นายแห่งชุฮะดา : อิมามฮุเซน(อ.) นายแห่งชุฮะดา : อิมามฮุเซน(อ.)

167

นายแห่งชุฮะดา : อิมามฮุเซน(อ.)

หลังจากอิมามฮุเซน(อ.) ได้เป็นพยานในการเสียสละพลีชีวิตเพื่อรักษาอิสลามของบุคคลทั้งที่เป็นมิตรสหาย สาวก และลูกหลานคนในครอบครัวของท่านในวันแห่งการนองเลือดบนแผ่นดินกัรบะลา เมื่อวันที่ 10 มุฮัรรอม ปี ฮ.ศ.61 แล้ว บัดนี้ท่านเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ท่ามกลางเด็กๆ และสตรี และอิมามซัยนุลอาบิดีน(อ.) บุตรชายซึ่งกำลังนอนป่วยไม่ได้สติอยู่ในการดูแลของท่านหญิงซัยนับ(อ.)

ท่านได้เข้าหาอิมามซัยนุลอาบิดีน(อ.) เพื่อที่จะสั่งเสีย ส่งมอบตำแหน่ง “อิมามัต” ให้แก่บุตรชายของท่าน เป็นพระประสงค์ของอัลลอฮ์(ซ.บ.) ที่เวลานั้น อิมามซัยนุลอาบิดีน(อ.) ล้มป่วยจนไม่รู้สึกตัว มิฉะนั้นท่านก็จะต้องเป็นคนหนึ่งที่ออกสู่สมรภูมิก่อนอิมามฮุเซน(อ.) แน่นอน

เมื่ออิมามซัยนุลอาบิดีน(อ.) รู้สึกตัวและรับรู้ว่าอิมามฮุเซน(อ.) กำลังจะออกไปต่อสู้กับศัตรู ท่านถามถึงสาวกคนอื่นๆ ของท่าน โดยเรียกขานชื่อพวกเขาทีละคนๆ และอิมามฮุเซน(อ.) ก็จะตอบว่าพวกเขาได้พลีชีวิตไปหมดแล้ว อิมามซัยนุลอาบิดีน(อ.) ก็ได้ถามถึงคนอื่นๆ ในครอบครัว ตั้งแต่ท่านอับบาส ท่านอะลีอักบัร และแม้แต่ท่านกอซิม เมื่อรู้ว่าทุกคนเป็นชะฮีดกันไปหมดแล้ว ท่านพยายามฝืนลุกขึ้นเพื่อจะออกไปสู้กับพวกนั้นเพื่อปกป้องบิดาของท่าน แต่อิมามฮุเซน(อ.) ได้ห้ามไว้ และสั่งเสียส่งมอบตำแหน่งอิมามให้แก่ท่าน

อิมามฮุเซน(อ.) ได้อำลากับท่านหญิงซัยนับ น้องสาวของท่าน และท่านหญิงซะกีนะฮ์ บุตรสาวสุดที่รักของท่านที่มีอายุเพียง 6 ขวบ แม้เมื่อท่านจะควบม้า “ซุลญะนา” ออกสู่สนามรบ ท่านหญิงซะกีนะฮ์ยังกอดรั้งขาของม้าผู้ซื่อสัตย์เอาไว้ เพียงเพื่อจะขอให้บิดามากอดอำลาท่านอีกสักครั้ง เพราะรู้แล้วว่าท่านออกไปแล้วจะไม่กลับมาอีกเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้

เมื่ออิมามฮุเซน(อ.) ออกสู่สนามรบเพื่อทำการสละพลีอันยิ่งใหญ่ ท่านได้สวมใส่เสื้อผ้าและผ้าโพกศีรษะของท่านศาสดา(ศ.) ท่านได้กล่าวเทศนาต่อศัตรูของท่าน ได้เตือนถึงความรักความยำเกรงต่ออัลลอฮ์(ซ.บ.) การเชื่อฟังท่านศาสดา(ศ.) และการห้ามปรามจากความชั่วร้าย และสุดท้าย ท่านได้ถามคนเหล่านั้นว่า

“พวกเจ้าจะฆ่าฉันทำไม? ฉันเคยทำบาปหรือทำความชั่วร้ายอะไรหรือ? ฉันเคยสังหารใคร และเคยแทรกแซงกิจการงานของใครหรือ?”

เมื่อทุกคนยืนนิ่งเงียบ ไม่มีใครมีคำตอบ ท่านจึงถามต่อไปว่า “แล้วทำไมพวกเจ้าจึงจะฆ่าฉัน พวกท่านจะตอบคำถามต่ออัลลอฮ์และท่านศาสดาอย่างไรในวันแห่งการพิพากษา?”

