อิมามอะลี(อ.) ถูกลอบสังหาร

189

วันที่ 19 รอมฎอน ปี ฮ.ศ.40 อิมามอะลี(อ.) มาที่มัสญิดในเมืองกูฟะฮ์เพื่อทำนมาซศุบฮ์ ท่านอะซานเชิญชวนให้มุสลิมมาทำนมาซ และทำหน้าที่นำการนมาซเป็นหมู่คณะ อับดุลเราะห์มาน อิบนฺ มุลญิม แสร้งยืนนมาซอยู่ด้านหลังของอิมามอะลี(อ.) และเมื่ออิมามอะลี(อ.) อยู่ในท่าสุญูด(กราบ) อับดุลเราะห์มาน อิบนุ มุลญิมก็ได้ฟันศีรษะของท่านด้วยดาบของเขาอย่างแรง ทำให้อิมามอะลี(อ.) ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ท่านศาสดา(ศ.) ได้ทำนายถึงการลอบสังหารอิมามอะลี(อ.) ไว้แล้ว โดยอิมามอะลี(อ.) ได้เล่าว่า ท่านศาสดา(ศ.) กล่าวว่า “โอ้อะลี ฉันเห็นด้วยสายตาของฉันว่าเคราของเจ้าเปียกชุ่มด้วยเลือดจากหน้าผากของเจ้า”

พวกเขาทำการลอบสังหารอิมามอะลี(อ.) ในช่วงเวลาที่ประเสริฐที่สุด คือช่วงเวลาที่ท่านอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของอัลลอฮ์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ ระหว่างการนมาซและในขณะสุญูด ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของวันคือรุ่งอรุณ ในขณะที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ระหว่างการทำหน้าที่อันประเสริฐสุดของอิสลาม ขณะที่ท่านพร้อมที่จะต่อสู้(ญิฮาด) และในสถานที่อันสะอาดบริสุทธิ์และสูงส่งที่สุด คือมันญิดกูฟะฮ์

ขอความสันติสุขจงประสบแด่ท่าน โอ้นายแห่งศรัทธาชน อะมีรุล มุอ์มินีน อะลี บิน อบีฏอลิบ(อ.) และขอความจำเริญจงมีแด่ท่านในชีวิตหลังความตาย

อาชญากรรมแห่งการลอบสังหารอิมามอะลี(อ.) ยังคงเป็นอาชญากรรมที่โหดร้าย ทารุณ และน่าสยดสยองที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะมันไม่ใช่เป็นการกระทำต่อคนคนหนึ่งเท่านั้น แต่มันเป็นการกระทำต่อความเป็นผู้นำประชาชาติอิสลามทั้งหมด ด้วยการลอบสังหารอิมามอะลี(อ.) เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคือการสังหารสาส์นแห่งศาสดา, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม และประชาชาติมุสลิมที่ฝังอยู่ในตัวตนของอิมามอะลี บิน อะบีฏอลิบ(อ.) ด้วยการทำเช่นนั้น ประชาชาติอิสลามได้สูญเสียการชี้นำในการก้าวหน้า และเสียโอกาสที่วิเศษสุดในชีวิตไปภายหลังจากท่านศาสดา(ศ.)

อิมามอะลี(อ.) ทนทุกข์ทรมานจากบาดแผลของท่านอยูสามวัน และท่านจากไปในวันที่ 21 เดือนรอมฎอน เมื่อมีอายุได้ 63 ปี

ในระหว่างสามวันนี้ อิมามอะลี(อ.) ได้มอบหมายให้บุตรชายของท่าน อิมามฮะซัน(อ.) ดำรงตำแหน่งอิมามผู้ชี้นำประชาชาติในด้านความคิดและสังคม และตลอดสามวันนี้ ท่านไม่เคยละเว้นจากการรำลึกถึงอัลลอฮ์ สรรเสริญพระองค์ และยอมรับยอมจำนนต่อพระบัญชาของพระองค์ เช่นเดียวกับช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งหมดในชีวิตของท่าน

เช่นเดียวกันนี้ ท่านยังได้ให้คำแนะนำและคำตักเตือนเพื่อไปสู่สิ่งที่ดี และชี้หนทางที่ถูกต้อง อธิบายวิถีแห่งทางนำ อธิบายหลักการศาสนา เรียกร้องให้เชื่อฟังต่อคำบัญชาของอัลลอฮ์ และเตือนไม่ให้คล้อยตามผู้ที่มีความปรารถนาชั่วร้ายที่ต้องการขัดขวางไม่ให้เผยแพร่คำสอนของอัลลอฮ์

คำตักเตือนของอิมามอะลี(อ.) ที่มีแก่อิมามฮะซัน(อ.) และอิมามฮุเซน(อ.) รวมถึงประชาชาติมุสลิมของท่าน และประชาชาติมุสลิมรุ่นต่อๆ ไป

