ชะฮาดัตอิมามฮาซัน มุจญตะบา (อ.)

180

อิมามท่านที่สองของชีอะฮ์ เป็นบุตรคนแรกที่เกิดจากท่านอิมามอะลี (อ.) กับท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ) บุตรีที่รักยิ่งของท่านศาสดา (ศ.) ท่านอิมามฮะซัน (อ.) ประสูติในวันที่สิบห้า ของเดือนรอมฏอน ปีฮิจเราะฮ์ที่สาม ที่นครมะดีนะฮ์

ท่านอิมามฮาซัน (อ.) ได้มีโอกาสอยู่ในช่วงเวลาที่ท่านศาสดา (ศ.) มีชีวิตอยู่เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น และตอนที่ท่านศาสดา (ศ.) เสียชีวิตลง ท่านอิมามฮะซัน (อ.) มีอายุประมาณเจ็ดปีเท่านั้น หลังจากที่ท่านศาสดา (ศ.) เสียชีวิตลง ท่านอิมามได้อยู่เคียงข้างบิดาของท่านเป็นเวลาประมาณสามสิบปี

ภายหลังจากที่ท่านอิมามอะลี (อ) เสียชีวิตลงด้วยการถูกลอบสังหารในปีฮิจเราะฮ์ที่สี่สิบ ท่านอิมาม ฮาซัน (อ.) ซึ่งเป็นบุตรชายคนโตสุดของท่านอะลี (อ.) ได้ดำรงตำแหน่ง อิมามต่อจากท่าน ซึ่งตัวท่านเองอยู่ในฐานะของอิมามเป็นเวลาสิบปี อิมามฮาซัน มุจญตะบา (อ.) เสียชีวิตเมื่อ 28 ซอฟัร ฮ.ศ. 50 โดยการถูกลอบวางยาพิษในน้ำดื่มขณะละศีลอด โดยญุอ์ดะฮ์ บุตรของอัชอัษ บิน เกส ซึ่งเป็นภรรยาของท่านอิมามเอง

ภายหลังจากที่มุอาวิยะฮ์ได้ทำสนธิสัญญาสงบศึกกับอิมามฮะซันแล้ว ถึงแม้ว่ามุอาวิยะฮ์จะบรรลุยังเป้าหมายของตนแล้วก็ตาม แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การมีอยู่ของอิมามฮาซัน (อ.) ก็ยังเป็นอุปสรรคการทำงานของเขาอยู่เนืองนิจในบางเรื่อง อาธิเช่น มุอาวิยะฮ์พยายามที่จะแต่งตั้งคอลีฟะฮ์ภายหลังจากตนเอง ซึ่งหากมุอาวิยะฮ์ทำเช่นนั้น ก็เท่ากับว่ามุอาวียะฮ์กำลังละเมิดสนธิสัญญาทันที ดังนั้นมุอาวิยะฮ์จึงรู้ดีว่า แม้เขาจะดื้อรั้นแต่งตั้งตัวแทนตอนนั้น อิมามฮาซัน มุจญตะบา (อ.) จะต่อต้านเขาอย่างแข็งขันแน่นอน

imamhasan02

ด้วยเหตุนี้เองมุอาวิยะฮ์จึงตัดสินใจ วางแผนการเพื่อลอบสังหารอิมามฮาซัน (อ.) ทันที และเมื่อไตร่ตรองอย่างละเอียดแล้ว จึงสรุปว่า ญุอ์ดะฮ์ ผู้ซึ่งเป็นภรรยาของอิมามฮาซัน (อ.) คือผู้ที่ทำงานการลอบสังหารได้ดีที่สุด มุอาวิยะฮ์จึงส่งเงินจำนวนหนึ่งแสนดิรฮัมไปให้นาง พร้อมกับรับปากว่า หากนางสามารถลอบสังหารอิมามฮาซัน (อ.) สำเร็จ จะจัดการแต่งงานนางกับยะซีดบุตรชายของตนทันที

