หน้าแรก อะฮ์ลุลบัยต์ 10 รอมฎอน วะฟาตท่านหญิงคอดีญะฮ์(อ.)

10 รอมฎอน วะฟาตท่านหญิงคอดีญะฮ์(อ.)

191

ท่านหญิงคอดีญะฮ์(อ.) เป็นบุตรของคุวัยลิด และฟาติมะฮ์ ถือกำเนิดในเมืองมักกะฮ์เมื่อปี ค.ศ.555 ท่านหญิงเป็นสุภาพสตรีที่เคร่งครัดศาสนาและมีฐานะร่ำรวย ในยุคสมัยป่าเถื่อนของชาวอาหรับก่อนการมาของอิสลามนั้น นางเป็นที่รู้จักกันดีในนาม “ฏอฮิเราะฮ์” ซึ่งหมายถึง สตรีผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง นางเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นสุภาพสตรีที่ร่ำรวยมากในคาบสมุทรอาหรับ นางทำธุรกิจการค้าด้วยความช่วยเหลือจากผู้อื่นซึ่งทำการค้าในฐานะหุ้นส่วนตัวแทนของนาง ดังนั้นนางจึงมองหาผู้ที่มีความซื่อสัตย์และไว้วางใจได้ ที่นางสามารถเชื่อใจได้อย่างแท้จริงในการลงทุนทำธุรกิจ

เมื่อท่านหญิงคอดีญะฮ์(อ.) เริ่มสนใจในศาสดามุฮัมมัด(ศ.) ท่านมีอายุ 25 ปี และมีชื่อเสียงมากในด้านความซื่อสัตย์และสุจริต นอกเหนือจากคุณสมบัติอันโดดเด่นในฐานะชายผู้ที่สามารถไว้วางใจได้เป็นพิเศษ ดังนั้น ท่านหญิงจึงได้ยื่นข้อเสนอกับท่านโดยผ่านอะบูฏอลิบ ผู้เป็นลุงของท่าน นางได้เสนอให้ท่านเป็นผู้บริหารจัดการในธุรกิจของนาง

ท่านหญิงคอดีญะฮ์(อ.) ทราบดีในเรื่องข่าวอันน่ายินดีของการมาปรากฏของผู้ดำรงตำแหน่งศาสดา นางทราบเรื่องนี้จากบรรดาผู้นำทางจิตวิญญาณผู้คงแก่เรียน ซึ่งในจำนวนนี้มี วะรอเกาะฮ์ อิบนุ เนาฟัล ลุงของนาง ซึ่งถือว่าเป็นผู้รู้ที่โดดเด่นคนหนึ่งในหมู่ชาวอาหรับ ต่อมา ความสนใจของนางเปลี่ยนเป็นกระตือรือร้นเมื่อได้เรียนรู้ว่า ศาสดาที่ถูกรอคอยจะปฏิบัติภารกิจศาสดาของท่านจากเมืองมักกะฮ์ และแต่งงานกับสุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์และร่ำรวยจากตระกูลกุเรช

ท่านหญิงคอดีญะฮ์(อ.) มีความยินดีเมื่อมุฮัมมัด(ศ.) ตอบรับข้อเสนอของท่าน โดยตกลงเป็นผู้รับผิดชอบในการนำคาราวานธุรกิจของนางไปค้าขายที่ดามัสกัส ท่านหญิงได้แต่งตั้งมัยซาเราะห์ ทาสหญิงของนางให้เป็นตัวแทนของท่านเพื่อจับตาดูมารยาทและการปฏิบัติตัวของมุฮัมมัด(ศ.) ในระหว่างการเดินทางและรายงานให้นางทราบ เมื่อกลับจากดามัสกัสมาถึงมักกะฮ์แล้ว ท่านหญิงคอดีญะฮ์(อ.) ได้ขึ้นไปยังห้องชั้นบน เพื่ออยู่ในตำแหน่งที่จะมองเห็นขบวนคาราวานได้ทั้งหมด

มีเหตุการณ์ที่น่าตกตะลึงเกิดขึ้น ทำให้นางเกิดความสนใจและเต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาอย่างลึกซึ้ง นางสังเกตเห็นเมฆก้อนหนึ่งเคลื่อนกำบังแสงแดดให้แก่มุฮัมมัด(ศ.) และติดตามท่านไปทุกย่างก้าวและทุกการเคลื่อนไหว ความสนใจและศรัทธาอย่างลึกซึ้งนี้ทำให้นางขอแต่งงานกับท่านโดยกล่าวว่า “หากท่านปรารถนาที่จะแต่งงาน ฉันพร้อมและยินดีที่จะเป็นภรรยาและทาสของท่าน”

ข่าวการขอแต่งงานครั้งนี้ได้ยินไปถึงอบูฏอลิบและลุงคนอื่นๆ ของท่าน อบูฏอลิบผู้มีวาทศิลป์เป็นเลิศได้ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการแต่งงาน ขณะที่สินสอดในการแต่งงานมาจากทรัพย์สินของนางเอง

