบรรดาลูกของเขา ขอถามเธอถึงบรรดาลูกๆ ของอิมามอาลีที่ยังมีชีวิต

ขอถามเธอถึงท่านหญิงซัยนับ นายของฉัน ถึงอุมมุกุลซูม น้องสาวของนาง และขอถามเธอถึงบรรดาลูกของท่านหญิงฟาติมะฮ์ ว่าพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง?

ณ บัดนั้นเอง ซัยนับจึงร่ำไห้ออกมาอย่างหนัก และนางได้กล่าวว่า

“โอ้ฮินด์เอ๋ย หากเธอถามถึงครอบครัวของอิมามอาลี แน่นอนเราคือผู้ที่ครอบครัวนั้นที่กำลังเผชิญกับมุซีบัต (ความระทมทุกข์) อยู่

“หากเธอถามถึงท่านฮูเซน ศรีษะของเขาอยู่กับยาซีด สามีเธอ”

“หากเธอถามถึง อับบาสและบรรดาลูกของอิมามอาลี เราได้ทิ้งร่างถูกตัดไร้ศรีษะของพวกเขานอนเกลื่อนอยู่ที่แผ่นดินกัรบะลาอ์”

“หากเธอถามถึงซัยนุลอาบิดีน นี่ไงเขานอนป่วยหนักอยู่จนลุกไม่ขึ้น”

“หากเธอถามถึง ซัยนับ ฉันนี่ไงคือ ซัยนับ บุตรสาวของอิมามอาลี ส่วนนี่คืออุมมุกุลซูม และบรรดาสตรีกับเด็กๆ เหล่านี้คือ บุตรหลานของท่านหญิงฟาติมะฮ์”

เมื่อฮินด์ได้สดับฟังคำพูดของท่านหญิงซัยนับเช่นนั้น นางจึงส่งเสียงร้องไห้ อุทธรณ์ว่า

วา…อิมามาฮ์!! วา…สัยยิดาฮ์!! วา…ฮูซัยนาฮ์!!

โอ้อิมามของฉัน… โอ้นายของฉัน… โอ้ท่านฮูเซนของฉัน…

“ฉันอยากดวงตามือบอดก่อนที่จะมาถึงวันนี้ ฉันจะได้มองไม่เห็นลูกหลานของท่านหญิงฟาติมะฮ์ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”

จากนั้นฮินด์ได้คว้าก้อนหินทุบศีรษะตัวเองจนเลือดอาบหน้าและสลบไป

 

مقتل الخوارزمي74:2، عوالم الإمام الحسين:414، رياض القدس292:2