อิมามมูซา กาซิม(อ.) : บาบุล ฮะวาอิจ

164

อิมามมูซา บิน ญะอฺฟัร อัล-กาซิม(อ.) ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 7 ซอฟัร ฮ.ศ.128 ที่ “อับวา” จุดกึ่งกลางระหว่างเมืองมักกะฮ์และมะดีนะฮ์ เป็นสถานที่ที่ท่านหญิงอามีนะฮ์ มารดาของศาสดามุฮัมมัด(ศ.) เสียชีวิตและถูกฝังอยู่ที่นั่น

อิมามมูซา กาซิม(อ.) ได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่จากอิมามญะอฺฟัร ศอดิก(อ.) บิดาของท่าน และท่านได้เรียนรู้วิชาการจากบิดาของท่านทั้งในด้านศาสนา การพิจารณาตัดสินปัญหาทางศาสนา, ปรัชญา และการเทศนาประชาชน ท่านได้รับการสืบทอดทั้งความรู้ แบบอย่าง และศีลธรรมคำสอนมาจากบิดาของท่าน ระหว่างที่บิดาของท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านมีความสนใจในการแสวงหาความรู้ และภายหลังจากบิดาของท่านเสียชีวิต ท่านจึงได้แบกรับภาระหน้าที่ในการเป็นผู้นำประชาชาติต่อไป

ฉายานามที่บ่งบอกบุคลิกลักษณะอันโดดเด่นของอิมามมูซา กาซิม(อ.)

อิมามมูซา กาซิม(อ.) ได้รับฉายานามจากบุคลิกลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์และดีเลิศของท่าน เช่น “อับดฺ ซอลิฮ์” (บ่าวผู้ประเสริฐ) เนื่องจากลักษณะท่าทางและแบบอย่างอันสมบูรณ์แบบของท่าน, “ซัยนุล มุจตะฮิดีน” (เครื่องประดับของคนงาน) เนื่องจากท่านนมาซและดุอาอฺอย่างยาวนาน, “อัล-กาซิม” (ผู้ยับยั้งความโกรธของตน) เนื่องจากความอดทน ทนทาน และความกล้าหาญต่อความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ท่านระงับยับยั้งจากความเจ็บปวดและความโกรธ และมีเมตตาต่อผู้ที่ปองร้ายต่อท่าน, “บาบุล-ฮะวาอิจ” (ประตูแห่งการเติมเต็มความต้องการของประชาชน) เนื่องจากท่านเป็นผู้ตอบสนองความต้องการและความจำเป็นต่างๆ ของประชาชน เมื่อผู้ใดต้องการอ้อนวอนขอสิ่งใดจากอัลลอฮ์ จะเอ่ยอ้างนามของท่าน(ให้ช่วยขอ)

บุคลิกลักษณะของอิมามมูซา กาซิม(อ.)

เบื้องหลังความประเสริฐของบรรดาอิมามแห่งอะฮ์ลุลบัยต์(อ.) และความสมบูรณ์แบบของพวกท่าน ซึ่งทำให้พวกท่านแตกต่างไปจากคนอื่นๆ คือความรู้อันสูงส่งของพวกท่าน และการอุทิศตนอย่างสิโรราบต่ออัลลอฮ์พระผู้เป็นเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้น พวกท่านคือตัวแทนของความโปรดปราน ความสมบูรณ์ และความสะอาดบริสุทธิ์ สิ่งเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในการปฏิบัติตัว กิริยาท่าทาง และการกระทำของพวกท่าน

มีรายงานกล่าวไว้ว่า อิมามมูซา กาซิม(อ.) เป็นหนึ่งในนักท่องจำคัมภีร์อัล-กุรอานที่ดีเลิศที่สุด ท่านมีน้ำเสียงอันไพเราะเมื่ออ่านคัมภีร์อัล-กุรอาน ผู้ที่ได้ยินน้ำเสียงของท่านขณะอ่านอัล-กุรอานจะมีความอ่อนไหวจนถึงขนาดต้องหลั่งน้ำตาออกมาเพียงแค่ได้ฟังเสียงของท่าน

