หน้าแรก อะฮ์ลุลบัยต์ ซากีนะฮ์(อ.) แก้วตาดวงใจของอิมามฮุเซน(อ.) ตอนที่ 2

ซากีนะฮ์(อ.) แก้วตาดวงใจของอิมามฮุเซน(อ.) ตอนที่ 2

647

ตลอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กัรบะลาและสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น มันได้ส่งผลกระทบต่อทุกตัวบุคคล ทุกเพศ และทุกช่วงวัยที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่ว่าเขาจะเป็นทารกไร้เดียงสาอย่างอะลีอัสกัร(อ.) ซึ่งเป็นทารกในวัยเพียง 6 เดือนก็ต้องถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด หรือจะเป็นหนุ่มน้อยรุ่นกระทงอย่างท่านอูนและมุฮัมมัด(ศ.) บุตรชายของท่านหญิงซัยนับ(อ.) ที่ได้สละชีวิตไป ไม่มีใครที่รอดพ้นจากความเศร้าโศกเสียใจ บาดแผลและความเจ็บปวดจากวันอาชูรอ วันที่ 10 มุฮัรรอม

และตัวอย่างจากผลกระทบในเรื่องนั้นที่ดีที่สุดก็คือเหตุการณ์ในวันที่ 10 ซอฟัร หนึ่งเดือนหลังจากวันอาชูรอ ซึ่งเป็นวันที่ท่านหญิงซากีนะฮ์(อ.) บุตรสาวตัวน้อยของอิมามฮุเซน(อ.) ได้จากโลกดุนยานี้ไปสู่ที่พำนักสุดท้ายของท่าน เด็กน้อยผู้นี้ได้ถูกตั้งชื่อ หรือเรียกขานว่า “ซากีนะฮ์” ก็เนื่องจากท่านจะเป็นผู้นำความสงบร่มเย็นมาสู่หัวใจของผู้เป็นบิดาของท่านทุกครั้งมองมายังท่าน ในภาษาอาหรับ คำว่า “ซากีนะฮ์” แปลว่า “ความสงบราบรื่น” และ “สันติสุข”

ภายหลังเหตุการณ์วันอาชูรอ ท่านหญิงตัวน้อยผู้นี้ได้ถูกจับเป็นเชลยพร้อมกับบรรดาเด็กๆ และสตรีคนอื่นๆ ท่านและคนอื่นๆถูกจองจำอยู่ในคุกสกปรกของพระราชวังของยะสีดที่ดามัสกัส ประเทศซีเรียปัจจุบัน

ในระหว่างที่อยู่ในคุกนี้เอง คืนหนึ่งท่านหญิงซากีนะฮ์ได้ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วหวีดร้องโหยหวน ร่ำไห้ให้แก่บิดาของท่าน เมื่อบรรดาผู้หญิงแห่งอะฮ์ลุลบัยต์(อ.) ที่อยู่ร่วมกับท่านได้รู้ว่าท่านร้องไห้ทำไม ต่างก็พากันร้องไห้คร่ำครวญตามไปด้วย เสียงร้องไห้ของพวกท่านเหล่านั้นดังมากจนยะสีดต้องตกใจตื่น

เมื่อยะสีดรู้ว่าเกิดอะไร และรู้ว่าเสียงเอะอะน่ารำคาญนั้นมาจากสมาชิกจากอะฮ์ลุลบัยต์(อ.) ยะสีดจึงสั่งให้บริวารของเขาไปนำศีรษะของอิมามฮุเซน(อ.) วางบนถาดเงิน คลุมด้วยผ้า แล้วนำไปส่งให้ท่านหญิงซากีนะฮ์(อ.)

นักประวัติศาสตร์รายงานว่า เมื่อบริวารคนนั้นเปิดประตูคุกเข้ามาพร้อมด้วยถาดคลุมผ้า ท่านหญิงซากีนะฮ์(อ.) และสตรีคนอื่นๆ คิดว่าในถาดนั้นคืออาหารที่นำมาให้แก่พวกท่าน ถาดใบนั้นถูกนำมาวางลงตรงหน้าของท่านหญิงซากีนะฮ์(อ.) ให้ท่านเปิดผ้าออก ไม่ว่าท่านจะตกตะลึงและตื่นตกใจจนแทบจะสิ้นสติมากเพียงใด แต่เมื่อเปิดผ้าออก ท่านก็จ้องมองศีรษะบิดาของท่านที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดนั้นอย่างเขม็ง

ดวงตาของท่านหญิงซากีนะฮ์(อ.) เบิกค้างอยู่เช่นนั้น แม้จะล้มลงนอนบนพื้นอันเย็นยะเยือกของห้องขัง เป็นเวลานานแสนนานที่ท่านหญิงจ้องมองในความมืด จนเมื่อถึงเวลาเช้าของวันที่ 10 ซอฟัร มารดาของท่านหญิงได้เรียกให้ท่านลุกขึ้นนมาซ แต่ท่านหญิงซากีนะฮ์(อ.) กลับนอนนิ่งไม่ไหวติงและดวงตาเบิกกว้าง อิมามซัยนุลอาบิดีน(อ.) ได้เข้ามาดู วางมือของท่านบนหน้าผากของท่านหญิง มันเย็นเฉียบ ท่านจึงเลื่อนมือมาที่ปากและจมูกของท่านหญิงจึงแน่ใจว่า ซากีนะฮ์(อ.) น้องสาวของท่านนั้นได้หมดลมหายใจไปเสียแล้ว อิมามซัยนุลอาบิดีน(อ.) กล่าวพลางสะอื้นว่า “อินนาลิลลาฮ์ วะอินนา อิลัยฮิ รอญิอูน”

Source : www.ezsoftech.com