เมื่อมีพิธีสู่ขอและจัดงานแต่งงานอย่างเป็นทางการแล้ว บรรดาผู้หญิงชั้นต่ำและโง่เขลาในมักกะฮ์ ที่รู้จักความร่ำรวยของคอดีญะฮ์และการที่นางเป็นฝ่ายเสนอขอการแต่งงานเอง ได้วิจารณ์นางอย่างเผ็ดร้อนที่ยอมรับและแต่งงานกับมุฮัมมัด(ศ.) ที่เป็นเพียงลูกกำพร้าของอับดุลลอฮ์ เป็นคนยากจนจากตระกูลบะนีฮาชิม และไม่คู่ควรกับนางเลย

ท่านหญิงคอดีญะฮ์แต่งงานกับท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ.) ศาสดาผู้บริสุทธิ์แห่งอิสลาม เมื่อนางมีอายุ 40 ปี และท่านมีอายุ 25 ปี เมื่อ ค.ศ.595 ท่านทั้งสองมีบุตรด้วยกัน 6 คน เป็นชาย 2 คน และหญิง 4 คน

“เมื่อไม่มีใครเชื่อฉัน คอดีญะฮ์เชื่อ นางให้ฉันเป็นหุ้นส่วนในทรัพย์สินของนาง” นี่คือคำพูดของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ.) ที่พูดถึงภรรยาของท่าน

rose

ท่านหญิงคอดีญะฮ์(อ.) ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับท่านศาสดา(ศ.) เป็นเวลา 25 ปี และเป็นภรรยาคนเดียวของท่านในช่วงเวลานั้น เมื่อมีโองการถูกประทานมาจากอัลลอฮ์(ซ.บ.) และมุฮัมมัด(ศ.) ได้ถูกแต่งตั้งเป็นศาสดาท่านสุดท้ายอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 610 ท่านหญิงคอดีญะฮ์(อ.) เป็นผู้ที่ยอมรับความศรัทธาเป็นมุสลิมคนแรก นางมีอายุ 55 ปี ในขณะนั้น การยอมรับอิสลามของท่านได้มีส่วนช่วยอย่างมากในการเผยแพร่ศาสนาไปในหมู่ชาวมักกะฮ์

นางยืนหยัดอยู่เคียงข้างท่านศาสดา(ศ.) ตลอดเวลา ในช่วงเวลาแห่งการทดสอบและความยากลำบาก ท่านศาสดา(ศ.) เคยมาหานางและนางจะปลอบโยนและให้ความสบายใจแก่สามีของนาง และยังให้กำลังใจแก่ท่านด้วย ทรัพย์สินของท่านหญิงคอดีญะฮ์ถูกใช้จ่ายไปในหนทางของอิสลาม

ท่านศาสดาและท่านหญิงคอดีญะฮ์ต้องพบกับความสูญเสียบุตรชายสองคนของพวกท่าน คือกอซิม และอับดุลลอฮ์ ในขณะที่ทั้งสองยังเป็นทารก และในปีที่ห้าหลังการดำรงตำแหน่งศาสดา รอกอยยะฮ์ บุตรสาวของพวกท่านก็ได้ย้ายไปอยู่อาบิซซิเนีย(เอธิโอเปีย) กับสามีของนาง

ชาวกุเรชทำทุกสิ่งงทุกอย่างเพื่อหยุดการเผยแพร่อิสลามของศาสดามุฮัมมัด(ศ.) ท่านหญิงคอดีญะฮ์คือผู้ให้กำลังใจและให้ความสบายใจแก่ท่าน นางยังได้ร่วมทุกข์กับท่านในขณะที่ถูกคว่ำบาตรอยู่ที่หุบเขาอบูฏอลิบเป็นเวลาสามปีด้วย

สุภาพสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งอิสลามท่านนี้ได้จากไปเมื่อวันที่ 10 เดือนรอมฎอน ปีที่สิบแห่งฮิจเราะฮ์ศักราช ตรงกับปี ค.ศ.620 เมื่อท่านอายุได้ 65 ปี การเสียชีวิตของนางคือความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของท่านศาสดา(ศ.) ท่านมีความรักต่อท่านหญิงคอดีญะฮ์อย่างลึกซึ้ง และหลังจากที่นางเสียชีวิตไปแล้ว ท่านยังได้รำลึกถึงนางอยู่เสมอ

ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ.) เคยกล่าวถึงท่านหญิงคอดีญะฮ์(อ.) ว่า “อัลลอฮ์(ซ.บ.) ไม่เคยมอบภรรยาที่ดีกว่าคอดีญะฮ์มาให้ฉันเลย นางตอบรับภารกิจของฉันในยามที่ทุกๆ คนตะโกนต่อต้านมัน นางให้การสนับสนุนฉันในขณะที่แทบจะไม่มีผู้ศรัทธาเลย นางให้ชีวิตชีวาแก่หัวใจฉันเมื่อฉันรู้สึกโดดเดี่ยวและถูกทอดทิ้ง ความรักขอคอดีญะฮ์ถูกมอบแก่ฉันโดยอัลลอฮ์(ซ.บ.) ฉันจะลืมนางได้อย่างไร?”

Source : www.tebyan.net