ญุอ์ดะฮ์จึงรับงาน และลอบใส่ยาพิษในน้ำดื่ม ให้อิมามฮาซัน (อ.) ไม่นานหลังจากนั้น ท่านอิมามก็ได้รับชะฮีด (เสียชีวิตในหนทางพระผู้เป็นเจ้า) แต่หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อ ญุอ์ดะฮ์ ไปทวงสัญญาการแต่งงานของนางกับยะซีด มุอาวิยะฮ์ ก็ตอบว่า “ญุอดะฮ์เอ๋ย ฮาซันซึ่งเป็นสามีของเจ้าเอง เจ้ายังวางยาพิษสังหารเขาอย่างเลือดเย็น แล้วเจ้าจะให้ฉันจัดงานแต่งงานเจ้ากับลูกชายของฉันอีกหรือ?”
คำสั่งเสียของท่านอิมามฮาซัน (อ.)

ในช่วงเวลาแห่งการลาจากโลกนี้ไปของท่านอิมามฮาซัน (อ.) น้องชายของท่าน อิมามฮูเซน (อ.) ได้เข้ามาหา อิมามฮาซัน (อ.) จึงได้กล่าวแกน้องชายของท่านว่า “ข้าขอปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ และไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ และการเคารพสักการะคู่ควรแด่พระองค์เดียว บุคคลใดก็ตามที่ปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์อย่างเคร่งครัดคือผู้ที่จะมีแต่ความผาสุข ผู้ใดก็ตามที่ขัดขืนคำสั่งของพระองค์คือผู้ที่จะมีแต่ความหายนะ และผู้ใดก็ตามที่ขออภัยโทษต่อการกระทำบาปของตนยังพระองค์ เขาจะได้รับทางนำ โอ้ฮูเซน เจ้าจงฝังร่างอันไร้วิญญาณของฉันใกล้กับสุสานท่านตา (ศาสดามุฮัมมัด) ของฉันศาสดาของพระองค์ มีข้อแม้ว่าจะต้องไม่มีผู้ใดขัดขวางการฝังร่างของฉัน เพราะฉันไม่ยินดีที่จะให้เลือดแม้หยดเดียวต้องหยดลงบนดิน มีสาเหตุมาจากการฝังร่างกายของฉัน”

และดั่งคำสั่งเสียของท่านอิมามฮาซัน (อ.) เมื่ออิมามฮูเซน (อ.) พาร่างอันไร้วิญญาณของอิมามฮาซัน (อ.) ไปเพื่อที่จะฝังใกล้ๆ ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ก็มีคนใจชั่วคนหนึ่ง สั่งพลธนูยิงใส่ร่างอันไร้วิญญาณของอิมามฮาซัน (อ.) ในทันทีเพื่อขัดขวางการฝังศพของอิมามฮาซัน (อ.) ตามรายงานในประวัติศาสตร์อิสลาม อิมามฮูเซน (อ.) จึงทำตามคำสั่งเสียของพี่ชาย โดยสั่งให้นำร่างของอิมามฮาซัน (อ.) ไปฝังยังสถานสุสานบะกีอ์ ประเทศซาอุดิอาราเบียในปัจจุบัน

อิมามฮาซัน มุจญตะบา (อ.) คือผู้ยืนหยัดในแนวหน้าของสนามรบเคียงข้างบิดาของท่าน อิมามอะลี (อ.) ในสงครามญะมั้ล และท่านจะนำหน้าบรรดาสาวกที่กล้าหาญของท่านอิมามอะลี (อ.) ในการต่อสู้และจู่โจมข้าศึกด้วยความเด็ดเดี่ยว ซึ่งก่อนที่จะเกิดสงคราม ท่านได้เดินทางเข้าสู่เมืองกูฟะฮ์พร้อมกับ อัมมาร บินยาซิร และสาวกจำนวนหนึ่ง โดยคำสั่งของบิดา เพื่อเชิญชวนประชาชนชาวกูฟะฮ์ให้เข้าร่วมในสงครามครั้งนั้น