ความเพียรพยายามของท่านเพื่อแสวงหาความใกล้ชิดและความพึงพอพระทัยจากอัลลอฮ์ ทำให้ท่านเดินทางไปเยือนบัยตุลลอฮ์ที่มักกะฮ์ด้วยเท้า มีรายงานว่าท่านเคยเดินทางด้วยเท้าไปมักกะฮ์พร้อมกับท่านอะลี บิน ญะอฺฟัร พี่ชายของท่านสี่ครั้ง ครั้งแรกท่านใช้เวลาเดินทาง 26 วัน, ครั้งที่สอง 25 วัน, ครั้งที่สาม 24 วัน และครั้งที่สี่ 21 วัน

มีรายงานว่า ขณะที่ท่านเข้าเฝ้าอัลลอฮ์(ซ.บ.) ในการทำนมาซ น้ำตาจะไหลลงอาบแก้มของท่าน ท่านหมั่นเพียรในการขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์ และขอบคุณพระองค์สำหรับความโปรดปรานที่ท่านได้รับ

ฮิชาม บิน อะฮ์มัร รายงานว่า “ฉันเคยร่วมเดินทางกับอะบุล-ฮะซัน(อิมามมูซา กาซิม) บนถนนสายหนึ่งในมะดีนะฮ์ เมื่อท่านลงจากหลัง(อูฐหรือม้า) ท่านได้สุญูดและนิ่งอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานาน หลังจากนั้น ท่านได้ลุกขึ้นและกลับขึ้นนั่ง(บนหลังอูฐหรือม้า) ฉันกล่าวว่า ‘ชีวิตฉันขอพลีแด่ท่าน ทำไมท่านจึงสุญูดอย่างยาวนานเช่นนั้น?’ ท่านตอบว่า ‘ฉันนึกถึงความโปรดปรานที่อัลลอฮ์ทรงประทานแก่ฉัน ฉันจึงอยากที่จะขอบคุณพระองค์สำหรับเรื่องนั้น’ “

เชคมุฟีด กล่าวว่า “ท่านเคยร่ำไห้เพราะเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์จนกระทั่งเคราเปียกชุ่ม ท่านมีความโดดเด่นในการดูแลเอาใจใส่ต่อครอบครัวและเครือญาติของท่าน ผู้ซึ่งท่านจะไปเยี่ยมเยือนและช่วยเหลือเมื่อพวกเขาต้องการท่าน ในกลางดึกของค่ำคืน ท่านจะไปเยี่ยมบ้านของคนยากจนในมะดีนะฮ์ โดยจะนำตะกร้าใส่เหรียญทองดินารฺ และเหรียญเงินดิรฮัม, แป้ง และอินทผลัมไปให้พวกเขาด้วย ท่านจะนำไปมอบให้แก่พวกเขาเหล่านั้นโดยไม่บอกให้พวกเขารู้ว่าท่านเป็นใคร หรือใครคือผู้บริจาคสิ่งของเหล่านั้น”

เมื่อฮารูน กาหลิบแห่งวงศ์อับบาสิดได้นำอิมามมูซา กาซิม(อ.) มาจองจำไว้ในคุก ทหารคนหนึ่งที่คอยจับตามองท่านอยู่ตลอดเวลารายงานว่า เขาเคยได้ยินอิมามมูซา กาซิม(อ.) กล่าวว่า “โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน พระองค์ทรงรู้ว่าฉันขอให้พระองค์ให้เวลากับฉันเพื่อฉันจะได้อุทิศตนต่อการรับใช้พระองค์ และพระองค์ได้ทรงให้ฉันแล้ว มวลการสรรเสริญเป็นของพระองค์”

Source : www.tebyan.net