หน้าแรก ศาสดา ประสูติ “จิตวิญญาณแห่งพระเจ้า”

ประสูติ “จิตวิญญาณแห่งพระเจ้า”

493

ท่านหญิงมัรยัม (พระนางแมรี่) ผู้เป็นหญิงพรหมจรรย์ได้ให้กำเนิดศาสดาอีซา (อ) หรือพระเยซู ที่ต้นอินทผลัมต้นหนึ่ง ดังที่ได้ถูกกล่าวถึงไว้ในคัมภีร์อัล-กุรอาน โองการจากคัมภีร์อัล-กุรอานได้กล่าวถึงการประสูติจากมารดาผู้เป็นหญิง พรหมจรรย์ของศาสดาอีซา (อ) หลายครั้ง โดยระบุว่า ท่านหญิงมัรยัมอยู่ท่ามกลางทะเลทรายในบัยต์ ลาฮัม (เบธเลเฮม)

และ เมื่อท่านหญิงเกิด เจ็บท้องใกล้คลอด ท่านอยู่ใกล้กับต้นอินทผลัมต้นหนึ่ง มีเสียงบอกให้ท่านหญิงเขย่าลำต้นของต้นไม้นั้นเพื่อให้ผลอินทผลัมร่วงลงมา ให้ท่านได้รับประทานและมีเรี่ยวแรงกำลัง

ท่านหญิง มัรยัม (อ) ร้องด้วยความเจ็บปวด และยึดมั่นกับต้นอินทผลัมนั้น เมื่อนั้นเอง มีเสียงหนึ่งดังมาจาก “เบื้องล่างของนาง” ซึ่งกล่าวว่า “จงอย่าเศร้าระทม อัลลอฮ์ได้ทรงประทานสายน้ำเล็กๆ ไว้เบื้องใต้ท่าน และจงเขย่าลำต้นอินทผลัมเพื่อให้ผลอินทผลัมสุกร่วงลงมาเถิด และจงรับประทานและดื่มเพื่อให้ท่านเย็นใจเถิด”

วันนั้น ท่านหญิงมัรยัม (อ) ก็ได้ให้กำเนิดศาสดาอีซา(อ.) บุตรชายของท่านขณะที่ท่านอยู่ในทะเลทรายนั้นเอง

สี่ สิบวันหลังจากนั้น ท่านหญิงมัรยัม (อ) ได้อุ้มบุตรชายกลับไปหาประชาชนของท่านในอัล-กุรอานได้อธิบายไว้ว่า ท่านหญิงมัรยัม (อ) ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่าจะไม่พูดกับผู้ใดในวันนั้น เพราะอัลลอฮ์จะทรงทำให้ศาสดาอีซา (อ) ซึ่งชาวมุสลิมเชื่อว่าท่านพูดขณะที่ยังอยู่ในเปล แสดงปาฏิหาริย์ครั้งแรกของท่าน

อัล-กุรอานได้ อธิบาย ต่อไปว่า เมื่อท่านหญิงมัรยัม (อ) นำศาสดาอีซา (อ) มายังโบสถ์ ท่านหญิงก็ถูกด่าว่าเหน็บแนมจากผู้ชายทุกคน ยกเว้นศาสดาซะกะรียา (อ) ผู้ซึ่งเชื่อในการกำเนิดจากหญิงพรหมจารีย์ ชาวอิสราเอลกล่าวหาว่าท่านหญิงมัรยัมเป็นหญิงใจง่ายที่ปล่อยตัวให้ชายอื่น สัมผัสทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน

ท่านหญิงมัรยัม (อ) ได้ชี้ไปยังบุตรชายของท่านเพื่อบอกให้พวกเขาถามกับทารกน้อย พวกเขาโกรธมากเพราะคิดว่าท่านหญิงเย้ยหยันพวกเขาโดยให้พวกเขาไปพูดกับทารก ทันใดนั้นเอง อัลลอฮ์ได้ทำให้ศาสดาอีซา (อ) ที่ยังเป็นทารกพูดขึ้นมาขณะอยู่ในเปล ซึ่งท่านได้พูดถึงการเป็นศาสดาของท่านเป็นครั้งแรก ตามที่ถูกกล่าวถึงในโองการที่ 30-33 ในบทมัรยัม จากคัมภีร์อัล-กุรอาน ความว่า

“เขา (อีซา) กล่าวว่า “แท้จริงฉันเป็นบ่าวของอัลลอฮ์ พระองค์ทรงประทานคัมภีร์แก่ฉันและทรงให้ฉันเป็นศาสดา และพระองค์ทรงให้ฉันได้รับความจำเริญ ไม่ว่าฉันจะอยู่ ณ ที่ใด และทรงสั่งเสียให้ฉันทำการละหมาดและจ่ายซะกาตตราบที่ฉันมีชีวิตอยู่ และทรงให้ฉันทำดีต่อมารดาของฉันและจะไม่ทรงทำให้ฉันเป็นผู้หยิ่งยะโส ผู้เลวทรามต่ำช้า และความศานติจงมีแด่ฉัน วันที่ฉันถูกคลอด และวันที่ฉันตาย และวันที่ฉันถูกฟื้นขึ้นให้มีชีวิตใหม่”

Source : tebyan.net