ชะฮาดัต อิมามฮะซัน อัสกะรีย์ (อ.)

192

อิมามผู้เป็นเสมือนดาวจรัสแสงดวงที่สิบเอ็ดแห่งอิมามัต(ภาวะการเป็นผู้นำ) ได้ปรากฏขึ้นที่ปลายขอบฟ้าของผู้ปกครองในมะดีนะฮฺ และตกในสะมัรฺรอ

ชื่อของท่านคือฮะซัน ฉายานามคือ อบู มุฮัมมัด และสมญาที่รู้จักกันดีคือ “ซะกีย์” และ “อัสกะรีย์” บิดาของท่านคืออิมามอะลี อัล-ฮาดีย์(อ.) มารดาของท่านชื่อ เซาซัน

ท่านมีอายุ 22 ปี เมื่อบิดาของท่านเป็นชะฮีด(พลีชีพเพื่อศาสนา) และช่วงแห่งการเป็นอิมามของท่านภายหลังจากบิดาของท่านเสียชีวิตนั้น มีระยะเวลาหกปี ท่านมีอายุเพียง 28 ปี เมื่อต้องเป็นชะฮีด(พลีชีพ) ด้วยน้ำมือของ “มุตะมิด” กาหลิบแห่งราชวงศ์อับบาสิด ในปีฮ.ศ.260 และร่างของท่านถูกฝังอยู่ที่เมืองสะมัรฺรอ

บุตรชายคนเดียวของท่านคือ อิมามมุฮัมมัด อัล-มะฮฺดีย์(อ.) ผู้ซึ่งจะมาสถาปนาความยุติธรรม ความเท่าเทียม และความเสมอภาคบนโลกนี้

เนื่องจากการถูกควบคุมและห้ามปรามอย่างรุนแรงในยุคสมัยของอิมามฮะซัน อัสกะรีย์(อ.) อิสราจึงสูญเสียอำนาจและการเผยแพร่ไป ผู้คุมอำนาจคนสำคัญอย่างมุตตะวิล กาหลิบแห่งราชวงศ์อับบาสิด พยายามอย่างยิ่งที่จะกันอิมาม(อ.) ออกไปจากประชาชน

เมื่อพวกเขารู้ว่า อิมามที่สิบสอง(อ.) จะมาจากอิมามฮะซัน อัสกะรีย์(อง) และท่านจะมาทวงคืนการเป็นผู้นำประชาชาติอิสลาม และสถาปนารัฐบาลหนึ่งเดียวแห่งสากลโลกแล้ว พวกเขาจึงจับตามองชีวิตของอิมามฮะซัน อัสกะรีย์(อ.) อย่างเข้มงวด

แต่พระผู้เป็นเจ้า ผู้รักาและปกป้องศาสดามูซา(อ.) จากฟาโรห์ ย่อมสามารถนำบุคคลผู้เป็นผู้นำประชาชาติอิสลามมาสู่โลกนี้ได้โดยประชาชนทั่วไปไม่ได้รับรู้

คุณธรรมพิเศษของอิมามฮะซัน อัสกรีย์(อ.)

อิมามฮะซัน อัสกะรีย์(อ.) เป็นบุคคลผู้มีความกรุณาตามแบบฉบับของอัล-กุรอาน นักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงมากกว่าหนึ่งร้อยคนมาหาท่านอย่างสม่ำเสมอ ระหว่างช่วงเวลาสิบหกปีที่ท่านใช้ชีวิตอยู่ในอิรัก ซึ่งมีอาณาเขตจากซีเรียไปจนถึงมะดีนะฮฺ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิหร่าน ได้รับอิทธิพลจากท่าน เจตนารมณ์ทางศาสนาและความรู้ของอิมามฮะซัน อัสกะรีย์(อ.) แผ่อิทธิพลไปทั่วราชสำนักของ “อัลมุตัซ” นักปราชญ์ต่างลุ่มหลงและชื่นชมการเผยแพร่ศาสนาของท่านอิมาม(อ.)

เมื่อท่านอิมาม(อ.) เดินทางไปอิหร่านและผ่านเมืองลาวาซันโดยทางเมืองกุมและไร ผู้คนที่รักและยึดมั่นในหลักคำสอนของอะฮฺลุลบัยตฺ(อ.) ได้มารวมตัวกันเพื่อต้อนรับท่านด้วยความอบอุ่นและชื่นชมในตัวท่าน ท่านได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าประชาชนชาวลาวาซัน และสั่งให้พวกเขาสร้างมัสญิดหลังหนึ่งและให้เป็นที่ยึดมั่นของพวกเขา

คำสั่งของท่านอิมาม(อ.) มีผลต่อพวกเขาเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาสร้างมัสญิดถึงเจ็ดสิบหลังภายในวันเดียว

