อิมามฮะซัน อัสกะรีย์ (อ.) ขอฝน

121

ครั้งหนึ่งในสมัยของอิมาม ฮะซัน อัสการีย์ (อ.) ได้เกิดปัญหาความแห้งแล้งกันดารขึ้นในเมืองสะมัรรอ ดังนั้นคอลีฟะฮ์จึงสั่งการให้ประชาชนทำพิธีนมาซเพื่อขอฝน ประชาชนทั่วทั้งเมืองต่างมารวมตัวเพื่อทำนมาซขอฝน แต่แล้วก็ไม่ปรากฏวี่แววว่า จะมีเค้าฝนมาให้เห็นแต่อย่างใด

ครั้นถึงวันที่สี่ “บาดหลวง” และบรรดาท่านผู้รู้ทั้งทางศาสนายูดาย และคริสเตียนได้ออกไปทำพิธีตามหลักการของพวกตน นักบวชในศาสนาคริสต์คนหนึ่งได้ยื่นมือขึ้นเพื่อวิงวอนขอฝน ปรากฏว่าสายฝนได้เทลงมาอย่างท่วมท้น

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกคลางแคลงใจในศาสนาอิสลามที่ตนกำลังนับถืออยู่ เพราะพวกตนถือว่าอิสลามเป็นศาสนาที่เที่ยงแท้ที่สุด กระทั่งมีบางคนกล่าวว่า

“ถ้าหากศาสนาของพวกคริสเตียนเป็นศาสนาที่หลงผิด อัลลอฮ์ (ซบ.) จะไม่ทรงรับคำวิงวอนขอของพวกเขาอย่างแน่นอน”

มีบรรดามุสลิมบางคนถึงกับคิดอยากจะเข้ารับนับถือศาสนาคริสเตียน

ทางด้านอิมาม ฮะซัน อัสการีย์ (อ.) ขณะนั้นถูกจองจำอยู่ในคุก ดังนั้น เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของคอลีฟะฮ์ ได้นำเรื่องไปบอกเล่าแก่ท่านอิมาม (อ.) ว่า “ประชาชนผู้นับถือศาสนาของศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ผู้เป็นปู่ทวดของท่าน เริ่มสับสนแล้ว พวกเขาบางคนคิดสงสัยในเรื่องศาสนาของอัลลอฮ์”

อิมามฮะซัน อัสกะรีย์ (อ.) ได้บอกคนนั้นให้เรียกประชาชนและนักบวชคนนั้นมาชุมนุมกัน

ต่อมาบาดหลวงของศาสนาคริสต์ พร้อมกับพวกนักบวชในศาสนานั้นได้ออกมาที่ทะเลทราย และท่านอิมาม ฮาซัน อัสการีย์ (อ.) ได้ออกมาด้วยเช่นกัน ตามคำขอร้องของคอลีฟะฮ์ อิมามได้พยายามตรวจตราพวกเขาอย่างถี่ถ้วนที่สุด จนท่านได้เห็นบาดหลวงคนหนึ่งยกมือขวาของตนชูขึ้น

ท่านอิมามฮะซัน อัสกะรีย์ (อ.) จึงสั่งให้คนของท่านจับมือของบาดหลวงผู้นั้นไว้ และให้ดูว่ามีอะไรอยู่ในฝ่ามือ ครั้นเมื่อจับมือของบาดหลวง จึงสัมผัสกับของที่อยู่ในมือ และพบว่านั่นคือ “กระดูกสีดำชิ้นหนึ่ง” อิมามฮาซัน อัสการีย์ (อ.) จึงตระหนักในทันที แล้วกล่าวกับบาดหลวงผู้นั้นว่า “พวกท่านจงทำพิธีขอฝน ณ บัดนี้เถิด”

แล้วบาดหลวงผู้นั้นก็ยกมือขึ้นเพื่อวิงวอนขอฝน ปรากฏว่าบนท้องฟ้าที่กำลังปรากฏเมฆฝนครึ้ม กลับกระจายตัวออกไปและดวงอาทิตย์กลับส่งแสงจ้าดังเดิม คอลีฟะฮ์จึงถามท่านอิมาม ฮาซัน อัสการีย์ (อ.) ว่ามีอะไรเป็นความลี้ลับอยู่ในเรื่องนี้ เป็นเพราะเหตุใด ที่บาดหลวงคนนั้นสามารถทำพิธีขอฝนได้สำเร็จในครั้งแรก

ท่านอิมาม ฮาซัน (อ.) กล่าวตอบว่า “เนื่องจากบาดหลวงท่านนี้ เคยเดินผ่านสุสานของศาสดาท่านหนึ่ง และได้ขุดเอากระดูกชิ้นนี้มาจากหลุมศพของศาสดาท่านนั้น และเขาวิงวอนต่ออัลลอฮ์ให้การวอนขอของเขาเป็นที่ตอบรับ เพื่อเห็นแก่กระดูกชิ้นนี้ อัลลอฮ์ทรงตอบรับ หากผู้ใดก็ตามถือกระดูกชิ้นนี้ไว้ในมือของเขาและวิงวอนขอพระองค์ จะให้ฝนตกลงมาในทุกครา” และนี่คือสาเหตุที่ทำให้ฝนตกลงมา ไม่ใช่เพราะตัวนักบวชผู้นี้เลย

หลังจากนั้น ท่านอิมามฮะซัน อัสกะรีย์(อ.) ได้ดุอา(วิงวอน) ขอฝน แล้วฝนก็ได้ตกลงมา