หน้าแรก อะฮ์ลุลบัยต์ อิมามฮะซัน(อ.) ต่อสู้กับความอยุติธรรม (ตอนที่ 1)

อิมามฮะซัน(อ.) ต่อสู้กับความอยุติธรรม (ตอนที่ 1)

154

การเป็นผู้นำของอิมามฮะซัน(อ.)

เมื่อคืนวันที่ 21 รอมฎอน ปีฮ.ศ.40 อิมามอะลี(อ.) บิดาของท่านได้เสียชีวิต ทำให้ประชาชนตกอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจและระทมทุกข์ ขณะนั้นอิมามฮะซัน(อ.) มีอายุได้ 37 ปี ได้มาที่มัสญิดและกล่าวว่า “เมื่อคืน ชายผู้หนึ่งซึ่งดีเลิศเป็นพิเศษในด้านความรู้ ความยำเกรง ความประพฤติ และบุคลิกลักษณะ ในหมู่ประชาชนในยุคก่อนและในอนาคต เขาได้จากพวกท่านไปแล้ว

เขาได้เข้าร่วมในสมรภูมิต่างๆ เคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ.) และเพียรพยายามอย่างยิ่งที่จะพิทักษ์รักษาอิสลามเอาไว้ บุคคลผู้ซึ่งเป็นหนามในตาของศัตรูและเป็นผลไม้ในหัวใจของมิตรสหาย และเขาไม่เคยเก็บสำรองหรือสะสมทรัพย์สมบัติใดๆ ในโลกนี้ไว้สำหรับตัวเขาเลย นอกจากเพียงเจ็ดร้อยดิรฮัม ซึ่งเขาต้องการจะจัดหาคนรับใช้ไว้ให้ครอบครัวของเขา”

ต่อจากนั้น ท่านได้ร้องไห้อย่างขมขื่นจนประชาชนต้องร้องไห้ตามไปด้วย หลังจากนั้นท่านได้พูดถึงตัวของท่านเอง เพื่อจะบอกให้ประชาชนได้รู้ว่าตำแหน่งอิมามได้ถูกส่งมอบมายังท่าน และเพื่อประชาชนจะได้ไม่หลงทางและไม่หลงผิด

ท่านกล่าวว่า “ฉันเป็นบุตรของศาสดามุฮัมมัด(ศ.), อะลี(อ.) และฟาฏิมะฮ์(อ.) ฉันคือเปลวไฟจากตะเกียงแห่งศาสดาที่ถูกจุดไว้แล้ว มาจากครอบครัวที่อัลลอฮ์(ซ.บ.) ได้ทรงขจัดสิ่งสกปรก โสโครก และมลทิน ออกไป”

หลังจากนั้น อับดุลลอฮ์ อิบนฺ อับบา ได้ยืนขึ้นและกล่าวว่า “โอ้ประชาชนทั้งหลาย นี่คือบุตรของศาสดามุฮัมมัด(ศ.) และเป็นอิมามของพวกท่าน พึงระวังไว้ เขาคือผู้สืบทอดและตัวแทนที่ถูกต้องของท่านอะลี(อ.) ดังนั้น จงให้สัตยาบันและความจงรักภักดีแก่เขา”

ประชาชนได้ออกมาให้สัตยาบันแก่ท่านเป็นกลุ่มๆ อิมามฮะซัน(อ.) ได้กำหนดเงื่อนไขว่าพวกเขาจะต้องต่อสู้กับผู้ที่ทานต่อสู้ด้วย และเมื่อท่านเห็นว่าเหมาะสมที่จะสร้างสันติพวกเขาก็จะยอมรับ ทุกคนได้ตกลงรับเงื่อนไขนี้ และเห็นชอบยอมรับการเป็นอิมามของท่านด้วยความเต็มใจ

การคิดก่อกบฏของมุอาวียะฮ์

มุอาวียะฮ์ได้จัดตั้งรัฐบาลและอาณาจักรปกครองในซีเรีย เขาได้เล่นกลโกงด้วยวิธีการและช่องทางที่เจ้าเล่ห์แสนกลกับอิมามอะลี(อ.) มาหลายปี เขาได้สังหารมิตรสหายของอิมามอะลี(อ.) และได้ทำให้เกิดกลุ่มคอวาริจขึ้นมา เมื่อเขาได้ข่าวว่าหลังการเสียชีวิตของอิมามอะลี(อ.) ประชาชนได้ให้สัตยาบันกับอิมามฮะซัน(อ.) แล้ว เป็นสิ่งที่เขายอมรับได้ยากมาก เขาได้ส่งสายลับไปยังกูฟะฮ์และบัสเราะฮ์เพื่อสืบเรื่องราวมาบอกให้เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อเขาจะได้วางแผนและคิดแผนการว่าจะจัดการกับอิมามฮะซัน(อ.) อย่างไรดี ถ้าหากสถานการณ์เหมาะสมเขาอาจจะเริ่มการล้มล้างการปกครอง สร้างความวุ่นวายขึ้นมา

อิมามฮะซัน(อ.) ได้ออกคำสั่งให้จับตัวสายลับและประหารชีวิต แล้วท่านได้เขียนจดหมายถึงมุอาวียะฮ์ “โอ้มุอาวียะฮ์ เจ้าได้ส่งสายลับและยื่นมือเข้ามาเพื่อก่อการล้มล้างกระนั้นหรือ? ฉันเชื่อว่าเจ้าประสงค์ที่จะก่อสงครามและเจ้าชอบสงคราม ถ้าเช่นนั้น ฉันก็พร้อมสำหรับการนั้น และสงครามจะเริ่มขึ้น ขอให้รอ ‘อินชาอัลลอฮฺ’