อุมัร บิน สะอัด กลัวว่าทหารของตนจะใจอ่อนหรือกลับใจจึงตะโกนสั่งให้ยิงธนูใส่อิมามฮุเซน(อ.) ซึ่งท่านต่อสู้อย่างสุดกำลัง ท่านกล่าวว่า

“หากพวกเจ้ายังมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับฉัน ฉันก็พร้อมแล้ว จงดูว่าหลานชายของท่านศาสดาต่อสู้อย่างไร จงดูว่าบุตรของอะลีและฟาฏิมะฮ์ต่อสู้อย่างไร แม้จะหิวและกระหายมาตลอดสามวัน แต่ฉันก็ไม่กลัวตาย สำหรับฉัน ความตายดีกว่าการยอมแพ้”

เมื่อพวกศัตรูเห็นอิมามฮุเซน(อ.) มุ่งเข้ามาหาพวกเขา พวกเขาคิดไปชั่วขณะว่าอิมามอะลี(อ.) ได้ลงมาจากฟากฟ้าเพื่อแก้แค้นพวกเขา หลายคนจึงพากันวิ่งหนี เมื่ออุมัร บิน สะอัด เห็นความกลัวบนใบหน้าของคนพวกนั้น เขาจึงส่งทหารที่กล้าหาญที่สุดไปต่อสู้กับอิมามฮุเซน(อ.)

ไม่มีใครสักคนที่จะต้านทานอิมามฮุเซน(อ.) ได้ แม้ทหารทั้งหมดจะเข้าล้อมท่านจากทุกทิศทาง แต่ท่านก็ยังสามารถเอาชนะพวกเขาได้ทั้งหมด

อุมัร บิน สะอัด ถอยกลับหลัง จับตามองการต่อสู้ของอิมามฮุเซน(อ.) ที่สู้อย่างกล้าหาญ และแม้จะได้รับบาดเจ็บจากธนูและดาบจนเลือดอาบร่าง แต่ท่านก็ยังไม่มีทีท่าอ่อนแรงลงแม้แต่น้อย

จนตะวันคล้อยเข้าเวลานมาซอัศรฺ บัดนี้เลือดได้ไหลจากบาดแผลของท่านตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ธนูหลายดอกปักบนเรือนร่างบริสุทธิ์ของท่าน ท่านนั่งตระหง่านอยู่บน “ซุลญะนา” เงยหน้ามองฟ้าราวกับจะขอการตอบรับการพลีของท่าน แม้ในเสี้ยวสุดท้ายของชีวิตท่าน ท่านก็ไม่ต้องการละเลยการทำนมาซแม้แต่เวลาเดียว ท่านเก็บดาบเพื่อเตรียมตัวทำนมาซ

ด้วยบาดแผลที่สาหัส ด้วยความอ่อนระโหยจากการเสียเลือด และด้วยความร้อนระอุขอทรายยามบ่ายคล้อย ท่านทรุดลงสุญูดในสภาพแนบซบ เมื่ออุมัร บิน สะอัด เห็นเช่นนั้น จึงสั่งทหารของเขาให้โจมตีท่านอย่างหนัก บางคนขว้างท่านด้วยก้อนหิน บางคนฟันท่านด้วยดาบ และบางคนยิงท่านด้วยธนู ท่านบาดเจ็บสาหัส เลือดไหลตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เป็นเลือดอันบริสุทธิ์ของท่านศาสดา(ศ.)

เมื่ออุมัร บิน สะอัด สั่งให้ทหารเข้าไปตัดศีรษะของอิมามฮุเซน(อ.) นายทหารผู้กล้าหลายคนที่จะเข้าไปตัดศีรษะของท่านต้องหันหลังกลับออกมา เมื่อเห็นริมฝีปากของท่านขยับและได้ยินเสียงแผ่วๆ ของท่านว่า “โอ้อัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก โปรดรับการพลีด้วยความอ่อนน้อมของฮุเซน” ไม่มีใครกล้าตัดศีรษะของท่าน แม้จะมีการเสนอรางวัลเป็นทองหลายพันเหรียญ ยกเว้น ชิมรฺ คนชั่วที่สุดในหมู่คนชั่วที่มีหัวใจแข็งปานหินผาและโหดเหี้ยมกว่าสัตว์

ทันใดนั้น เด็กๆ และผู้หญิงในกระโจมที่พักของอิมามฮุเซน(อ.) ก็ได้ยินเสียงร้องของ “ซุลญะนา” พวกเขารีบไปที่ทางเข้ากระโจมเพราะคิดว่าอิมามฮุเซน(อ.) กลับมาแล้ว แต่พวกเขากลับพบซุลญะนากลับมาโดยปราศจากผู้ควบขี่บนหลังของมัน เมื่อนั้นเองที่เด็กๆ และผู้หญิงต่างพากันร้องไห้ระงมและคร่ำครวญว่า “วอ ฮุซัยนา… วอ ฮุซัยนา”….

Source : www.ezsoftech.com