หน้าแรก อะฮ์ลุลบัยต์ ทำไมอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ) จึงไม่ลุกขึ้นสู้? ตอนที่ 2

ทำไมอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ) จึงไม่ลุกขึ้นสู้? ตอนที่ 2

163

เจ้าเมืองนครมะดีนะฮ์ได้ส่งบรรดาผู้อาวุโสของนครมะดีนะฮ์กลุ่มหนึ่งไปยังเมืองชามในฐานะตัวแทนของประชาชนชาวนครมะดีนะฮ์ไปทันที เพื่อที่จะให้พวกเขาได้เห็นยะซีด ผู้ปกครองอาณาจักรอิสลามในวันนั้นอย่างใกล้ชิด และจะได้สัมผัสกับความเมตตาของยะซีด เพื่อที่ว่าเมื่อพวกเขากลับมายังนครมะดีนะฮ์ พวกเขาจะได้ส่งเสริมให้ประชาชานในนครมะดีนะฮ์ให้เชื่อฟังการปกครองของยะซีดต่อไป

แต่ทว่าสิ่งที่อุษมานคาดไว้ไม่เป็นเช่นนั้น ยะซีดไม่ได้สนใจบุคคลกลุ่มนั้น และไม่หยุดการดื่มสุรา เล่นกับสุนัข จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ที่มีแต่เสียงดนตรี เสียงเพลง และความสกปรกอื่นๆ ที่เขาได้เลี้ยงต้อนรับแขกที่มาในวังของเขาอย่างอลังการ และได้มอบเสื้อผ้าอาภรณ์อย่างมากมายในราคาห้าหมื่นดีนาร และหนึ่งแสนดีนาร

บรรดาผู้อาวุโสเหล่านั้นเมื่อกลับถึงนครมะดีนะฮ์ เขาได้ประกาศความชั่ว ความน่าอัปยศของยะซีด ต่อหน้าสาธารณชนในนครมะดีนะฮ์ และต่อมาประชาชนในนครมะดีนะฮ์ได้ประกาศให้สัตยาบันต่อ อับดุลลอฮ์ บุตรของฮันซอละฮ์ พวกเขาได้ขับไล่เจ้าเมืองนครมะดีนะฮ์และวงศ์วานของอุมัยยะฮ์ออกไปจากนครมะดีนะฮ์

เมื่อข่าวนี้ล่วงรู้ถึงยะซีด เขาได้ส่ง มุสลิม อิบนิ อุกบะฮ์ ซึ่งเป็นหนึ่งจากบรรดาผู้จงรักภักดีของบนีอุมัยยะฮ์ไปยังนครมะดีนะฮ์ทันที พร้อมกับกองกำลังทหารจำนวนมากเพื่อปราบปรามการลุกฮือต่อต้านของประชาชนในนครมะดีนะฮ์ และสั่งให้สังหารทุกคนที่ต่อต้าน และยึดทรัพย์สินมาให้หมด

ต่อมากองทัพจากเมืองชามได้จู่โจมนครมะดีนะฮ์ และได้เกิดสงครามนองเลือดกันระหว่างสองกลุ่ม ในที่สุดพวกกลุ่มต่อต้านก็ได้พ่ายแพ้ และหัวหน้ากลุ่มต่อต้านถูกสังหาร มุสลิม อิบนิ อุกบะฮ์ ได้สั่งให้สังหารผู้ต่อต้านทั้งหมดและยึดทรัพย์สินทุกอย่างภายในเวลาสามวัน

ภายหลังจาการสังหารผู้ต่อต้าน ยึดทรัพย์สิน รวมถึงการล่วงละเมิดต่อสตรีของบรรดามุสลิมแล้ว แม่ทัพของยะซีดยังได้บังคับให้ประชาชานให้สัตยาบันกับยะซีดในฐานะข้าทาสอีกด้วย

เมื่อได้รับรู้ถึงเหตุผลของการลุกขึ้นต่อต้านของชาวนครมะดีนะฮ์แล้ว ดังนั้นเรามาพิจารณาถึงเหตุที่ท่านอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ) ไม่ให้ความร่วมมือกับกลุ่มผู้ต่อต้าน ซึ่งเหตุผลการไม่ให้ความร่วมมือกับผู้ต่อต้านยะซีด ของท่านอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ) ในวันนั้นสามารถที่จะสรุปได้ดังนี้

เหตุผลแรก เมื่อพิจารณาถึงสภาพการณ์ และไตร่ตรองถึงความตึงเครียดอย่างรุนแรง ที่เกิดขึ้นหลังจากการเป็นชะฮีดของท่านอิมามฮูเซน (อ) ท่านอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ) ได้ล่วงรู้แล้วว่าขบวนการต่อต้านของชาวมะดีนะฮ์ในครั้งนี้ต้องประสบกับความพ่ายแพ้

และท่านก็ล่วงรู้ว่าการเข้าร่วม และให้ความร่วมมือกับกลุ่มผู้ต่อต้านชาวมะดีนะฮ์ ไม่เพียงแต่จะไม่ได้รับชัยชนะเท่านั้น มิหนำซ้ำทั้งตัวท่านอิมาม (อ) และบรรดาสาวกของท่านอิมาม (อ) ยังจะต้องถูกสังหารไปด้วย และจะทำให้กองกำลังของชีอะฮ์ที่หลงเหลืออยู่จะถูกขจัดจนหมดสิ้น

เหตุผลที่สอง ขบวนการต่อต้านดังกล่าว ซึ่งมีอับดุลลอฮ์ อิบนิ ฮันซอละฮ์ เป็นผู้นำ การได้รับเลือกนั้นชาวมะดีนะฮ์ไม่ได้ขอความคิดเห็นจากท่านอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ) แต่อย่างใด ถึงแม้ว่าผู้นำขบวนการจะเป็นบุคคลที่ทำความดี และการต่อต้านของพวกเขา คือการต่อต้านยะซีด ผู้ปกครองที่ชั่วร้ายก็ตาม

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า การต่อต้านของพวกเขา คือการต่อต้านที่มีอุดมการณ์ของพระผู้เป็นเจ้า บางทีอาจจะเป็นการต่อต้านเพื่อมุ่งผลทางโลกดุนยาก็เป็นได้ ที่สำคัญการเคลื่อนไหวดังกล่าวมิใช่การเคลื่อนไหวของชีอะฮ์ที่แท้จริง ซึ่งหากว่าได้รับชัยชนะ ก็ไม่ได้หมายความว่า ชีอะฮ์จะได้ผลประโยชน์ด้วยหรือไม่

ด้วยเหตุผลสองประการหลักข้างต้น ทำให้อิมามซัยนุลอาบิดีน (อ) ไม่ได้เข้าร่วมในการต่อสู้กับชาวมะดีนะฮ์ในวันนั้น