ขุนนางคนหนึ่งของรัฐบาลแห่งวงศ์อับบาสิดชื่อ อะฮฺหมัด บิน คอกอน ผู้ซึ่งเป็นศัตรูกับครอบครัวของท่านศาสดา ได้กล่าวว่า “ฉันไม่เคยเห็นใครสักคนในสะมัรฺรอจากตระกูลบะนีฮาชิม ที่มีความเคร่งครัด มีความดีงาม และบริสุทธิ์มากไปกว่าอิมามฮะซัน อัสกะรีย์(อ.) ถ้าตำแหน่งกาหลิบหลุดพ้นจากมือของราชวงศ์อับบาสิดแล้ว ก็คงไม่มีใครนอกจาก ‘ฮะวัน อัสกะรีย์(อ.)’ ที่จะมีความสามารถและเหมาะสมกับตำแหน่งนี้” จากนั้นเขาได้กล่าวว่า “วันหนึ่งฉันและบิดาของฉันอยู่ในสถานที่หนึ่งซึ่งฮะซัน อัสกะรีย์(อ.) เพิ่งได้มาถึง และถึงแม้ว่าบิดาของฉันจะเป็นศัตรูกับครอบครัวของท่านศาสดา แต่เขาก็ลุกขึ้นจากที่นั่งของเขา จูบมือของท่านและให้ท่านนั่งบนที่นั่งของเขา แล้วเขาจึงนั่งลงตรงหน้าท่านเหมือนกับลูกศิษย์คนหนึ่งที่นั่งต่อหน้าครูคอยฟังคำสอนของท่าน”

การเป็นชะฮีด(พลีชีพเพื่อศาสนา) ของอิมามฮะซัน อัสกะรีย์(อ.)

อิมามฮะซัน อัสกะรีย์(อ.) ถูกเนรเทศไปอยู่ที่สะมัรฺรอพร้อมกับบิดาของท่านตั้งแต่อายุสี่ปี ท่านอยู่ในการเฝ้าสังเกตจับตามองของกาหลิบและกองกำลังของเขาตลอดเวลา และที่นั่นเองที่ท่านได้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันในนาม อัสกัรฺ

เมื่อบิดาของท่านเสียชีวิต กาหลิบมุตะมิดแห่งวงศ์อับบาสิดได้คุมขังท่าน ความเคร่งครัดศาสนาและการรักษาความบริสุทธิ์ ทำให้ท่านอิมาม(อ.) เป็นที่ดึงดูดความสนใจของนักโทษทุกคน เจ้าหน้าที่และสายลับของกาหลิบก็รายงานสถานการณ์ให้กาหลิบรับรู้เรื่องของท่านทุกวัน

จนในที่สุด ท่านได้เป็นชะฮีดเมื่อวันที่ 8 รอบิอุลเอาวัล ฮ.ศ.260 และร่างของท่านถูกฝังที่สะมัรฺรอใกล้กับหลุมของบิดาท่านนั่นเอง

เมื่อท่านเป็นชะฮีดแล้ว พี่ชายของท่านชื่อญัฟฟารฺ คอซซาด ผู้หลงผิดไปเป็นผู้สนับสนุนกาหลิบได้ยืนนำในการนมาซให้แก่ร่างของอิมาม(อ.) แต่ทันใดนั้นเอง อิมามมะฮฺดีย์(อ.) บุตรชายของท่านอิมาม(อ.) ซึ่งยังเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ ได้เข้ามาข้างหน้าและผลักผู้เป็นลุงออกไป และยืนแทนที่ลุงนำการนมาซให้แก่ร่างบิดาของท่านด้วยตัวเอง และภายหลังจากนั้น การหายตัวไปของอิมามมะฮฺดีย์(อ.) ในระยะสั้นและระยะยาวก็ได้เริ่มต้นขึ้น

วจนะจากอิมามฮะซัน อัสกะรีย์(อ.)

– จงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายที่ฟุ่ยเฟือยและฟุ้งเฟ้อ

– ในการเข้าไปหาใครก็ตาม จงทักทายทำความเคารพเขา และเมื่อไปถึงในที่ประชุม ให้นั่งในที่ต่ำ สิ่งนี้เกิดจากความถ่อมตน

– หลีกเลี่ยงการพูดเท็จ เพราะมันเป็นกุญแจไปสู่ความชั่วร้าย

– ใครก็ตามที่ไม่ได้เป็นมิตรกับอะฮฺลุลบัยตฺ(อ.) เขาคือคนประเภทมือถือสากปากถือศีล

– ใครก็ตามที่ศรัทธาในวันแห่งการฟื้นคืนชีพและชีวิตในปรโลก จงทำตามข้อผูกมัด(สัญญา)ให้สมบูรณ์ครบถ้วน

Source : www.ezsoftech.com/akram/prophetofislam.asp