มุอาวียะฮ์ ฉันประหลาดใจในตัวเจ้าที่เจ้าเสนอตัวเพื่อการงานหนึ่งซึ่งเจ้าไม่สมควรและไม่ควรค่าสำหรับการนั้น เจ้าไม่มีความสูงส่งใดๆ ในด้านศาสนา อีกทั้งเจ้าไม่ได้สร้างผลดีใดๆ ไว้เลย และไม่มีสิ่งน่าประทับใจจากเจ้าเพื่อเป็นอนุสรณ์และความทรงจำ บรรดามุสลิมได้ให้สัตยาบันแก่ฉันแล้ว มันจะเป็นประโยชน์และผลดีต่ออิสลามหากเจ้ายอมรับเรื่องนี้เช่นเดียวกับมุสลิมคนอื่นๆ ด้วย

โอ้มุอาวียะฮ์ จงอย่าเคลื่อนไหวเพื่อความเท็จและเรื่องเหลวไหลอีกเลย และจงให้สัตยาบันด้วยความซื่อสัตย์ต่อฉันเหมือนคนอื่นๆ และขอให้คำนึงถึงเลือดของมุสลิมว่าเป็นสิ่งมีค่าควรเคารพ หากเจ้าไม่ยอมรับคำแนะนำของฉัน และอยากจะสร้างความไม่สงบและความวุ่นวายเพื่อหลั่งเลือดของมุสลิม ฉันจะตอบโต้เจ้าพร้อมกับมุสลิมคนอื่นๆอย่างรวดเร็ว และจะดำเนินคดีกับเจ้า”

มุอาวียะฮ์ตอบจดหมายอิมามฮะซัน(อ.)

“ในวิธีเดียวกับอบูบักร์ ด้วยประสบการณ์และความชำนาญที่เขาได้ตำแหน่งคอลีฟะฮ์มาจากอะลี(อ.) ฉันมีความเหมาะสมกว่าเจ้า และมีประสบการณ์มากกว่าเจ้า และมันจะเป็นการดีกว่าที่เจ้าจะเป็นผู้ติดตามฉัน ดังนั้นเจ้าจะได้รับตำแหน่งคอลีฟะฮ์หลังจากฉัน และฉันจะให้เจ้าได้รับรายได้ทั้งหมดจากอิรัค”

มุอาวียะฮ์ไม่เพียงแต่ปฏิเสธและหันหลังให้กับการให้สันยาบัน เขายังได้ส่งสายลับมากูฟะฮ์เพื่อลอบสังหารอิมามฮะซัน(อ.) อีกด้วย แต่สายลับของเขาทำงานไม่สำเร็จ

เริ่มสงคราม

มุอาวียะฮ์ใช้เวลาไม่นาน ด้วยข้ออ้างที่จะนำความเป็นเอกภาพมาสู่อิสลาม เขาได้รวบรวมกองทัพและเคลื่อนพลมาเพื่อรบกับอิมามฮะซัน(อง) ในอิรักได้ เมื่ออิมามฮะซัน(อ.) ได้ข่าวว่ากองทัพของมุอาวียะฮ์เคลื่อนมาแล้ว ท่านได้เรียกประชาชนมาที่มัสญิด และได้ขึ้นกล่าวปราศรัยหลังจากสรรเสริญอัลลอฮ์(ซ.บ.) และสดุดีต่อศาสดามุอัมมัด(ศ.) แล้ว ท่านกล่าวว่า “มุอาวียะฮ์ได้เคลื่อนทัพมายังอิรักแล้ว ถึงเวลาของพวกท่านแล้วที่จะต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงครามเพื่อปกป้องเกียรติและศาสนาของพวกท่าน” แต่ประชาชนเหล่านั้นไม่ได้ตอบรับคำเรียกร้องของท่าน

อะดี อิบนฺ ฮาติม ได้ยืนขึ้นแล้วกล่าวต่อพวกเขาด้วยความเศร้าใจว่า “พวกท่านเป็นคนประเภทไหนกัน การนิ่งเงียบเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? ทำไมพวกท่านไม่ตอบรับอิมามฮะซัน(อ.) ผู้เป็นบุตรของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ.)? พวกท่านไม่เกรงกลัวการถูกลงโทษหรือ? จงเกรงกลัวความโกรธกริ้วจากอัลลอฮ์ และการลงโทษอันทรมาน และจงเชื่อฟังคำสั่งของอิมามฮะซัน(อ.) เถิด จงลุกขึ้นและหยิบจับอาวุธของพวกท่านไว้ในมือให้มั่นคง และจงปกป้องเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และศาสนาของพวกท่าน เพื่อที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.) และอิมาม(อ.) จะได้พึงพอใจกับพวกท่าน”

คำพูดนี้ได้ปลุกใจคนกลุ่มหนึ่ง และพวกเขาได้ประกาศความพร้อมที่จะเข้าร่วมในการต่อสู้ อิมามฮะซัน(อ.) จึงกล่าวว่า “ฉันจะล่วงหน้าไปนาคีลาก่อน และใครที่พร้อมและเต็มใจก็ให้ไปที่นั่น ถึงแม้ฉันจะรู้ว่าพวกท่านจะไม่รักษาสัญญา และมุอาวียะฮ์จะหลอกลวงพวกท่านได้ก็ตาม”

Source : www.tebyan.net