ชะฮาดัตอิมามมุฮัมมัด ญะวาด (อ)

172

ท่าน อิมามริฎอ (อ) กล่าวว่า “ยังไม่มีทารกน้อยคนใดที่ถือกำเนิดขึ้น และมีความจำเริญมากมายสำหรับชีอะฮ์ของเรา เท่ากับการถือกำเนิดของทารกคนนี้”

อิมามมุฮัมมัด ญะวาด (อ) หรืออะบูญะอ์ฟัร , ตะกีย์ , กอเนียะอ์ , มุรตะฎอ , นะญีบ, และอาลิม คือสมญานามของท่านอิมามทั้งสิ้น บิดาของท่านคืออิมามริฎอ (อ) เป็นอิมามท่านที่แปดจากวงศ์วานอะฮ์ลุลบัยต์ (อ) มารดาของท่านชื่อว่า สุไบกะฮ์ ซึ่งมาจากครอบครัวของท่านมะรียะฮ์ กิบตียะฮ์ หนึ่งจากภรรยาของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) และท่านอิมามริฎอ (อ) ได้กล่าวยกย่องมารดาของท่านอิมามญะวาด (อ) ไว้ว่า นางคือสตรีที่สะอาดปราศจากมลทิน และมีความประเสริฐยิ่ง

ท่านอิมามญะวาด (อ) ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 19 เดือนรอมฎอนอันทรงเกียรติ แต่บางรายงานบันทึกว่าท่านถือกำเนิดในเดือนรอญับ ฮิจญเราะฮ์ศักราชที่ 195 ในนครมะดีนะฮ์

ท่านอิมามญะวาด (อ) ได้รับชะฮีด (เสียชีวิตในหนทางของพระองค์) โดยการลอบวางยาพิษโดย “อุมมุลฟัฎล์” ภรรยาของท่าน ซึ่งเป็นบุตรสาวของ “มะอ์มูน” เมื่อวันที่ 30 เดือนซิลเกาะอ์ดะฮ์ ปีฮิจญเราะฮ์ศักราชที่ 220 ในวัยเพียง 25 ปี 3 เดือนกับอีก 12 วัน ร่างอันไร้วิญญาณของท่านอิมามถูกฝัง ณ เมืองกาซิมัยน์ ประเทศอิรักในปัจจุบันนื้ ผู้อยู่เบื้องหลังการทำชะฮาดัตคือ “มุอ์ตะศิม” ผู้ปกครองแห่งราชวงศ์อับบาสีย์ในยุคนั้น

อิมามริฎอ (อ) บิดาของท่านอิมามญะวาด (อ) ได้มีวจนะต่อการได้รับชะฮีด (ถูกสังหารในหนทางของพระองค์) เมื่อท่านอิมามญะวาด (อ) ได้ถือกำเนิดว่า “บุตรชายของฉันจะถูกทำชะฮาดัตอย่างไร้ความเป็นธรรม บรรดาชาวฟากฟ้าจะร้องให้แก่เขา และพระองค์อัลลอฮ์ทรงพิโรธต่อศัตรูของเขา และผู้ที่มีส่วนร่วมในการกดขี่เขา และในไม่ช้าพวกเขาเหล่านั้นก็จะได้รับการลงโทษทัณฑ์อย่างสาสมจากพระองค์”

ผู้อยู่เบื้องหลัง การวางแผนสังหารท่านอิมามญะวาด (อ) คือมุอ์ตะศิม ผู้ปกครองผู้กดขี่ข่มเหงแห่งราชวงศ์อับบาสีย์ บุตรของฮารูน อัรรอชีด น้องชายของมะอ์มูน และเป็นน้าชายของอุมมุลฟัฎล์ ภรรยาของอิมามญะวาด (อ) ซึ่งเป็นผู้ลงมือวางยาพิษท่านอิมามญะวาด (อ)

