ซัยหนับ วีรสตรีแห่งกัรบาลาอ์

180

กัรบาลาอ์ไม่ได้บอกกล่าวแค่เรื่องราวการเป็นชะฮีด (การพลีในหนทางของพระเจ้า) เพียงอย่างเดียว

แต่กัรบาลาอ์ยังได้บอกกล่าวถึงเรื่องราวการเป็นเชลย เช่นกัน

กัรบาลาอ์ไม่ได้อธิบายแค่เรื่องราว แห่งความเป็นเสรีภาพ เพียงอย่างเดียว

แต่กัรบาลาอ์ยังได้อธิบายถึงเรื่องราว การถูกล่ามโซ่ตรวน เช่นกัน

กัรบาลาอ์คือการผสมผสานกันระหว่าง ความเป็นเสรีภาพ และ การถูกจองจำ

ชัยชนะคือมรรผลอันหอมหวานแห่งต้นไม้ของการเป็นชะฮาดัต (พลีในหนทางของพระเจ้า) และการเป็นแชลย

กลุ่มหนึ่งได้พลีชีวิตหลั่งเลือดเพื่อประกาศสาส์นแห่งการเป็นชะฮาดัตให้มนุษยชาติได้รับรู้

กลุ่มหนึ่งได้คงเหลืออยู่เพื่อประกาศสาส์นแห่งการเป็นชะฮาดัตให้มนุษยชาติได้รับรู้

กลุ่มหนึ่งได้เอาร่างกายแลกกับคมดาบเพื่ออธิบายความหมายของอีม่าน และความรัก

กลุ่มหนึ่งได้ยอมถูกล่ามโซ่ตรวน ถูกเตะถีบตี เพื่ออธิบายความหมายของการยืนหยัดอดทน และเสียสละ

ใช่แล้ว ซัยหนับเอ๋ย บุคคลเหล่านั้นคือนักรบผู้หาญกล้าที่ได้หลั่งเลือดเพื่อประกาศความเป็นเสรีภาพ จากความต่ำต้อยอัปยศอดสู

ใช่แล้วซัยหนับเอ๋ย เหล่านั้นถูกจับเป็นเชลยเพื่อประกาศสาส์นแห่งการเป็นชาฮาดัต การเสียสละ การยืนหยัดในหนทางของพระองค์ของท่านอิมามฮุเซน (อ.) และเหล่านักรบผู้กล้าหาญ

ซัยหนับ คงอยู่เพื่อพิสูจน์ว่า “ชะฮาดัต” ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ และ “เชลย” ไม่ใช่ความอัปยศ เพราะความตายในหนทางของพระองค์คือการมีชีวิตที่นิรันดร และการเป็นเชลยในหนทางของพระองค์คือ เสรีชน

ซัยหนับ คือกระจกเงาแห่งอุดมการณ์ของอิมามฮุเซน (อ.)

ซัยหนับ คือวีรสตรีที่ยืนหยัดต่อสู้กับการกดขี่ สุนทรพจน์ของท่านหญิงที่มีแก่ยาซีดได้สร้างความอัปยศอดสู้แก่ยะซีดอย่างมากมาย ทั้งยังได้บอกกล่าวถึงอุดมการณ์แห่งพระผู้เป็นเจ้าของอิมามฮุเซน (อ.) ที่เริ่มทอแสงขึ้น

ในบ่ายของวันอาชูรอในทุ่งกัรบาลาอ์ และจะส่องแสงสว่างไสวไปจนทั่วจักรวาลพร้อมๆกับการดับมอดแห่งอุดมการณ์ของยะซีด

โดย ชาษะนันท์ ภักดี