ในสงครามซิฟฟีนก็เช่นเดียวกัน ท่านได้รับหน้าที่สำคัญในการระดมพล และจัดส่งกองกำลังพลเข้าสู่ทัพของท่านอิมามอะลี (อ.) เพื่อออกไปทำสงครามกับกองทัพศัตรูอย่างมุอาวิยะฮ์ ท่านได้ใช้คำพูดที่ปลุกขวัญและกำลังใจ เพื่อเชิญชวนประชาชนชาวกูฟะฮ์ ให้เข้าร่วมทำสงครามเคียงข้างคอลีฟะฮ์ คือท่านอิมามอะลี (อ.) เพื่อโค่นล้มผู้ทรยศต่ออิสลามอย่างมุอาวียะฮ์

imamhasan03

สุนทโรวาทของท่านอิมามฮาซัน (อ.)

1- อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจลงโทษคนที่ทำผิด แต่จงพยายามหาช่องทาง ระหว่างสองประการนั้น เพื่อการให้อภัย

2-มีชายคนหนึ่งถามท่านอิมามว่า “อะไรคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด?” ท่านอิมามได้ตอบว่า “ความกล้าหาญในการตัดสินลงโทษบุคคล ที่เป็นเพื่อน และและการแว้งกัดของศัตรู”

3-แท้จริงคนที่มีสายตาดีนั้น แนวทางในการดำเนินชีวิตของเขาก็คือ เมื่อมิงสิ่งใดเขาก็สามารถมองทะลุไปถึงความดีในสิ่งนั้นได้ และคนที่มีโสตหูที่ดี ก็คือเมื่อเขารับฟังสิ่งใดแล้วก็จะสำเหนียก มาเป็นข้อเตือนสติและหาประโยชน์ในสิ่งนั้นได้ หัวใจของคนเหล่านั้นจะอยู่รอดปลอดภัยจากสิ่งเลวร้ายทั้งหลาย และสะอาดผ่องแผ้วก็ต่อเมื่อมันปราศจากความเคลือบแคลงสงสัย

4-ลูกเอ๋ย อย่าเพิ่งคบใครเป็นเพื่อน จนกว่าเจ้าจะได้รู้ซึ้งถึงที่ไปที่มาของเขาเสียก่อน ครั้งเมื่อเจ้าตรวจสอบจนเข้าใจถ่องแท้ดีแล้ว และมีความพอใจจะคบหา ดังนั้นเจ้าจงให้ความเป็นเพื่อนกับเขาโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการให้อภัยในความผิดพลาดของเขา และให้การโอบอุ้มเขาในยามมีอุปสรรค

5-พวกท่านสามารถเข้าถึงทั้งสองโลก ด้วยสติปัญญา

6-ความยากจนที่เสมอด้วยความโง่นั้น ย่อมไม่มี

7-จงสอนประชาชนด้วยความรู้ของท่าน และจงร่ำเรียนหาวิชาความรู้ของคนอื่น เพราะนั้นจะทำให้ความรู้ของท่านลึกซึ้งมากขึ้น และท่านจะรู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้

8-มีคนถามท่านอิมามว่า “การมีใจโอบอ้อมอารีเป็นอย่างไร?” ท่านอิมามได้ตอบว่า “การดูแลรักษาหลักการศาสนา และให้เกียรติต่อชีวิตของตน และมีความอ่อนโยนในการปฏิบัติตัว มีการช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ที่ตกอยู่ในอันตราย และรักษาหน้าที่ตามสิทธิที่ได้รับมอบหมาย”

9-ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นคนที่โหดร้าย จะมีความคล้ายคลึงกับผู้ถูกอธรรมในเรื่องใดที่จะมากกว่า คนที่อิจฉาริษยา

10-ความเป็นเพื่อน หมายถึง ความเสมอภาคทั้งในยามทุกข์และยามสุข