“ฉันขอเตือนให้เจ้ายำเกรงต่ออัลลอฮ์ และอย่าวิ่งตาม(ความพึงพอใจของ)โลกนี้ ถึงแม้มันจะไล่ตามเจ้าอยู่ อย่าเสียใจกับสิ่งใดที่เจ้าถูกห้ามไว้ จงพูดความจริงและปฏิบัติเพื่อการตอบแทน(จากอัลลอฮ์) จงเป็นศัตรูกับผู้กดขี่ และเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ถูกกดขี่”

“ฉันขอตักเตือนเจ้า โอ้ลูกๆ ของฉัน ครอบครัวของฉัน และบรรดาผู้ที่อาจจะได้รับข่าวสาส์นของฉัน ขอให้พวกเจ้าจงเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์ ให้เตรียมกิจการของเจ้าให้ดี ให้รักษาความสัมพันธ์ที่ดีในหมู่พวกเจ้า เพราะฉันเคยได้ยินท่านตาของเจ้า(ศ.) กล่าวว่า : ความสัมพันธ์ที่ดีนั้นดีกว่าการนมาซและการถือศีลอด”

“(จงเกรงกลัว)อัลลอฮ์เมื่อดำเนินการเกี่ยวกับเด็กกำพร้า อย่าปล่อยให้พวกเขาอดอยาก และอย่าให้พวกเขาสูญเสียตราบเท่าที่เจ้ายังอยู่”

“(จงเกรงกลัว)อัลลอฮ์ ในเรื่องเพื่อนบ้าน เพราะพวกเขาเป็นสิ่งที่ศาสดา(ศ.)ของเจ้าได้มอบหมายไว้ ท่านสั่งให้เราเอาใจใส่พวกเขาอยู่เสมอ ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ ดูเหมือนท่านจะทำให้พวกเขาเป็นทายาทของท่าน(จากมรดกของเรา)”

“(จงเกรงกลัว)อัลลอฮ์ ในเรื่องคัมภีร์อัล-กุรอาน (จงจำไว้ว่า) ไม่มีใครปฏิบัติตามทฤษฎีคำสอนของมันได้ดีเลิศไปกว่าเจ้า”

“(จงเกรงกลัว)อัลลอฮ์ ในเรื่องการนมาซ เพราะมันเป็นเสาหลักของศาสนา”

“(จงเกรงกลัว)อัลลลอฮ์ ในเรื่องพระผู้อภิบาลแห่งบ้านหลังนั้น(กะอ์บะฮ์) จงอย่าละทิ้งมันตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ เพราะถ้าทำเช่นนั้น เจ้าจะไม่ถูกมองด้วยความเคารพ”

alitur

“(จงเกรงกลัว)อัลลอฮ์ ในเรื่องการญิฮาด จงต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ด้วยทรัพย์สินของเจ้า ชีวิตของเจ้า และลิ้นของเจ้า”

“จงประสานร่วมกันทั้งสองฝ่าย ในการให้และการรับ จงระวังในการเบือนหน้าของเจ้า หรือ การตัดขาดจากการและกัน จงอย่าละทิ้งการสั่งสอนให้กระทำความดีและห้ามปรามความชั่ว มิฉะนั้นคนชั่วร้ายอาจเอาชนะเจ้าได้ และเมื่อนั้น การร้องขอของเจ้าก็จะไม่ถูกตอบรับ(จากอัลลอฮ์)”

หลังจากนั้น ท่านกล่าวว่า “โอ้ ลูกหลานของอับดุลมุฏฏอลิบ แท้จริง ฉันไม่ต้องการให้พวกเจ้าละเลงเลือดของมุสลิมด้วยการร้องว่า : นายแห่งศรัทธาชนถูกสังหารแล้ว จงอย่าสังหารใครสักคนเพื่อฉันนอกจากคนที่ฆ่าฉัน”

“จงรอจนกระทั่งฉันตายด้วยการฟันครั้งนี้ของเขา(อับดุลเราะฮ์มาน อิบนุ มุลญิม) แล้วจงฟันเขาเพียงครั้งเดียว และอย่าทำร้ายร่างกายของเขา เพราะฉันเคยได้ยินท่านศาสดา(ศ.) กล่าวว่า : จงหลีกเลี่ยงการทำร้ายร่างกายแม้แต่กับสุนัขบ้า”

นี่คือวาระสุดท้ายอย่างวีรบุรุษของมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ เป็นการสูญเสียของภารกิจและประชาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหลังจากการสูญเสียท่านศาสดา(ศ.)

ขอความสันติจงมีแด่นายแห่งศรัทธาชน ในวันที่ท่านถือกำเนิด, ในวันที่ท่านถูกสังหารบนที่บูชาของท่าน และในวันที่ท่านจะถูกให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก

Source : www.ezsoftech.com