ทั้งมุอ์ตะศิม และอุมมุลฟัฎล์ ได้ร่วมมือกันวางแผนสังหารท่านอิมามญะวาด (อ) เนื่องจากว่ามุอ์ตะศิมทราบดีว่า อุมมุลฟัฎล์นั้นไม่พอใจท่านอิมามญะวาด (อ) อย่างรุนแรง เนื่องจากว่านางมีความอิจฉาริษยาเมื่อเห็นอิมามญะวาด (อ) รักใคร่และเอ็นดูภรรยาอีกคนของท่าน (มารดาของอิมามฮาดีย์ (อ) ในรายงานที่บันทึกเอาไว้ในเรื่องนี้บางตอนบันทึกว่า อุมมุลฟัฎล์ไม่มีบุตรกับท่านอิมามญะวาด (อ) แม้แต่คนเดียว และการแต่งงานของท่านอิมามญะวาด (อ) กับนางนั้น เป็นเกมการเมืองที่มะอ์มูนได้หยิบยื่นให้กับท่านอิมามญะวาด (อ) เองก่อนหน้านี้

และเมื่อมุอ์ตะศิม ได้ยื่นข้อเสนอแก่นางต่อการลอบวางยาพิษแก่ท่านอิมามญะวาด (อ) นางจึงรับหน้าที่ปฏิบัติภารกิจในทันที นางได้ใส่ยาพิษลงในผลองุ่นและนำไปให้ท่านอิมามญะวาด (อ) รับประทาน เมื่อท่านอิมาม (อ) รับประทานผลองุ่นที่มียาพิษแล้ว อุมมุลฟัฎล์รู้สึกเสียใจและสำนึกผิดในเวลาต่อมาทันที นางได้เริ่มร้องให้เสียใจ ท่านอิมามญะวาด (อ) ได้ถามแก่นางว่า “เจ้าจะร้องให้ทำไมหรือ? ขอสาบานต่อพระองค์อัลลอฮ์ พระองค์จะทรงสร้างความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแก่เจ้าบริเวณท้องน้อยของเจ้า ซึ่งเจ้าจะไม่สามารถรักษามันได้ และเจ้าจะพบกับความทุกข์ทรมานซึ่งจะไม่มีแม้สิ่งใดมาชดเชยแก่เจ้าได้เลย”

ตามรายงานบันทึก ว่าด้วยการสาปแช่งดังกล่าวของท่านอิมามญะวาด (อ) ทำให้อุมมุลฟัฎล์ ล้มป่วยเป็นโรคที่เลวร้ายที่สุดบนร่างกายของนาง นางได้รับความทุกข์ทรมานอย่างมากมาย ทรัพย์สินจำนวนมากได้ถูกนำมาใช้จ่ายในการรักษา จนต้องหยิบยืมเป็นหนี้เป็นสินจากผู้อื่น และเสียชีวิตในเวลาต่อมาไม่นาน

การเป็นชะฮีด (เสียชีวิตในหนทางของพระเจ้า) ของท่านอิมามญะวาด (อ) ตามรายงานบันทึกว่า คือวันสุดท้ายของเดือนซิลเกาะอ์ดะฮ์ ปีฮิจญเราะฮ์ศักราชที่ 220 ซึ่งท่านอิมามญะวาด (อ) มีอายุได้ 25 ปี 3 เดือนกับอีก12 วันเท่านั้น ร่างอันไร้วิญญาณของท่านอิมามญะวาด (อ) ถูกฝังลงในสุสานกุเรช ซึ่งอยู่ด้านหลังหลุมฝังศพของท่านตาของท่าน (อิมามมูซากาซิม (อ) ในเมืองกาซิมัยน์ ประเทศอิรักในปัจจุบัน

อิมาญะวาด (อ) ได้กล่าววจนะหนึ่งในช่วงลมหายใจสุดท้ายของท่านในคืนนั้นว่า “ฉันจะหวนกลับคืนสู่พระองค์อัลลอฮ์ในค่ำคืนนี้ เราคือบรราดอิมาม (ผู้นำประชาชาติ) ผู้ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าไม่เคยประสงค์โลกดุนยาแก่เราเลยแม้แต่นิดเดียว และเราทั้งหมดจะหวนกลับคืนสูพระองค์”